ในฐานะที่เป็น "ผู้ศรัทธา" นั้นก็มีหน้าที่แถมพ่วงมาด้วยทั้งหน้าที่ต่อความศรัทธาและหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับบริบทด้านต่างๆ หากผู้ศรัทธาบกพร่องหรืออ่อนแอในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่อาจทำให้เป้าหมายของหน้าที่บรรลุผลเราจะถูกยอมรับจากมนุษย์ได้อย่างไร?
หากเราเอาแผนที่โลกมากางแล้วทำเครื่องหมาย ณ ส่วนที่กำลังเกิดวิกฤติต่างๆ หรือที่ๆมนุษย์ในพื้นที่นั้นๆกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติด้านต่างๆ ไม่ว่าจากภัยภิบัติทางธรรมชาติ ความขัดแย้งทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาสังคม ปัญหาการศึกษา และหรือความขัดแย้งที่เกิดจากรากเหง้าที่แตกต่างด้านวัฒนธรรม ศาสนา และปัญหาอื่นๆมากมายเกินกว่าจะนำมาบันทึกได้ทั้งหมด ซึ่งเราจะพบว่า แทบจะไม่มีพื้นที่ส่วนใดที่ไม่มีเครื่องหมายแสดงวิกฤติเลย อาจจะมีความแตกต่างในชนิด ประเภท และความหนักเบา ของวิกฤติ หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ จำนวนของผู้รับผลกระทบ และอื่นๆ


















ส่วนอันนี้เป็นสภาพของหมู่บ้านนอกเขตเมือง Padang ที่จมและถูกฝังอยู่ในดิน
















มีรายงานว่า มี 4 หมู่บ้านจมและฝังอยู่ใต้ดิน มีงานเลี้ยงงานแต่งงานในหมู่บ้าน Pulau Aiya ซึ่งมีแขกประมาณ 400 กว่าคน ถูกฝังอยู่ในดินทั้งหมด
คาดการว่า มีคนถูกฝังในดินอยู่อีกประมาณ 600 กว่าคนที่ยังไม่สามารถกู้ออกมาได้ ในขณะที่กู้ออกมาได้เพียง 36 คนเท่านั้น ซึ่งในบางพื้นทีจะจมอยู่ลึก 30 เมตร และมีมัสยิดหลังหนึง ซึ่งมีความสูง 25 เมตร ก็จมอยู่ใต้ดินเช่นกัน






ภาพจาก http://www.iqraforum.com/forum/index.php/topic,2609.msg15793/topicseen.html#msg15793
ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราได้รับรู้รับทราบข่าวสารดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น ซึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้น เป็นที่สนใจของสื่อหรือเปล่า หรือสื่อมีศักยภาพที่จะเข้าถึงแหล่งวิกฤตินั้นหรือไม่ รวมถึงนโยบายที่กำกับสื่อและเสรีภาพในการเข้าถึงข่าวสารของแต่ละประเทศ และการครอบครองเทคโนโลยีและเครื่องมืออื่นๆที่จะช่วยให้มนุษย์ได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริงของข่าวสารดังกล่าว
หากท่านที่สนใจติดตามข่าวสารในวงกว้างมาอย่างต่อเนื่องจะพบว่า แทบจะไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่โลกปราศจากวิกฤติและปัญหา สิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง บางช่วงเกิดที่ซึกโลกหนึ่ง และบางช่วงเกิดอีกซึกโลก สับเปลี่ยนหมุนเวียน เป็นเช่นนี้ตลอดมา
การคาดหวังว่าสักวันโลกจะสงบ และเราคงจะอยู่อย่างมีความสุขเมื่อวันนั้นมาถึงดูจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินฝันไป แม้กระนั้นผมเองก็เห็นด้วยที่เราจะหวังเช่นนั้น เพราะจะทำให้ชีวิตเราสามารถก้าวต่อไปได้
อย่างไรก็ตามก่อน"วันที่รอคอย"จะมาถึง เรายังคงต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวิกฤติและปัญหาสารพัดที่ประดังถาโถม ณ วินาทีที่เรามีชีวิตอยู่นี้ เราต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกวิกฤติและมีความสุขให้ได้ท่ามกลางวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น เพราะมันคือความจริง
ปลายปีที่ผ่านมาคนไทยโดยภาพรวมอาจจะรู้สึกแย่กับวิกฤติการเมืองภายในประเทศ แม้ดูเหมือนสถานการณ์จะคลี่คลายในปีใหม่ แต่ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของโลกก็เป็นเช่นมารร้ายที่ตามมาหลอกหลอนให้ขวัญผวากับผลกระทบที่อาจทำให้หลายๆคนไม่อาจหลับตาลงนอนได้สนิทนัก
สำหรับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เริ่มจะชินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถดำเนินชีวิตเช่นปกติและทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น พลันเหตุการณ์รัฐอิสราเอลโจมตีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซ่า (ฆอซซะฮฺ) ดังที่เป็นข่าวปรากฏในสื่อต่างๆมากมาย ก็เลยทำให้ได้ตระหนักมากขึ้นว่า เล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องร่วมศาสนาในฉนวนกาซ่า
มาถึงตรงนี้ การหันกลับมาทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และการเตรียมพร้อมอยู่เสมอสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดมีขึ้นจึงมีความจำเป็น การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดในโอกาสที่เอื้ออยู่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เพราะวันใดวันหนึ่งที่จะมีมาอาจจะไม่มาพร้อมกับโอกาสที่เอื้ออีกต่อไป
ทุกๆผู้มีหน้าที่ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด โดยการพยายามอย่างสุดความสามารถในการบรรลุเป้าหมายต่างๆในหน้าที่ต่างๆในความรับผิดชอบของตนโดยหลักการแล้วย่อมเป็นหลักประกันที่ดีต่อชะตากรรมของสังคมที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอยู่ รวมถึงความสมดุลของการบรรลุเป้าหมายทั้งส่วนตนและส่วนรวมที่ต่างเติบโตและเจริญก้าวหน้าร่วมกันอย่างมีดุลยภาพ เอื้อและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ในฐานะที่เป็น "ผู้ศรัทธา" นั้นก็มีหน้าที่แถมพ่วงมาด้วยทั้งหน้าที่ต่อความศรัทธาและหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับบริบทด้านต่างๆ หากผู้ศรัทธาบกพร่องหรืออ่อนแอในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่อาจทำให้เป้าหมายของหน้าที่บรรลุผลเราจะถูกยอมรับจากมนุษย์ได้อย่างไร?
เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เป็นเครื่องเตือนใจให้กับมุสลิมได้ครับ โดยเฉพาะประเด็นที่มุสลิมจะต้องเร่งที่จะนำเอาแบบอย่างของท่านศาสนฑูตมาใช้อย่างจริงจัง