ยุทธการพอเพียง

การสร้างผู้นำ

ที่อยู่บนฐานการปฏิบัติจริงของบ้านสระบัว

 

                ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งของการสร้างชุมชนบ้านสระบัวก็คือ การมีผู้นำที่เอาธุระต่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชน คำว่าผู้นำเอาธุระต่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชนนั้นมีความสำคัญมากทั้งนี้เพราะการเกิดขึ้นของผู้นำระดับชุมชนนั้นมีหลายแบบ เช่น ผู้นำที่ถูกพัฒนาและจัดตั้งขึ้นด้วยองคืกรข้างนอก หรือผู้นำที่มีลักษณะชอบเวียนประชุมแต่ไม่ค่อยทำงานในหมู่บ้านเป็นต้น เพราะฉะนั้นผู้นำที่เอาธุระต่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชนจึงหมายความว่า ผู้นำที่อยู่กับหมู่บ้าน กระทำเพื่อความอยู่ดีมสุขของหมู่บ้าน การเรียนรู้จากองค์กรข้างนอกเป็นเพียงเงื่อนไขบางประการเพื่อการเรียนรู้ที่ให้เกิดความรอบรู้เพื่อนำมาพัฒนาหมู่บ้านเท่านั้น เพราะฉะนั้นงานพัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของชุมชนบ้านสระบัวจึงสามารถดำเนินการได้อย่างมีพลัง เพราะมีผู้นำในลักษณะนี้อยู่มากนอกจากนี้ผู้นำการพัฒนาของชุมชนยังมีลักษณะของผู้นำรวมหมู่ซึ่งผู้นำรวมหมู่จะเป็นคำตอบสำหรับการพัฒนาที่มีพลังเพราะงานการพัฒนาชุมชนนั้นเป็นงานที่มีเงื่อนไขปัจจัยที่ต้องมาประกอบและเกี่ยวข้องเยอะมากทำให้การใช้กำลังคนในการพัฒนาเพียงบางคนนั้นไม่มีพลังเพียงพอในการจัดการกับปัญหาที่จะก่อให้เกิดทุกขภาวะของชุมชน การคิดและการแก้ปัญหาของชุมชนบ้านสระบัวจึงมีลักษณะที่เรียกว่ามีการหารือการทำงานที่เป็นองค์คณะผ่านกลุ่มองค์กรชุมชนที่จัดตั้งขึ้น สิ่งที่น่าสนใจก็คือชุมชนบ้านสระบัวมีการสร้างผู้นำในลักษณะแบบนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้เพราะว่าการสร้างผุ้นำของชุมชนเป็นปัจจัยที่สำคัญมากประการหนึ่งในการที่จะชี้วัดว่ากระบวนการพัฒนาชุมชนนั้นจะดำเนินการไปได้ถึงขั้นตอนใด

 

ศรัทธาแกนนำเพราะความดี           

                ความเป็นชุมชนบ้านสระบัวในอดีตได้ชื่อว่าเป็นชุมชนที่มีความพร้อมเพรียงในการพัฒนามากจนเป็นที่รับรู้กัน เพราะฉะนั้นชุมชนบ้านสระบัวจึงมีฐานของความร่วมมือมาแล้วตั้งแต่ในอดีตและในขณะเดียวกันก็ย่อมเกิดกลุ่มผู้นำในการพัฒนามาตั้งแต่อดีตเช่นกัน หากย่อกาลเวลามาจนกระทั่งเริ่มมีการตั้งกลุ่มกิจกรรมขึ้นในชุมชนอาจกล่าวได้ว่ากลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านสระบัวเป็นกลุ่มแรกๆที่มีบทบาทในการเป็นกลุ่มที่แสดงถึงความร่วมมือของคนในระดับชุมชน โดยการก่อเกิดของกลุ่มอนุรักษ์เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์การถูกรุกรานทรัพยากรทางทะเล โดยเรือประมงพานิชที่ใช้เครื่องมือการทำประมงที่ทำลายทรัพยากรทำให้ชาวชุมชนบ้านสระบัวเกิดการรวมตัวกันต่อสู้ให้เรือประมงพานิชหยุดการกระทำดังกล่าวจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันเรียกร้องเรียกว่า กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านสระบัว แกนนำที่ดำเนินการในกลุ่มอนุรักษ์จึงเป็นแกนนำที่เกิดจากการเสียสละอย่างมากในการปกป้องอาชีพและทรัพยากรส่วนรวม คนในชุมชนจึงเกิดความศรัทธาต่อแกนนำ กลุ่มอนุรักษ์ดำเนินการเรื่อยมาด้วยความเสียสละเรื่อยมาจนเกิดเป็นกลุ่มที่สำคัญของชุมชนในขณะดียวกึนก่อได้สร้างการเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมให้กับสมาชิกคนอื่นๆได้เติบดตทางความคิดซึ่งถือเป็นกระบวนการสร้างคนของชุมชนบ้านสระบัวในอีกทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนในกลุ่มอนุรักษ์จึงเป็นกลุ่มที่เพาะบ่มคนสระบัวให้ทำงานเพื่อส่วนรวมเรื่อยมา จนกระทั่งปัจจุบันโดยสามารถพิจารณาได้จากแกนนำในปัจจุบันส่วนใหญ่เติบโตมาจากการเป็นแกนนำในกลุ่มอนุรักษ์

