....
วันหยุดยาวห้าวันในปีใหม่นี้ ผมกะว่าจะ enjoy eating & นอนกลิ้งตีพุงเล่นอยู่กับบ้าน แต่ก็มีเหตุให้ต้องผิดแผนด้วยมีเพื่อนต่างชาติแวะมาหา ให้พาไปทางเหนือ พอดีน้องชายที่มีอุปนิสัยเหมือนพวกผีตองเหลือง คือพอไปลงหลักปักฐานสักพัก ใบตองเริ่มเหลืองก็จะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่เชียงดาว ก้เลยมีความคิดว่าน่าจะไปเยี่ยมเค้าสักหน่อย
แต่เหตุผลสำคัญที่สุดคือ ลุกสาวขนาดยักษ์ของผมได้หยุดเรียนตั้งแต่ ๒๕ ธ.ค.ไปเปิดอีกที่วันที่ ๕ มกราโน่น ทำให้ผมตัดสินใจส่งใบลาพักงานทันที ไหนๆ ก็เกเรมาทั้งปีแล้ว เกเรอีกสักทีจะเป็นไรไป เอิ๊กกสสสส์.....
ทริปนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางทั้งสิ้น ๖ คน เลยต้องใช้รถ ๒ คัน เป็นรถเก๋ง กับ 4WD มี HIGHLIGHT สองแห่งคือ ขุนช่างเคี่ยน และ สันป่าเกี๊ยะ ครับ
๒๘ ธ.ค.๕๐, ๒๑.๓๐ ออกเดินทางจาก กทม. ไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะปั้ม เราไปถึงเชียงใหม่ในเวลาหกโมงเช้า ก็ขึ้นไปพระธาตุดอยสุเทพ จอดรถเก๋งไว้ที่นี่ แล้วทั้งหมดก็เข้าไปอยู่ใน 4WD คันเดียว ผ่านพระธาตุได้สักไม่กี่กิโลเมตร ก็มาเจอพระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นมาพอดี ตรงจุดนี้พอมองลงไปจะเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ทั้งเมืองได้เลยครับ

เก็บภาพเสร็จ เราก็ขับต่อไปพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เมื่อสุดทางที่พระตำหนักแล้ว จะเป็นถนนที่คดเคี้ยวไปท่ามกลางป่าสน จะเป็นทางแคบ ๆ ที่รถจะสวนกันแต่ละที ต้องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านวางแผน จะเดินหน้าถอยหลังยังไง คันไหนจะไปก่อน จุดหมายของเราคือ สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนข่างเคี่ยน ซึ่งอยู่เลยจุดกางเต็นท์ดอยปุยขึ้นไปประมาณ ๒ กิโลเมตรครับ
ก่อนที่จะถึงจุดกางเต็นท์ดอยปุย ก็จะมีจุดชมวิวอยู่ทางซ้ายมือ

สาวๆ เค้าไม่กลัวแดดกันเลย ขอนั่งกระบะหลัง จะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบเต็มๆตา

แล้วเราก็มาถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนข่างเคี่ยน ซึ่งเป็นของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทันทีที่เราเดินเข้าไป แล้วมองไปรอบๆ ก็ โอ้วววววว ....ว้าว มองไปทางไหนก็เห็นแต่นางพญาเสือโคร่ง บางคนขนานนามว่าเป็นซากุระเมืองไทย ออกดอกชมพูบานสะพรั่งเต็มไปหมด


ที่เห็นหลังคาอยู่นั่นเป็นร้านกาแฟ ของที่นี่ครับ ว่าแล้วเราก็ไม่รอที่จะเดินไปหากาแฟ และมาม่ากระป๋องใส่ท้อง


รูปข้างบนนั้นถ่ายจากร้านกาแฟครับ...จิบกาแฟไป ชื่นชมธรรมชาติสวยขนาดนี้ มันมีความสุขแบบไม่รู้จะบรรยายอย่างไรอ่ะครับ โดยเฉพาะได้อยู่กับคนที่เรารัก....ว้าวววววว




