๕
การออกแบบที่เรียกว่าการสร้างสรีระชุมชน
ท่ามกลางความหลากลายของชุมชน ผู้คน ความคิด และสภาพภูมิศาสตร์ของชุมชนบ้านสระบัว ทำให้ชีวิตของผู้คนในแต่ละวันมีการดิ้นรน ทำงานในลักษณะที่แตกต่างกันไป ความเป็นชุมชนบ้านสระบัวจึงไม่ใช่ชุมชนทีมีลักษณะความเป็นหนึ่งเดียว สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงมีความหลากหลายตามไปด้วย เช่นนั้น การแก้ปัญหาของชุมชนจึงต้องตั้งอยู่บนฐานคิดที่พยายามจะออกแบบให้มีโครงสร้างหรือกิจกรรมที่จะนำไปสู่การออกแบบให้เกิดการแก้ปัญหาของชุมชนได้ในหลากหลายมิติ การที่ชุมชนบ้านสระบัวดำเนินการให้ก่อเกิดกิจกรรมการสร้างสุขในลักษณะต่างๆขึ้นก็หมายความว่า กิจกรรมเหล่านั้นจะนำไปสู่การแก้ปัญหาพื้นฐานที่ชุมชนสระบัวกำลังเผชิญ อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาที่เรียกว่าการสร้างสรีระนั้นหมายถึงการแก้ปัญหาในลักษณะของการคิดแบบเชื่อมโยงกัน เปรียบเสมือนร่างกายของคนเราที่แต่ละส่วนล้วนเชื่อมโยงกันอยู่ ซึ่งการก่อเกิดของสิ่งหนึ่งล้วนกระทบต่ออีกสิ่งหนึ่งทั้งในทางดีและทางร้าย หากนำสรีระทางร่างกายมาเปรียบเทียบกับสรีระของชุมชนก็จะพบว่า การสร้างกลุ่มกิจกรรมต่างๆของชุมชนบ้านสระบัวขึ้นมาก็เพื่อเติมเต็มให้ชุมชนบ้านสระบัวไปสู่สุขภาวะ ซึ่งการเติมเต็มดังกล่าวก่อเกิดจากฐานคิดเดียวกันซึ่งถ้าหากเรามองดูการเกิดกลุ่มของบ้านสระบัวก็จะเห็นว่าได้มีการแบ่งการเกิดกลุ่มต่างๆออกเป็นด้านๆ ดังนี้
การสร้างสรีระของชุมชนบ้านสระบัว
การสร้างสรีระของชุมชนบ้านสระบัวหมายถึง การที่ชุมชนบ้านสระบัวพยายามออกแบบให้ชุมชนพึ่งตัวเองได้มากที่สุดภายใต้การก่อเกิดของกลุ่มกิจกรรมที่ตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน หรือพูดในอีกทางหนึ่งว่าชุมชนบ้านสระบัวพยายามวิเคราะห์จุดอ่อนของตนเองว่าในขณะนี้ปัญหาของชุมชนบ้านสระบัวอยู่ตรงจุดไหนและเมื่อรู้แล้วก็พยายามในการคิดค้นวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาอันนั้น เราจึงเห็นชุมชนบ้านสระบัวก่อเกิดกลุ่มกิจกรรมขึ้นเรื่อยในรูปแบบที่คล้ายการแตกหน่อออกไปเรื่อยภายใต้ต้นพันธุ์เดียวกัน กลุ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นชุมชนสระบัวที่ดูเหมือนว่ามีอยู่มากหลายจนอาจก่อให้เกิดความสับสนว่ากลุ่มที่มากขึ้นนั้นจะก่อให้เกิดความสับสนเกิดขึ้นในการทำงานของชุมชน เช่นนั้นกระบวนการของชุมชนที่เกิดขึ้นจึงเป็นกระบวนการที่เรียกว่ารู้จักตัวเองก่อนแล้วหาทางบำรุงร่างกายของตัวเองให้สมบูรณ์แข็งแรง หากจะถอดรหัสการก่อกำเนิดของการสร้างสรีระชุมชนบ้านสระบัวเราจะพบรูปแบบการเดินทางของชุมชนที่น่าสนใจดังนี้
