ปุจฉา...?

พอท่านรู้สึกกลัว กังวล เฃ่นเรื่องที่เล่าข้างต้น

เช่นกลัวผี

ท่าน มีกระบวนการภายในอย่างไร

(คำถามจากบันทึก อยู่ที่นี่มี “เพื่อน” เยอะ... )


 

วิสัชนา...

เอ่... สำหรับเรื่องเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ที่อยู่ในห้องนี้ไม่รู้สึกกลัวหรือกังวลนะ เพราะอยู่ด้วยกันมานาน
แต่ฉงนมากกว่า...?
เพราะที่ว่าอยู่ด้วยกันมานานนั้น ตอนแรกไม่ได้อยู่ร่วมกันในห้องนี้
ตอนแรกท่านทั้งหลายอยู่บนกุฏิอีกหลังหนึ่ง ซึ่งเราเองก็ไปพักอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นมาหลายเดือน
ที่ฉงนเพราะว่า ตอนนี้เราย้ายที่พักใหม่ แต่แล้วพอไปเปิดตู้ก็เจอท่านทั้งหลายมาอยู่กับเราอีก แปลกดีเหมือนกัน
ตอนเราอยู่ที่เก่า ท่านก็อยู่ ย้ายมาพักที่นี่ ท่านก็อยู่อีก...!

มาพักที่นี่ครั้งแรก ก็เจอเลย เจอกันอีกแล้ว...

แต่ถ้าถามเรื่องกระบวนการภายในเรื่องกลัวผีแล้ว เรื่องกระดูกหรืออัฏฐินี่ไม่รู้สึกกลัวนะ เพราะว่า "ชิน"
ความชินนี่แหละเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก
เพราะชินว่าอยู่ใกล้ ๆ แล้วไม่รู้สึกอะไร ไม่กลัว
ความไม่รู้สึกอะไรและไม่กลัวนี้นับได้ว่าเป็น "ความรู้แจ้ง" ประการหนึ่ง

ส่วนเรื่องเมรุนั้น เมื่อก่อนกลัว ไม่อยากเข้าใกล้
แต่เมื่อต้องลงไปเป็นกรรมกรสร้างเมรุ ที่วัน ๆ ก็ไปขลุก ไปนั่ง ไปนอนแถว ๆ นั้น
ตอนนี้ไปไหนก็ต้องไปสอดส่อง ไปดู ไปลูบ ไปคลำ ความกลัวที่เคยมีนั้นก็หายไปเอง
"ชิน" อีกเหมือนกัน
อยู่ใกล้มาก ๆ แล้วไม่มีอะไรก็เลยเฉย ๆ

การที่จะไกลแล้วกลัวนี่แหละเป็นปัญหาใหญ่
ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้
อยู่ไกลก็เลยไม่รู้ความจริง
เมื่อกล้าที่จะใกล้แล้ว ก็จะรู้ จะเห็น เห็นชัด เห็นจริง เห็นแล้วว่าไม่มีอะไร แล้วก็จะบอกตัวเองว่า จะโง่กลัวไปทำไมไม่เห็นจะมีอะไรเลย

คนเราที่กลัวก็เพราะไม่กล้าที่จะอยู่ใกล้ ๆ
คอยแต่อยู่ห่าง ๆ อยู่ไกล ๆ

ใกล้ก็รู้ ไกลไม่รู้
ใกล้ก็เห็น ไกลไม่เห็น

ผีนี่เหมือนจะอยู่ไกล แต่ที่จริงอยู่แสนไกล
ถ้าเรารู้จักการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานแล้ว ผีที่แท้นี้อยู่ใกล้ในตัวเรา...