ดูรูปนางพญาเสือโคร่งสวยๆแล้ว ก็มาทำควานรู้จักกัน เอาแค่พอสังเขปละกันนะครับ ชื่อวิทยาศาตร์ Prunus cerasoides D. Don ชื่อวงศ์ Rosaceae เป็นพรรณไม้ที่มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน พบอยู่กในป่าที่ระดับความสูง 500-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในประเทศไทย พบขึ้นตามภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-2,000 เมตร เช่น บนดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว ฯลฯ



ดงซากุระ ขุนช่างเคี่ยน จัดว่าเป็นแหล่งที่อยู่ใกล้เมืองที่สุด การเดินทางก็ไม่ลำบาก อยากให้เพื่อนๆที่ไปเชียงใหม่ ได้สัมผัส ความสวยงามอลังการอย่างนี้บ้าง หากปีนี้ไปไม่ทัน ก็วางแผนสำหรับปีหน้าก็ได้นะครับ.... สำหรับผู้ที่สนใจจะไปพักแรม จะมีจุดกางเต็นท์ที่ยอดดอยปุย อยู่ก่อนถึงสถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน 2 กม. หรือไปพักที่สถานีเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน มีบ้านให้พัก และมีจุดกางเต็นท์ ติดต่อที่ ศูนย์วิจัยและอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร.0-5394-4052 ครับ การเดินทางครั้งนี้เพิ่งแค่เริ่มต้น วันนี้ง่วงแล้ว ขยันเมื่อไรจะมาเขียนถึงสันป่าเกี๊ยะละกัน ติดตาม..กลางคืนนอนดูทะเลดาว & ตอนเช้าดูทะเลหมอก..ที่สันป่าเกี๊ยะ ได้ที่บันทึกต่อไปนะครับ....
สวัสดีค่ะ
พี่ประกาย ตาร้อนแล้วร้อนอีก น่าอิจฉาได้ท่องเทียวกำไรชีวิต
ขอบคุณคะภาพสวย ๆ เหมือนครูคิว่าได้ไปเที่ยวเอง
สวัสดีค่ะ บรรยากาศสวยมากค่ะ ทั้วทิวทัศน์และนางแบบค่ะ ขอบคุณค่ะที่นำภาพสวย ๆ มาให้ชมค่ะ สุนันทาไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยค่ะ อยู่กับคุณพ่อท่านป่วยค่ะ รอชมภาพจังหวัดกาญจนบุรีอีกน่ะค่ะ
สวัสดีครับ ท่านทำให้ผมนึกถึงดอยแมสลอง ..สาวซากุระ คล้ายคนไทยมากนะครับ..อิอิ
แวะมาเยี่ยม แวะมาโฉบความสวยงามตามธรรมชาติ
ขอบคุณค่าาาาา
สวัสดีค่ะ
* โอวววว ว้าววววว !
* ยินดีกับความสุขช่วงวันหยุดด้วยนะคะ
* และก็ขอบคุณที่นำความสุขมาเผื่อค่ะ
* เห็นสมาชิกแล้วเชื่อทหารอากาศขนากยักษืค่ะ..อิอิ
* สุขกายสุขใจนะคะ
มัวชมนางพญาเสือโคร่งเพลินไปหน่อย มาก่อน แต่กลับทีหลังฮิฮิ
สวยม๊ากค่ะ ..ขอบอก
ครูต้อยลงทุน ลางาน 0...จุ๊ๆ ไปก่อนปีใหม่ยังไม่สมดังตั้งใจเลย
ความสุขที่แย่งกัน ปีหน้าเอาใหม่ ไปแบบแบ่งปัน ในฤดูที่ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกัน นอน และแย่งกันเที่ยว
แต่เจ้าธรรมชาติเหล่านี้ก็แปลกนะ ยั่วกิเลสได้ดีมาก กิเลสก็เกิดพร้อมกัน555+
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านทหารอากาศ (ไม่เขียนนามสกุลนะคะ)
สวยจังเลย ดอกไม้ + วิว
ยังไม่เคยไปสถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนข่างเคี่ยน
เดือนที่แล้ว ไปแม่ฮ่องสอน ผ่านเชียงใหม่แค่แวะพัก ไม่ได้ไปไหนเลย เสียดายจัง สักวันคงมีโอกาสได้ไปชมบ้าง
รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