๑. ต้องเริ่มจากการมีฐานคิดของการพัฒนาก่อน ฐานคิดในที่นี้ก็คือฐานคิดในการพึ่งพาตนเองและเชื่อมั่นว่าชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ฐานคิดที่ว่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการแปรไปสู่พลังของการปฏิบัติ ฐานคิดที่สำคัญประการนี้อย่างน้อยเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ชุมชนเริ่มถูกรุกรานทรัพยากรทางทะเลจากเรือประมงพานิชย์ และรวมตัวกันต่อสู้ไม่พึ่งพารัฐหรือองค์กรพัฒนาเอกชนเพียงอย่างเดียว การรวมตัวกันต่อสู้ของชุมชนนำไปสู่การรวมกลุ่มกันทำงานเพื่อชุมชนในนามกลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านสระบัว จุดเปลี่ยนที่สำคัญประการถัดมาคือการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรโดยองค์กรพัฒนาเอกชนที่จะต้องพึ่งพาเงินทุนจากองค์กรข้างนอกทุกปีจนกระทั่งใกล้เวลาที่องค์กรข้างนอกกำลังจะถอนตัวออกจากชุมชนจึงเกิดคำถามที่ว่าแล้วเราจะหาเงินจากที่ไหนมาทำกิจกรรมการอนุรักษ์ได้อีก หรือถ้าแม้ว่าขอได้ก็ต้องดิ้นรนขออย่างนี้ไปทุกปี ชุมชนก็ยังตกอยู่ในภาวะของการพึ่งพาอยู่ตลอดเวลา เช่นนั้นจึงเริ่มมีการคิดว่าทำอย่างไรชุมชนจึงจะสามารถมีเงินทุนเป็นของตนเอง ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกเสริมเข้ามาสุดท้ายจึงเริ่มคิดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อให้ชุมชนมีทุนเป็นของตนเอง หลังจากนั้นก็ก่อเกิดกลุ่มต่างๆตามมาอีกหลายกลุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าหากตามดูพัฒนาการของชุมชนบ้านสระบัวก็จะพบว่าการเปลี่ยนฐานคิดของการพัฒนาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งนี้เพราะหากว่าชุมชนยังคิดพึ่งพาองค์กรภายนอกสระบัววันนี้อาจไม่เป็นเหมือนที่เป็นอยู่ก็อาจเป็นได้
๒. การก่อเกิดกลุ่มกิจกรรมต้องตั้งอยู่บนฐานของการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต การสร้างสรีระคือการรู้จักร่างกายและพยายามสร้างภูมิต้านทานหรือทำร่างกายให้แข็งแรง หากเปรียบการสร้างสรีระคือการพัฒนาชุมชน สรีระของการพัฒนาก็คือ ความพยายามในการทำให้ชุมชนมีความแข็งแรง นั่นหมายถึงว่าชุมชนมีภูมิต้านทานในชุมชนของตัวเองที่จะเป็นเกราะป้องกันหรือทำให้การพัฒนานั้นสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการป้องกันหรือทำให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกันได้นั้นจำเป็นที่ชุมชนจะต้องมีการพัฒนาที่ถูกตรงตามสภาพปัญหาที่ดำรงอยู่และส่งผลจริงต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เพราะถ้าไม่เช่นนั้นการเกิดขึ้นของกิจกรรมก็ไม่อาจเป็นพลังของชุมชนได้ เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของชุมชน คนก็จะเข้ามามีส่วนร่วมน้อย หรืออีกนัยยะหนึ่งการก่อเกิดของกลุ่มกิจกรรมแกนนำต้องออกแบบให้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตด้านใดด้านหนึ่ง คล้ายกับว่าการจ่ายยาต้องทำให้อาการของโรคนั้นเจือจางลงหรือหายไป ไม่เช่นนั้นยาก็จะไม่มีคุณค่าอะไรสำหรับคนไข้
