ชีวิตสบายๆ สไตล์คนในหุบเขา
เปลี่ยนชีวิตจากคนในเมืองราบ(พิษณุโลก) มาสู่ชีวิตคนนอกเมืองในหุบ(พะเยา) ได้ 7 วันพอดีๆ สิ่งที่เปลี่ยนแน่ๆ คือ จากอยู่บ้านพักที่ห่างจากที่ทำงานราวๆ 13 กิโลเมตร มาอยู่หอพักที่อยู่ห่างจากที่ทำงาน ประมาณ 1 กิโลเมตร จากภูมิอากาศร้อนธรรมดา ร้อนปานกลางและร้อนมากมาย มาเป็น ฤดูร้อนคาดว่าคงร้อนมากเพราะอยู่ในหุบ ฤดูฝนก็คงฝนตกเยอะเพราะอยู่ในดอย ฤดูหนาวหนาวได้ใจ ชีวิตเริ่มมีสีสัน อย่างน้อยก็มี 3 ฤดูจริงๆ
ตอนเช้าจากที่ต้องตาลีตาเหลือกตื่นแต่เช้าเพื่อทำธุระทุกอย่างให้เสร็จก่อน 07.10 น. เพื่อไปขึ้นรถ รับ-ส่งเจ้าหน้าที่ ก็เปลี่ยนเป็นตื่นเท่าเดิมแต่ยืดยาดเอ้อระเหย ลอยชาย บิดซ้ายบิดขวา อีกนานกว่าจะ 8 โมงเช้า หาอะไรทานก่อนไปทำงาน แทนที่จะหิ้วไปทานที่ทำงานไม่ต้องอาศัยพาหนะในการเดินทางเพราะอาศัย 2 เท้า เดินจากห้องพักขึ้นเนินไปแวะโรงอาหารยื่นกล่องข้าวให้แม่ค้าใส่อาหารสำหรับทานกลางวัน (วันแรกใส่กล่องโฟม แต่อยากทำอะไรเพื่อโลกบ้าง เลยเปลี่ยนเป็นกล่องทัปเปอร์แวร์แทน) ได้อาหารที่ต้องการแล้ว ก็เดินลงเนินย่อมๆ (ไว้จะส่งรูปมาแปะให้ดูค่ะว่าย่อมขนาดไหน) มาถึงที่ทำงาน ถ้าไม่เถลไถลไปกว่าที่บอกมา ก็ใช้เวลาราวๆ 10 ไม่เกิน 15 นาที ถึงที่ทำงาน
ตอนเย็นกลับกี่โมงก็ได้ ตราบใดที่เขายังไม่ปิดห้องสมุด ไม่ต้องรีบๆๆๆๆ เพื่อจะไปขึ้นรถรับ-ส่ง กลับที่พักเหมือนก่อน เดินขึ้นเนินย่อมๆ อีกแล้ว ผ่านร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ชื่อ ทอมมาร์ท ผ่านโรงอาหาร ลงเนินย่อมๆ ไปเรื่อยๆ ดูต้นไม้ใบหญ้าไปตามประสาคนชอบต้นไม้ ชีวิตช้าลง มีสติมากขึ้นเพราะเวลาเดินพยายามฝึกการรู้ตัวไปด้วย ถึงจะทำได้ไม่ตลอดแต่ก็ดีกว่าไม่ทำ กลับถึงที่พัก พอดีๆ ไม่มืดเกินไป อากาศสบายๆ แต่ ตอนอาบน้ำนี่สิ ยะเยือกเรียกพี่ น้ำที่นี่เย็นจัด ถึงว่าสิ น้องที่ดูแลหอพักเอ่ยปากบอกตั้งแต่วันแรกว่า ถ้าจะติดเครื่องทำน้ำอุ่นแจ้งก่อนนะคะ ถึงบ้างอ้อมาหลายวันแล้ว
กลางคืนเงียบๆๆๆและเงียบ มีทีวีให้ดูช่องเดียว คือ ช่อง 5 มิน่า ทำไมเห็นจานดาวเทียมเต็มหอพักไปหมด ตอนแรกนึกว่าราดอกเห็ดหลากสีขึ้นตึก ดีที่มี internet ให้ใช้ เราไม่ต้องติดจาน เราเข้าเน็ตดูข่าว ดูทีวีออนไลน์ได้ และที่ขาดไม่ได้ แวะเวียนไปที่ managerroom.com ของอาจารย์วรภัทร์ เพื่ออ่านบรรดาผู้ฝึกตนเองทางธรรมมาเล่าเรื่องพัฒนาการการฝึกต่างๆ ให้กันฟัง แอบผูกมิตรแบบไม่เปิดเผย ก่อนเข้านอน
นอนหลับสนิทถ้าไม่ติดไฟระเบียงที่สว่างจนต้องใช้ม่าน 2 ชั้นกั้นแสง ไม่มีเสียงจักรยานยนต์แผดเสียงดังลั่นถนน ไม่มีเสียงไซเรนรถพยาบาล ยังสงสัยว่าจะมีเสียงหรีดหริ่งระงมตอนหัวค่ำของฤดูร้อนเหมือนที่บ้านเรารึเปล่าน้อ
ชีวิตสบายๆ สไตล์คนในหุบเขา ที่คนรักใคร่ในแสงสีไม่อยากเฉียดกรายแน่ๆ
ชีวิตต้องสู้ครับ พี่
แม่นละครับผม จากอู้ไทยเจ็บแอวขนาด ตี้ มฟล. มาเป้นอู้กำเมืองแต้ๆครับ
ไปอยู่พะเยาตั้งแต่เมื่อไหร่คะนี่ หนียุงพิดโลกไปหรือเปล่า ได้อู้เมืองทุกวันเลยสิคะ
ขอบอกว่าอาหารริมกว๊านอร่อยมาก แต่จำชื่อร้านไม่ได้เพราะไม่ได้ไปนานแล้วค่ะ
ขอให้มีความสุขกับที่ทำงานใหม่ เพื่อนใหม่ๆ นะคะ หวังว่าจะมีโอกาสไปเยี่ยมค่ะ