อา...ช่างงดงามอะไรอย่างนั้น...ใบไม้อ่อนเขียวสด...เปล่งประกายกลางแสงแห่งดวงตะวัน.

ศึกษาปรัชญาเซน

จากการเข้าไปสอนนักศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานโดยเฉพาะนิกายเซนนี้  มักจะมีการเข้าใจไปว่าเป็นศาสนาเชน  ที่มีองค์ศาสดานามว่าพระมาหวีระ  เป็นนักบวชเปลือยกายที่เรียกกันว่านิกายฑิคัมพร  คือการนุ่งลมห่มฟ้าอะไรประมาณนั้น  แท้จริงแล้วนิกายเซนมีคนนับถือกันมากในประเทศยี่ปุ่น  ในความหมายของเซนคือการถ่ายทอดนอกคัมภีร์แบบพิเศษ 

 เซนไม่อาศัยตำราหนังสือ  ถ้อยคำใด ๆ   แต่ทุกสิ่งล้วนจี้จุดตรงไปให้โดนจิตภายในของคน  เป็นการสอนคนให้ค้นหาสัจธรรมในตัวตนของเขาเองโดยเข้าไปให้ถึงภาวะจิตเดิมแท้ซึ่งเป็นพุทธภาวะแห่งตน

นั้นคือเซนไม่ยึดติดในตำรา  มีแต่ทำลายตำราที่เหมือนภูเขากั้นขวางทางเดินไปสู่จุดหมาย  ตำราเป็นเพียงรอยเงาของคำพูด  พุทธธรรมจริงแท้นั้นโชว์ไม่ได้ด้วยคำพูด  สิ่งเหล่านั้นจึงเป็นอวิชชาที่ปิดบังดวงตาแห่งปัญญาไม่ให้ส่องเห็นความว่าง  จึงต้องกำจัดคือฉีกตำราทิ้งเสียแล้วจะเห็นความว่างอย่างยิ่ง 

 ก็เข้ากับหลักพุทธศาสนาที่ว่า...สิ่งทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น...ต้องฉีกมันทิ้งไปเสียเถิด  แม้ในหลักกาลามสูตรพระพุทธเจ้าทรงเตือนสติชาวโลกว่า...อย่าปลงใจเชื่อเพราะสิ่งนั้นมีอยู่ในคัมภีร์หรือตำรา...

ปรัชญาเซนมีมุมมองที่ไม่แยกส่วน  ถ้ามี 4 คน เข้าไปเที่ยวชมในสวนดอกไม้  คือ นักฟิสิกส์มองดอกไม้ที่ละเอียดอย่างคนอื่นมองไม่เห็นคือเขามองเห็นดอกไม้เป็นกลุ่มอนุภาค  นักเคมีก็มองดอกไม้ในทางเคมีที่ละเอียดเหมือนกันแต่คนละแง่เพราะเขาเห็นดอกไม้เป็นกลุ่มสารเคมี 

 นักชีววิทยามองดอกไม้เดียวกันกับทั้งสองคนแต่คนละแง่อีกละเพราะเขาเห็นดอกไม้เป็นเพียงกลุ่มชีววัตถุ  ส่วนนักกวีไม่ได้เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์  เขาจึงมองดอกไม้ตามที่มันเป็นจริง  ดอกไม้ให้ความรู้สึกชุ่มชื่นเบิกบานใจ  ดอกไม้มีชีวิต

ตามปรัชญาเซนแล้ว  3คนแรกมองโลกแบบแยกส่วน  เซนไม่เห็นด้วยที่มองอย่างนั้น  เพราะจะไม่เห็นตามสิ่งที่มันเป็นจริง  และเป็นการเข้าไปแทรกแซงธรรมชาติ  เป็นการละเมิดสิทธิ์  เป็นความผิด  ที่จริงคนเรามีหน้าที่เพียงเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ภายนอกเท่านั้นเองเหมือนนักกวีอย่างบาโซ ( Matsuo  Basho , 1644-1694 A.D. ) บรรยายว่า...

อา...ช่างงดงามอะไรอย่างนั้น...ใบไม้อ่อนเขียวสด...เปล่งประกายกลางแสงแห่งดวงตะวัน.

ปรัชญาเซนมองคนเรามีกายกับจิตที่แยกกันไม่ได้  ดังนั้นวิธีสอนธรรมของเซนบางครั้งจึงมีวิธีการแปลก ๆ เช่นใช้ไม้เท้าตีหลังศิษย์เพื่อกระตุกต่อมคิดไปที่ดวงจิตเดิมแท้โดยถือว่าไม้เท้ากระทบร่างกายนั้นสามารถเชื่อมโยงไมสู่จิตเดิมแท้ได้เหมือนกัน.