๓. แต่ละกิจกรรมต้องเชื่อมโยงเปรียบเสมือนว่าเป็นร่างกายเดียวกัน ความสำคัญของการมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกันนั้นมีความสำคัญมากต่อการแก้ปัญหาของชุมชนและแทบจะเป็นลักษณะที่สำคัญที่สุดที่ปรากฏขึ้นในชุมชนบ้านสระบัว กล่าวคือ กลุ่มกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมาจากแม่เดียวกันและออกลูกเป็นกลุ่มต่างๆ เพราะฉะนั้นกลุ่มต่างๆที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีความแปลกแยกแต่ทว่ามีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน ความเกี่ยวเนื่องของกลุ่มกิจกรรมก็หมายถึงการหนุนเสริมซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนบ้านสระบัวนั่นเอง ลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการที่แต่ละกลุ่มกิจกรรมมีความเชื่อมโยงกันคือ กลุ่มกิจกรรมที่แยกออกไปมีการดำเนินงานภายใต้การมีฐานคิดเดียวกัน และในเชิงการบริหารจัดการมีฐานมาจากผู้นำกลุ่มเดียวกัน เพราะฉะนั้นกลุ่มกิจกรรมที่แยกออกไปจะไม่มีลักษณะของการแยกการดำเนินการต่างหาก ประการถัดมาก็คือ การสร้างเงื่อนไขให้แต่ละกลุ่มกิจกรรมเชื่อมโยงกัน เช่น ทุกคนที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มกิจกรรมต่างๆจะต้องเป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์ก่อน กลุ่มออมทรัพย์จึงเป็นกลุ่มที่มีฐานของสมาชิกอยู่มากที่สุด ทั้งนี้เพราะแกนนำชุมชนให้ความสำคัญกับวินัยของสมาชิกที่จะต้องเริ่มจากวินัยของการออมก่อน จึงจะนำไปสู่การร่วมกิจกรรมกับกลุ่มกิจกรรมอื่นๆ รูปธรรมของชุมชนบ้านสระบัวที่เกิดขึ้นคือ มีกลุ่มอนุรักษ์เป็นกลุ่มนำหรือมันสมองเพราะแกนนำของกลุ่มอนุรักษ์เป็นผู้นำอาวุโสของชุมชนและได้รับความเคารพจากสมาชิกส่วนใหญ่ เท้าคือกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้ชุมชนสามารถเดินต่อไปได้ในหลายประการทั้งเงิน วินัย และกลุ่มองค์กร ร้านค้าชุมชนเปรียบเสมือนมือ ที่เพิ่มความคล่องแคล่วของการกระทำต่างๆของร่างกาย เนื่องจากกลุ่มร้านค้าชุมชนให้คุณค่าหลายอย่างแก่สมาชิกทั้งสินค้า ผลกำไร การพัฒนาชุมชน นับว่าเป็นกลุ่มที่สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับชุมชนบ้านสระบัวเนื่องจากกลุ่มร้านค้าชุมชนมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
หากเราจะเปรียบเทียบกับชุมชนอื่นๆเพื่อให้เห็นความแตกต่างนั้นลักษณะสำคัญที่น่าจะพิจารณาก็คือว่า แม้ว่าจะเกิดกลุ่มกิจกรรมขึ้นมากมายแต่ถ้ากลุ่มเหล่านั้นไม่มีลักษณะของการเชื่อมโยงกันก็ไม่อาจนำไปสู่การพัฒนาในรูปแบบที่เรียกว่าการสร้างสรีระได้
รูปที่ ๒๓ แสดงโครงสร้างกลุ่มองค์กรชุมชนในบ้านสระบัว
