ช่วงนี้ผมให้สรรพนามเรียกตัวเองว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยพาททามได้แล้วมั๊งครับ ตลอดสองสามสัปดาห์มานี้ มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยครึ่งๆ ที่เหลือก็ออกไปอยู่นอกมหาวิทยาลัย ฮือ แต่ดีครับ ได้ออกไปคุยกับคนในโลกอื่นบ้าง (ฮิฮิ) อยู่ในมหาวิทยาลัยเจอแต่นักวิชาการ วิชาเกิน และนักศึกษาผู้ใฝ่รู้ ผู้ถูกบังคับให้รู้ มาเยอะแล้ว (ออ. แต่พรุ่งนี้ต้องอยู่ทำงานที่มหาวิทยาลัยตลอดวันแน่เลยครับ มีคิวแล้วทั้งเช้าและบ่ายเลย)
เช้าวันนี้ได้ไปนั่งคุยกับผู้บริหารโรงเรียนมุสลิมพัฒนศาสตร์ บางปู อ.ยะหริ่ง ปัตตานีครับ เริ่มต้นด้วยเรื่องประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน แล้วก็จบด้วยประเด็นการเมืองการปกครอง
ไปถึงก็ได้เข้าพบผู้รับใบอนุญาต แฮะ ท่านแนะนำผมกับแขกคนอื่นว่า นี้คืออาจารย์ผม แฮะแฮะ อายจังเลยครับ เนื่องจากอายุและประสบการณ์ท่านเยอะมาก ผมเป็นคนหนึ่งที่ปลื้มท่านมากๆ แต่บังเอิญท่านคือนักศึกษารุ่นแรกของป.บัณฑิต วิชาชีพครู (การสอนอิสลามศึกษา) ของมหาวิทยาลัยนี้ครับ แล้วนี้ก็เป็นนักศึกษารุ่นแรกที่ผมสอน จำได้ว่า ครั้งแรกที่เข้าสอนก็สั่นเหมือนกันครับ เพราะในห้องมีแต่คนอาวุโสทั้งนั้น
หลายภาพที่ทีมโรงเรียนฯ คุยกับผมเป็นภาพที่น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะประเด็นของการประกันฯ กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รอบนี้ผมเลยได้คำถามมากกว่าที่จะเป็นคนถาม ที่สำคัญ ทางโรงเรียนแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนขอเป็นโรงเรียนนำร่องทดลองใช้ระบบประกันฯ ภายใน ฮิฮิ ผมเลยแซวว่า ถ้าโรงเรียนนี้ปฏิเสธละก้อ ผมน้อยใจแย่เลย
ออ. ต้องบอกว่า การไปสัมภาษณ์โรงเรียนนี้เกือบจะเรียกได้ว่าไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าเลยครับ เนื่องจากวันนี้ผมยังไม่ได้นัดขอสัมภาษณ์โรงเรียนไหนเลย นึกขึ้นได้ตอนเช้าว่า ถ้าขอไปสัมภาษณ์โรงเรียนนี้วันนี้เลย เขาคงไม่น่าจะขัดข้องอะไร เพราะผู้บริหารที่นี้ไฟแรงอยู่แล้ว แล้วก็จริงอย่างคิดครับ บอกพร้อมไหม จะขอไปวันนี้เลย เขาก็บอกว่า อาจารย์จะมาตอนไหนก็ได้เลยครับ พร้อมเสมอ ฮิฮิ อัลฮัมดุลิลลาห์
เสร็จจากโรงเรียนนี้ก็ลังเลว่าจะบุกไปสัมภาษณ์อีกโรงเรียนหนึ่งที่สายบุรีดี หรือว่าจะไปมอ.เพื่อคุยกับทีมวิจัยดี แต่บังเอิญได้ข้อมูลว่า ถนนสายนี้จะเป็นทางเสด็จผ่าน ซึ่งอาจจะต้องปิดถนนเป็นเวลาพอสมควร เลยเปลี่ยนใจไปมอ.ดีกว่า ที่สำคัญวันนี้โทรศัพท์มือถือใช้ไม่ได้เลย อันนี้เข้าใจได้ครับ เพื่อการรักษาความปลอดภัย
ไหนๆ ก็เที่ยงเลยแวะที่ร้านข้าวหน้าเป็ด ร้านประจำ อยู่ถนนปากน้ำครับ เสร็จภารกิจสำคัญก็เลยมุ่งเข้ามอ. ทางประตูหลังครับ แต่แล้วปิดถนนทางเข้า เลยเปลี่ยนใจกลับมหาวิทยาลัย มานั่งตรวจงานนักศึกษาแทน
วันนี้ติดตามข่าวปาเลสไตน์แล้ว พาลให้นึกเทียบเคียงกับเหตุการณ์ประท้วงหน้ารัฐสภาวันก่อนครับ วันนี้รถพยาบาลเข้าไปรับคนเจ็บไม่ได้ หลายคนเอากรณีนี้มาคุยว่า มันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
แต่พอมองย้อนไปที่ปาเลสไตน์วันนี้ เป็นวันแรกนะครับที่อิสราเอลยอมให้หน่วยงานทางด้านการรักษาพยาบาลเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ และเจตนาการปฏิบัตของอิสราเอลก็เพื่อที่จะทำลายล้างชีวิตคน ไม่ใช่มีเจตนาเพียงเพื่อการสลายกลุ่มผู้ประท้วง ฮือ ทำไมคนที่ยึดมั่นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม บนโลกใบนี้กลับนิ่งเงียบ เหมือนไม่รู้ไม่เห็นการกระทำอันป่าเถือนนี้เลย
เลยตั้งคำถามในใจว่า การเรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม ประชาธิปไตยของอเมริกา เป็นไปโดยสุจริตใจ หรือเพื่อผลประโยชน์ของตนเองกันแน่ ผมว่าบางทีใครที่เป็นนักเคลื่อนไหวมนุษยธรรม น่าจะทำการทบทวนนะครับว่า อเมริกาน่าจะเป็นแบบอย่างที่ให้เราๆ ท่านๆ ตามก้นในเรื่องนี้อีกหรือเปล่า
คิดง่ายๆ นะครับ หากผมเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มที่ไหล่ของคุณ คุณโกรธ และด้วยความโกรธของคุณ คุณก็เอาขวานมาจามหัวผม โอ้ มันช่างเป็นการตอบโต้ที่เป็นธรรมเสียจริง