ยุทธการพอเพียง

สร้างสุข...ด้วยยุทธการพอเพียง

ว่าด้วยการสร้างสรีระของชุมชน 

 

 

ชุมชน...แห่งการอนุรักษ์

ชุมชน...ของนักพัฒนา

ชุมชน...น้อมนำศาสนา

ชุมชน...ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

ที่ปรึกษา

นายอภินันท์  เชวลิตร                         นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา

นายมานะ  ช่วยชู                                 นายกสมาคมดับบ้านดับเมือง

นายหยะหยา  เจ๊ะเตบ                         แกนนำชุมชนบ้านสระบัว ตำบลท่าศาลา

ผู้เรียบเรียง

นายประสิทธิ์ชัย  หนูนวล                 ทีมจัดการความรู้เครือข่ายตำบลท่าศาลา

นางจินดา  จิตตะนัง                            ทีมจัดการความรู้เครือข่ายตำบลท่าศาลา

นางสาวสุดารัตน์  เจ๊ะเตบ                  ทีมจัดการความรู้เครือข่ายตำบลท่าศาลา

นายทรงวุฒิ  พัฒแก้ว                          ทีมจัดการความรู้เครือข่ายตำบลท่าศาลา

นายชัยยะ ฉัตรเวชศิริ                         นักวิชาการอิสระ

ผศ.สุริยะ  จันทร์แก้ว                           มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

 

 

 

 

๑.

ยุทธการพอเพียง

กับการเรียนรู้ร่วมกันที่สระบัว

 

รายการยุทธการพอเพียง สื่อกับการเรียนรู้ชุมชน

            รายการยุทธการพอเพียงเป็นรายการเรียลลิตี้แนวใหม่ ที่มีการคัดเลือกผู้ปฏิบัติการทั้ง 5 คนจาก 5 พื้นที่ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน และกรุงเทพมหานคร โดยผู้ปฏิบัติการทั้ง 5 พื้นที่ มีอาชีพ มีปัญหา และมีเป้าหมายที่แตกต่างกันแต่ทุกคนมีความตั้งใจและความมุ่งมั่นเดียวกัน คือ การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน ด้วยวิถีชีวิตพอเพียง

            รายการยุทธการพอเพียงดำเนินรายการในลักษณะติดตามถ่ายทอดชีวิตจริง ที่เป็นกิจวัตรประจำวันของผู้ปฏิบัติการทั้ง 5 คน ซึ่งมีทีมที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำถึงวิธีการปรับเปลี่ยนแก้ปัญหาตัวเองไปสู่การดำเนินชีวิตด้วยวิถีพอเพียง รายการแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล  ระดับครอบครัว ระดับชุมชน เหตุผลของการแบ่งเป็น 3 ระดับ เนื่องมาจากการสร้างเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืนไม่สามารถสร้างได้จากการปรับเปลี่ยนเฉพาะชีวิตเราเองหรือคนในครอบครัวเท่านั้น แต่การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนมีความเกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายทุกส่วนในระดับชุมชนและระดับจังหวัดที่จะร่วมคิดร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ดังนั้น การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้ร่วมปฏิบัติการในรายการ จะเป็นการสะท้อนกระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับ และเพื่อให้สามารถเห็นภาพของการเชื่อมโยงกันในประเด็นสุขภาวะของแต่ละระดับได้

                และเนื่องจากในระดับครอบครัวและระดับชุมชน รายละเอียดของเนื้อหาและผู้เกี่ยวข้องจะมีมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้รายการสามารถลงลึกในรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น รายการยุทธการพอเพียงจึงจำเป็นที่ต้องมีการคัดผู้ร่วมรายการออก โดยในระดับบุคคลจะคัดผู้ร่วมปฏิบัติการจาก 5 คน ให้เหลือ 3 คน ในรอบครอบครัวจะคัดจากผู้ร่วมปฏิบัติการจาก 3 ครอบครัว ให้เหลือ 2 ครอบครัว และในระดับชุมชน จะคัดจาก 2 ชุมชนให้เหลือเพียง 1 ชุมชน           คะแนนโหวตในการคัดออกของผู้ร่วมปฏิบัติการจะมี 3 ส่วนได้แก่ คะแนนจากผู้สังเกตการณ์ประจำรายการ คะแนนจากทีมที่ปรึกษา และคะแนนจากตัวแทนเครือข่ายสุขภาพในแต่ละจังหวัด โดยจะสรุปผลคะแนนโหวตในสัปดาห์สุดท้ายของในแต่ละระดับจนเหลือบุคคลเข้ารอบ ๒ คนสุดท้ายในรอบชุมชน ผู้สังเกตการณ์ประจำสัปดาห์ได้แก่

            ๑.    นายวิวัฒน์   ศัลยกำธร         ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

            ๒.    นาย สกล อดุลยานนท์           รองบรรณาธิการมติชน

                ๓.     นายเลี่ยม  บุตรจันทา ปราชญ์ชาวบ้าน

            ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ร่วมปฏิบัติการมีเครื่องมือช่วยในการพัฒนาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง ตามแนวทางและตามความตั้งใจที่วางไว้ ทางรายการจึงได้พัฒนาตัวช่วยขึ้นมาเป็นเครื่องมือเสริม ได้แก่ ตัวช่วยที่เป็นเงินทุน ตัวช่วยที่เป็นความรู้ ตัวช่วยที่เป็นสิ่งของ โดยผู้ร่วมปฏิบัติการจะสามารถเลือกตัวช่วยได้ 1 ตัวในแต่ละระดับ และเพื่อให้ผู้ชมได้ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน ทางรายการจะเปรียบเทียบตัวช่วยทั้งหมดเข้ากับชีวิตประจำวันของคนทั่วไป เพื่อให้คนทั่วไปสามารถหาตัวช่วยเหล่านี้ในความเป็นจริงได้