 

กลุ่มอนุรักษ์ปรับตัวเรียนรู้กิจกรรมใหม่เป็นเงื่อนไขให้เกิดผู้นำใหม่ 

                ผู้นำใหม่ที่เกิดขึ้นของชุมชนบ้านสระบัวเกิดขึ้นพร้อมๆกับการเกิดกิจกรรมใหม่ของชุมชนบ้านสระบัวตั้งแต่เกิดกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นมากลุ่มนี้ได้มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ที่ชุมชนอื่นๆภายใต้การสนับสนุนขององค์กรพัฒนาเอกชนทำให้ในกระบวนการไปศึกษาดูงานนั้นก่อเกิดการเรียนรู้ของคนที่ไปและมีความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทำงานต่อให้กับชุมชนของตัวเอง การกลับมาชุมชนทุกครั้งของคนที่สระบัวจึงเกิดแกนนำที่คิดจะทำงานเพื่อส่วนรวมขึ้นทุกครั้งและในชุมชนเองก็มีกระบวนการในการฝึกฝนคนเหล่านี้ให้ได้มีโอกาสทำงาน การปรับตัวของกลุ่มอนุรักษ์ในการทำงานในรูปแบบอื่นๆเพื่อสร้างพลังให้กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและความมั่นคงทางด้านอาชีพจึงเป็นการสร้างคนเพื่อมารับผิดชอบในกิจกรรมนั้นๆโดยไม่ยึดติดอยู่กับกลุ่มผู้นำเดิม เช่น เมื่อเกิดกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มร้านค้าชุมชนก็จะมีกลุ่มคนขึ้นมารับผิดชอบต่อกิจกรรมนั้นของแต่ละกลุ่ม ภายใต้การดูแลให้ทิศทางของกลุ่มแกนนำหลักที่มีอยู่ในกลุ่มอนุรักษ์

 