๔. ที่สำคัญต้องสร้างสรีระทางความคิดให้เกิดขึ้น สรีระทางความคิดหมายถึงการคิดแบบเชื่อมโยง เปรียบเสมือร่างกายที่แม้ว่าอวัยวะแต่ละอย่างจะทำหน้าที่ของตัวเองแต่ว่าอวัยวะทุกส่วนของร่างกายล้วนเชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน การคิดแบบเชื่อมโยงมีความสำคัญต่อการออกแบบให้กลุ่มต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเหล่านั้นทำหน้าที่ในการแก้ปัญหา โดยมองภาพความสุขของชุมชนเป็นตัวตั้ง ทั้งนี้สรีระทางความคิดต้องเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้นำแบบรวมหมู่เพราะถ้าหากเกิดขึ้นจากแกนนำเพียงไม่กี่คนก็ไม่สามารถดำเนินการจนนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้ ซึ่งถ้าหากถอดรหัสจากรูปธรรมของชุมชนบ้านสระบัวเราก็จะพบว่า สรีระทางความคิดของชุมชนบ้านสระบัวนั้นดำรงอยู่ท่ามกลางการขับเคลื่อนของกิจกรรม นอกจากนั้นสรีระทางความคิดดังกล่าวยังตั้งอยู่บนหลักการของวัฒนธรรมชุมชนและหลักการทางศาสนาด้วย สรีระทางความคิดเกิดขึ้นเนื่องจากมีการคุยกัน พบปะสนทนากันและร่วมกันขบคิดของกลุ่มแกนนำอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมเดียวกัน และแต่ละกลุ่มที่เกิดขึ้นล้วนมีบทบาทในการสนองตอบต่อการสร้างสุขของชุมชน ซึ่งถ้าลองจัดกลุ่มดูก็จะพบการเคลื่อนไหวของการสร้างสรีระชุมชนดังนี้
รูปที่ ๒๔ แสดงการสร้างสรีระชุมชนของบ้านสระบัว
๑. ส่วนสมอง คือแกนนำหลัก เป็นจุดกำเนิดของความคิดซึ่งมีบทบาทในการกำหนดทิศทางหลักของการพัฒนาชุมชนซึ่งหมายถึงแกนนำของกลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านสระบัว
๒. แขนซ้าย คือกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งทำหน้าที่ในการรวมคนและเป็นแหล่งทุนที่สำคัญของชุมชน การมีแหล่งทุนเป็นของตัวเองของชุมชนจะสามารถพึ่งตนเองได้ในการทำกิจกรรมต่างๆรวมทั้งจะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งทุนภายนอก
๓.แขนขวา คือกลุ่มร้านค้าชุมชน ซึ่งทำหน้าที่จัดระบบการซื้อขายสินค้าของชุมชนได้ในระดับหนึ่งทั้งในเชิงบุคคลและร้านค้าที่มีอยู่ในชุมชนบ้านสระบัวที่มาซื้อของจากร้านค้าชุมชนด้วย
๔.เท้าขวา คือกองทุนเครื่องมือประมง ซึ่งกำลังมีบทบาทในเชิงการเป็นช่วยเหลือทางด้านอาชีพที่สำคัญของชุมชน โดยการกำหนดเงื่อนไขให้ทุนสำหรับการช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพของคนในชุมชนบ้านสระบัว
๕.เท้าซ้าย คือ กิจกรรมการเลี้ยงโคพื้นเมืองและทำปุ๋ยชีวภาพ โดยเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือเศรษฐกิจครอบครัวและชุมชน
นอกจากนี้แล้วกิจกรรมอื่นๆอีกหลายกิจกรรมที่จะเป็นอวัยวะซึ่งทำหน้าในตัวของมันเอง โดยหลักสำคัญก็คือแต่ละกิจกรรมล้วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันก่อเกิดจากการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาและกิจกรรมที่สำคัญของชุมชนกำหนดให้เงื่อนไขของการเข้าร่วมต้องผ่านกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวมสมาชิกในชุมชนเอาไว้มากที่สุด เพราะต้องการให้คนในชุมชนบ้านสระบัวฝึกฝนตนเองเรื่องความมีวินัยในการออมและการใช้ชีวิต