            ทางภาคใต้ สสส.ประสานงานผ่านโครงการพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่ภาคใต้ : ดับบ้านดับเมือง โดยทางโครงการได้หารือและประชุมร่วมกับเครือข่ายฯ ที่ดำเนินงานในจังหวัดนครฯ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าร่วมรายการจากพื้นที่ปฏิบัติการ โดยมีหลักการกว้าง คือ เป็นคนที่กล้าเปิดเผยชีวิตตัวเอง พร้อมเปลี่ยนแปลงและยินดีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียงเป็นตัวตั้ง

            นอกจากนี้ในความเป็นอัตลักษณ์ของภาคใต้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่แตกต่างกับภาคอื่นๆ  มีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ คือ การประกอบอาชีพทางการประมง  และการนับถือศาสนามุสลิม แม้ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายแต่หากได้ตามประเด็นนี้  ถือเป็นเรื่องดีในการเรียนรู้ร่วมกันของระดับประเทศ  ในที่สุดผลการคัดเลือกได้นายอดิเรก  สร้อยวารี หรือ บังแอ  แห่งบ้านสระบัว ตำบลท่าศาลา ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยประกอบอาชีพประมง  แต่ปัจจุบันประกอบอาชีพทำกรงนก

            บังแอ และชุมชนบ้านสระบัวเป็นชุมชนที่น่าเรียนรู้ เนื่องจากมีกิจกรรมของชุมชนที่ได้ริเริ่มไว้บ้างแล้ว ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพหลากหลาย โดยที่มีอาชีพหลัก คือการทำประมง ดังนั้น พอจะสรุปความน่าสนใจ ดังนี้

          ความเป็นมุสลิม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของภาคใต้ ปัจจุบันสังคมส่วนใหญ่มองคนมุสลิมทางภาคใต้หนักไปในทางร้ายด้วยเหตุผลของเหตุการณ์สามจังหวัด ดังนั้นบังแอและชุมชนบ้านสระบัว อาจเป็นส่วนหนึ่งของการทำความเข้าใจและสื่อสารกับสังคมข้างนอกในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคนพุทธและมุสลิมโดยอาศัยการอยู่ร่วมกันโดยความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

          ความหลากหลายของอาชีพ ชุมชนบ้านสระบัวประกอบอาชีพทางการประมงเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีอาชีพอย่างอื่นเหมือนกับชุมชนทั่วไป คือ การทำสวน การเลี้ยงสัตว์ และ อาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุก 

          การประกอบอาชีพประมง อาชีพประมงเป็นอาชีพหลักของพี่น้องในภาคใต้อาชีพหนึ่ง ในชุมชนบ้านสระบัวการประกอบอาชีพประมง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเลี้ยงชีพ แม้ผ่านมรสุมทั้งวิกฤติน้ำมันแพง  ทรัพยากรร่อยหรอ แต่พี่น้องบ้านสระบัวก็ยังยืนหยัดในการประกอบอาชีพและยังมีกิจกรรมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพด้วย

            รายการยุทธการพอเพียง ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 15.00 16.00 น. ทางช่อง 9  MCOT  เริ่มออกอากาศครั้งแรก เมื่อเดือน กรกฎาคม 2550 สิ้นสุด กุมภาพันธ์ 2551 เป็นเวลา 7 เดือน  โดยทางรายการจะมาถ่ายทำทุกอาทิตย์ หรือวันที่มีเหตุการณ์ในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

            ทั้งนี้จะมีทีมที่ปรึกษา คือ

1) นายมานะ  ช่วยชู                    หัวหน้าโครงการดับบ้านดับเมืองฯ

2) นายชัยยะ ฉัตรเวชศิริ              ผอ.ศูนย์บริการวิชาการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

3.) นายหยะหยา เจ๊ะเตบ             ผู้นำชุมชน ประสานงานชุมชน

4.) นายทรงวุฒิ  พัฒแก้ว             ผู้ประสานงาน

5.) นางสาวสุดารัตน์ เจ๊ะเตบ        ผู้ช่วยการประสานงาน

 

สื่อกับการพัฒนาชุมชน

            การจัดทำรายการยุทธการพอเพียงนี้ ถือเป็นโอกาสของการขยายผลการดำเนินงานสร้างสุขสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรรม โดยเริ่มจากเล็กๆ ในรายบุคคล ครอบครัว  และระดับชุมชน  โดยทางโครงการดับบ้านดับเมือง ไม่ได้มุ่งหวังแค่เพียงดำเนินงานให้จบ แต่หวังไว้สูงว่า นี้เป็นโอกาสครั้งสำคัญ ในการ บูรณาการงานรูปธรรมของเครือข่าย มาขยายผลเข้าสู่กระบวนการแผนของชุมชนใหม่ แล้วเริ่มติดตามผลไปพร้อมกัน  ได้ทั้งการขยายผลพัฒนาในพื้นที่ใหม่  ได้ทั้งการนำเสนอบทเรียนที่น่าสนใจสู่การนำไปใช้จริง ผ่านรายการและผ่านชุมชนตำบลท่าศาลา

            จากโอกาสนี้  จึงน่าขยับการบูรณาการงานของเครือข่ายมาขยายผล  การเชิญภาคีพัฒนาในพื้นที่มาร่วม  เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น  หรือ จังหวัด  จากที่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ดำเนินงานของโครงการดับบ้านดับเมืองอยู่แล้ว