เกิดกลุ่มกิจกรรมที่หลากหลายมีผลให้เกิดกลุ่มผู้นำทำงานมากขึ้น   

                 ทุกครั้งที่มีการศึกษาดูงานจากพื้นที่อื่นๆชุมชนบ้านสระบัวจะกลับมาสรุปว่าได้ศึกษาเรียนรู้อะไรบ้างจากชุมชนนั้นและปรับประยุกต์กิจกรรมนั้นให้เข้ากับชุมชนบ้านสระบัว เช่น ชุมชนคิดกันว่าต่อไปจะหาเงินทุนจากที่ไหนมาทำกิจกรรมการอนุรักษ์ถ้าหากว่าไม่มีเงินทุนของตัวเอง เพราะฉะนั้นจากการหารือร่วมกันประกอบกับการดูงานจากที่อื่นจึงทำให้ชุมชนคิดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของชุมชน การก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์นั้นจำเป็นต้องมีกระบวนการคิดเพื่ออกแบบงานและในกระบวนการนี้ทำให้เกิดกลุ่มผู้นำขึ้นอย่างไรก็ตามการดำเนินงานของกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนได้มอบหมายให้กลุ่มผู้หญิงเป็นหลักในการดำเนินงาน เพราะฉะนั้นกลุ่มออมทรัพย์เป็นเงื่อนไขให้เกิดกลุ่มผู้นำที่สำคัญขึ้นอีกกลุ่มหนึ่งของชุมชนคือกลุ่มมุสลิมะ ซึ่งความสำคัญของกลุ่มนี้ยังมีนัยยะอื่นที่แฝงอยู่กล่าวคือการมีกลุ่มผู้หญิงในการดำเนินกิจกรรมจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจในการทำงานมากขึ้นเพราะก่อนหน้านี้ยังมีความไม่เข้าใจระหว่างแม่บ้านที่เห็นพ่อบ้านออกไปทำงานเพื่อ            ส่วนรวม การให้ผู้หญิงมาดำเนินการจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญของชุมชนในกระบวนการพัฒนา หลังจากนั้นชุมชนก้มีกระบวนการคิดว่าจะตั้งร้านค้าชุมชนขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการซื้อสินค้าแพงของคนในชุมชนรวมทั้งเห็นว่ากลุ่มร้านค้าชุมชนสามารถกลายเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนได้ การเกิดขึ้นของร้านค้าชุมชนจึงเกิดผู้นำในการดำเนินการขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งคนเดิมและคนใหม่ปะปนกันไป อย่างไรก็ตามนอกจากจะเป็นการสร้างแกนนำขึ้นมาแล้วยังก่อผลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือเกิดการรับรู้ของสมาชิกเพิ่มขึ้นในการทำกิจกรรมของชุมชนซึ่งจะส่งผลให้เกิดสมาชิกที่สนใจงานการพัฒนามากขึ้น  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มกองทุนอาชีพ กลุ่มเลี้ยงโค กลุ่มชีวภาพ กลุ่มรักสุขภาพและอื่นๆที่ชุมชนคิดขึ้นและกลุ่มกิจกรรมเหล่านี้ก็จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดการฝึกฝนคนให้สามารถทำงานเป็น หัวใจสำคัญของการเกิดกลุ่มผู้นำที่ชุมชนบ้านสระบัวจึงเกิดขึ้นภายใต้การทำงานจริงในชุมชน เกิดขึ้นท่ามกลางการปฏิบัติ และนี่เป็นจุดแข็งที่น่าสนใจว่าผู้นำที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเอาธุระที่จะทำให้ชุมชนบ้านสระบัวนั้นอยู่ดีมีสุข บทเรียนของชุมชนบ้านสระบัวจึงบอกเราว่ากระบวนการก่อเกิดผู้นำเป็นเช่นไรก็จะส่งผลให้การกระทำของผู้นำเป็นเช่นนั้นด้วย

 

มีหลายหมวกแต่สุดท้ายเป็นฮิญาบผืนเดียว

                 ผู้นำหลายคนในชุมชนบ้านสระบัวมีหลายตำแหน่งหรือที่เรียกกันในวงประชุมของชาวบ้านว่าสวมหมวกหลายใบ แต่หมวกหลายใบที่ว่านี้ก็เป็นหมวกที่สวมขึ้นภายใต้กลุ่มที่มีอยู่ในชุมชนไม่ใช่หมวกที่องค์กรข้างนอกมาสวมให้ เมื่อเป็นเช่นนี้แม้ว่าจะสวมหมวกหลายใบสุดท้ายก็เป็นฮิญาบผืนเดียวหมายถึงว่าแม้ว่าจะมีหลายตำแหน่งแต่ทุกตำแหน่งก็ทำเพื่อชุมชนของตัวเองหรือที่เรียกกันว่าสุดท้ายก็กลายเป็นอาสาสมัครรักถิ่นเหมือนกันหมด และนี่จึงเป็นลักษณะที่สำคัญซึ่งชุมชนบ้านสระบัวยึงดำรงอยู่ได้ด้วยการมีผู้นำรวมหมู่  ถ้าหากมองในอีกมุมมหนึ่งก็จะพบว่าคนในชุมชนบ้านสระบัวมีลักษณะในการทำงานแบบช่วยกันทำเพราะแม้ว่าจะมีผู้นำแบบรวมหมู่แต่ว่างานที่ต้องรับผิดชอบนั้นมีหลายหน้าที่และแต่ละองค์กรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก้ต้องการประสบการณ์ของคนเดิมในการทำงานเพราะฉะนั้นผู้นำในชุมชนบ้านสระบัวจึงรับหลายหน้าที่ ทั้งนี้เพราะการทำงานของแกนนำนั้นเป็นการทำงานในลักษณะที่เป็นอาสาสมัครทุกคนจึงไม่สามารถทำหน้าที่ตลอดเวลาได้เพราะต้องมีภาระความรับผิดชอบของตนเองและครอบครัวเป็นหลัก บทเรียนที่ชุมชนบ้านสระบัวจึงบอกให้เรารู้ว่าแม้ว่าจะเป็นอาสาหลายหน้าที่แต่เป็นหน้าที่ซึ่งทำเพื่อท้องถิ่นของตัวเองหากเป็นผู้นำที่สวมหมวกขององค์กรภายนอกแต่ไม่ได้มีเป้าหมายของการเอาธุระเพื่อให้ชุมชนอยู่ดีมีสุขเป็นที่ตั้งและไม่มีฐานการทำกิจกรรมอยู่ในชุมชนก็อาจกลายเป็นผู้นำซึ่งล่องลอยไปตามเวทีประชุมต่างๆซึ่งไม่อาจนำไปสู่การสร้างสุขชุมชนได้อย่างจริงจังและมีพลัง

