นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายในกลางปีงบประมาณ 52 หรือเดือน มี.ค.ปีนี้ กระทรวงการคลังจะสามารถเบิกจ่ายเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (เอสเอแอล) หรือแซว ในวงเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 70,000 ล้านบาท (35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในกลางเดือน ม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนของแหล่งเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย “เม็ดเงินกู้ทั้งหมด จะมาจากแหล่งเงินกู้สองแห่งคือ ธนาคารโลกในวงเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาจากธนาคารเพื่อพัฒนาเอเซีย หรือเอดีบี ซึ่งขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังอยู่ระหว่างเจรจาในรายละเอียดของโครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังก็อยู่ระหว่างการหารือกับ รมว.คลัง ในการเตรียมโครงการเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินอย่างรวดเร็ว”
นายศุภรัตน์กล่าวว่า โครงการเงินกู้แซวมีลักษณ์ที่แตกต่างจากโครงการเงินกู้ทั่วไป เพราะเป็นการกู้แบบโปรแกรมโลน์ โดย สบน.จะกู้จากแหล่งเงินกู้ทั้งหมดในครั้งเดียว แล้วจะใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนดภายใต้คำแนะนำของคณะกรรมการกลาง ซึ่งจะมาจากผู้แทนกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อให้การจ่ายเงินก้อนดังกล่าว มีความรวดเร็ว โปร่งใสและตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับเงินกู้แซวนั้น จะมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างงานชนบทเป็นหลัก เพื่อรองรับแรงงานจากในเมืองที่จะตกงานในอนาคตแล้วเดินทางกลับภูมิลำเนาของตัวเอง เช่น การก่อสร้างหรือปรับปรุงถนน การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือ หรือสร้างอาชีพใหม่
ไทยรัฐ 5 มกราคม 2552