สำรวจความคิดและการกระทำของปีที่เพิ่งผ่า่นไป

ย้อนกลับไปอ่านสมุดบันทึกส่วนตัว2551 แล้วเห็นว่าปีที่ผ่านมายังเป็นก้าวแรกของความคิด  ฉะนั้นปีนี้ก็คือก้าวที่สองของการเดินทาง  และคิดว่าการเดินทางต่อไปก็ยังคงเป็นถนนเส้นเดิม


พูดน้อย น้อย คือกฏข้อแรกที่จะตั้งต้นทำในการเริ่มต้นใหม่ในวันนี้ที่ไม่มีแม่เป็นคนชี้นำหรือแก้ไข

นับจากวันที่ไม่มีแม่ การดำรงอยู่คืออะไร นี่คือคำถามที่ถามมาตั้งแต่วันที่คิดว่าแม่ป่วยหนักมาก

และรู้ตัวแล้วว่าต้องอยู่ต่อไปโดยที่ไม่มีแม่ ถึงแม้จะรู้ว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ แต่การที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก

ผิดไปจากที่เคยคิดไว้ว่าน่าจะอีกสัก 2 ปี หรือ 5 ปี และทุกอย่างที่คิดทำที่ผ่านมาก็มีเป้าหมายเดียวคือทำเพื่อแม่

มาวันนี้....ทำไปทำไม เพื่ออะไร...

นั่นคือ..คำถามที่ถามตัวเองว่า....การดำรงอยู่ของชีวิตคืออะไร

ชีวิตที่มีลมหายใจเข้า และออก กิน และนอน ขับถ่ายของเสีย..ลืมตา พูด ความคิด และการกระทำ....

ในทางพุทธศาสนา แสวงหาการหลุดพ้น นิพพานคือเป้าหมาย การตรัสรู้ ต้องมีความอยากเป็นมูลเหตุ

นั่นคือต้องมีความอยาก อยากจะทำ อยากจะเป็น ยังไงก็ต้องมีความอยาก...อยากอะไรละ?

ขัดเกลาตัวเอง...สอนตัวเอง...เป็นคนใจเย็น...พูดน้อย..มีความสงบ..มองทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเข้าใจ

ยอมรับในทุกสิ่งที่เป็นอยู่..ตั้งสติรับรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งที่จะเป็นไป

ที่แสวงหาคือ..ความสงบและเข้าใจ..ด้วยคำว่า..”เรารู้และเข้าใจแล้ว”

นับจากวันนี้ไป..ทุกความคิดและการกระทำ คือ วิถีแห่งชีวิต ของการเรียนรู้และเข้าใจ

ตราบวาระสุดท้ายแห่งชีวิต...ขอมีสติที่จะรับรู้และเข้าใจ แม้ในความตายของตนเอง...............

บันทึกที่เขียนไว้เมื่อ 6 กันยายน 2551 "49 วันที่แม่จากไป "   


 

กับวันนี้ก็ยังมีความเศร้าและความระลึกถึงแฝงอยู่กับทุกความคิดและการกระทำ  

แม่เป็นคนที่มีอิทธิพลกับความคิดมาก  แม้ว่าแม่จากไปแล้วแต่ด้วยความคิดเหมือนแม่ยังอยู่ เพราะเวลาจะทำอะไรๆ จะมีคำถามขึ้นในใจว่า "แม่จะว่าอย่างไรนะ"  จึงทำให้ก่อนที่จะทำมีความหยุดคิด...ก่อนทำ

 ก็เลยทำให้นึกถึงคำที่ว่า.."คิดก่อนทำ อย่าทำโดยไม่คิด  หรือคิดก่อนพูด อย่าพูดไปโดยไม่คิด"  แต่พิจารณามาทั้งหมดแล้วมาที่ข้อสรุปว่าปีนี้ ต้องพยายามพูดน้อยๆ  แต่เอ๊!! มาพูดในเน็ดนี่...มันยังไงน๊า???