 

แม้จะเป็นผู้นำรวมหมู่แต่มีลำดับการทำงานอยู่กลายๆ             

                แม้ว่าการทำงานของชุมชนบ้านสระบัวจะเป็นการทำงานแบบรวมหมู่แต่ว่าในความเป็นจริงจะมีแกนนำสำคัญอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งก็คือแกนนำในกลุ่มอนุรักษ์ที่คอยเป็นที่ปรึกษากำกับทิศทางการทำงานของกลุ่มต่างๆในชุมชนบ้านสระบัว คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มซึ่งเป็นผู้อาวุโสของชุมชนซึ่งได้รับความเชื่อถือจากสมาชิกของชุมชน แกนนำในลำดับถัดไปจะเป็นผู้นำที่ทำงานในกลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มร้านค้าชุมชน กลุ่มชีวภาพ แต่ลำดับต่างๆก็ไม่ได้เป็นลำดับที่ชัดเจนทุกคนยังมีความเท่าเทียมในการแสดงความเห็น จุดเด่นของการมีกลุ่มผู้นำหลักที่ปรากฎในชุมชนบ้านสระบัวก็คือทำให้กระบวนการทำงานของชุมชนบ้านสระบัวทุกกลุ่มกิจกรรมมีทิศทางการทำงานที่เป็นทิศทางเดียวกันและมีการทำงานแบบเชื่อมโยงกัน ตามลำดับของการเชื่อมโยงของผู้นำที่ดำรงอยู่ในชุมชน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีกลุ่มกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นในชุมชนบ้านสระบัวการดำเนินงานก็จะมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกัน  รวมทั้งการดำเนินงานที่สำคัญเกือบทุกกิจกรรมก็จะต้องมีการหารือในระดับแกนนำก่อนตัดสินใจดำเนินการ

 

ทำให้งานอาสาสอดรับกับวิถีชีวิตจริง           

                สิ่งสำคัญที่ทำให้แกนนำชุมชนบ้านสระบัวดำเนินกิจกรรมอยู่ได้อย่างมีพลังก็คือ งานอาสาสมัครที่ทำเพื่อชุมชนนั้นสอดรับอยู่กับการทำงานจริงในชีวิตประจำวันกล่าวคืองานส่วนรวมที่ทำก็เอื้อประโยชน์ต่อชีวิตส่วนตัวและครอบครัวทำให้แกนนำที่มาทำงานรู้สึกว่าไม่ได้สูญเปล่า เราจึงไม่เห็นการจัดองค์กรที่แข็งตัวของชุมชนบ้านสระบัวแต่เราจะเห็นการทำงานที่เมื่อถึงเวลาทุกคนก้มาช่วยกันเมื่อเสร็จภาระกิจทุกคนก็ทำงานของครอบครัวทำให้ได้ทั้งปรธดยชน์ของตัวเองและประโยชน์ของส่วนรวมพร้อมกันไป การเกิดขึ้นของลักษณะดังกล่าวนี้เป้นจุดแข็งอีกประการหนึ่งทั้งนี้เนื่องจากการก่อเกิดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมนั้นมีที่มาจากความต้องการแก้ปัญหาของชุมชนทั้งสิ้น กลุ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นจึงเป็นกิจกรรมที่ส่งผลจริงต่อชีวิตของคนสระบัว

 

หัวใจอยู่ที่วัฒนธรรมชุมชนและหลักการทางศาสนา

                 ความสามัคคีร่วมมือกันทำงานของชาวสระบัวไม่ได้เกิดขึ้นด้วยกระบวนการเรียนรู้ชั่วข้ามคืนแต่มีฐานทางวัฒนธรรมรองรับอยู่แล้วเช่น การช่วยเหลือกันในชุมชน การเป็นเครือญาติกัน รวมทั้งหลักการทางศาสนาที่ทุกคนยึดมั่นร่วมกัน พื้นฐานเหล่านี้ทำให้การรวมตัวที่กิดขึ้นใหม่เป็นไปโดยราบรื่นมากขึ้นและที่สำคัญกิจกรรมที่เกิดใหม่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการของศาสนาและวัฒนธรรมเดิมของชุมชน  การก่อเกิดสิ่งใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานของชุมชนจึงเป็นรูปแบบที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างมีพลัง