ปลายปีชวด.....ต้องนอนนับเข็มฉีดยาในโรงพยาบาลสุรินทร์......ตั้งสิบเจ็ดเข็มแน่ะ......

 

หลานๆ โทรศัพท์เยี่ยมไข้กันให้ควั่ก “ฮัลโหล....ป้ากั๊ต....แม่บอกว่าป้าไม่สบาย.....เป็นอย่างไรบ้าง....ขอให้ป้าหายเร็วๆ นะ เดี๋ยวไม่มีคนจัดปีใหม่......(เหม่ๆๆๆ ดู ดู๋ !! ...หลงคิดว่าจะเป็นห่วงเรา.....ที่แท้....ก็ห่วงกลัวไม่มีเจ้าภาพเลี้ยงปีใหม่นี่เอง...อิๆ) 

 

ปีใหม่ทีไร....หลานๆ และญาติพี่น้องจะมารวมตัวกันที่บ้านครูกั๊ต.....ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติติดต่อกันมาหลายปี.....แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปี.....คือได้ทำบุญบ้านและเลี้ยงเพลพระ....และจัดเลี้ยงวันขึ้นปีใหม่ในช่วงเย็น....ทุกคนจะเตรียมของขวัญมาจับกันเป็นที่สนุกสนาน...โดยเฉพาะเด็กๆ

อาหารที่จัดเลี้ยงต้องเป็นฝีมือของครูกั๊ตเท่านั้น....โดยเฉพาะ...ปอเปี๊ยะทอด  (ตามคำเรียกร้อง....อร่อย...หาชิมที่ไหนไม่ได้...).....ตามด้วยเนื้อย่างเกาหลีสูตรครูกั๊ต....ทั้งแบบย่างและแบบต้ม (อย่างสุกี้ Hot  Gut)

 

 “ตื่นๆๆๆ ลุกได้แล้ว....ไปเดินเล่นออกกำลังกายหลังบ้านกันเถอะ”.....ครูกั๊ตปลุกน้องพิ้งค์ หลานจากบุรีรัมย์มาอยู่ด้วยหลายวัน

 

ขณะที่เดินไปก็ไปพบต้นผักลืมผัว...ดอกสีม่วงเล็กกำลังบานชูช่อสวยตามคันนา....จึงชวนน้องพิ้งค์เก็บ....

ลักษณะดอกเป็นแบบนี้ค่ะ

ลักษณะใบ

 

“ต้นอะไรล่ะ....แม่กั๊ต”..... “ต้นผักลืมผัวจ้ะ”......น้องพิ้งหัวเราะคิดว่าครูกั๊ตพูดเล่น.....

“เร็วรีบช่วยเก็บ....ไปทานกับปอเปี๊ยะกัน”

 

เมื่อครูกั๊ตเป็นเด็กๆ....คุณแม่เคยพาไปเก็บผักลืมผัว....ครูกั๊ตถามคุณแม่ว่า... “ทำไมมันจึงชื่อผักลืมผัวล่ะค่ะคุณแม่....หนูไม่ให้คุณแม่กินหรอกนะ...เดี๋ยวคุณแม่จะลืมคุณพ่อ”.......

 

คุณแม่หัวเราะแล้วก็เล่าให้ฟังว่า.... “ที่ชื่อว่าผักลืมผัว...มันมีที่มา....คือ ผัวไปทุ่งนาเห็นต้นผัก (ตอนนั้นยังไม่ทราบชื่อ) น่าทานจึงเก็บมาให้เมียที่บ้านไว้จิ้มน้ำพริกตอนมื้อเย็น.......ฝ่ายเมียก็เตรียมหุงหาอาหารสำหรับมื้อเย็น....ส่วนผัวก็ไปต้อนควายที่ทุ่งนามาเข้าคอก....

 

เมื่อเมียตำน้ำพริกเสร็จก็เอาผักมาจิ้มกับน้ำพริก.....ด้วยความเอร็ดอร่อยจึงนั่งกินจนหมด....เมื่อผัวกลับมาถึงบ้านปรากฏว่าหมดเกลี้ยงทั้งผักทั้งน้ำพริก....เมียจึงคิดได้ว่าตนเองกินจนหมดลืมเก็บไว้ให้ผัว.....ผักชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า...ผักลืมผัว

(ดอกแบบนี้...กับใบแหลมๆ ดูคล้ายๆ แต่ไม่ใช่ผักลืมผัวนะคะ)

 

เช้าวันนี้น้องพิ้งค์ได้ทานผักลืมผัวกับเปอเปี๊ยะทอด.....รู้สึกติดใจ....ตอนเย็นชวนแม่กั๊ตไปเก็บอีก....เท่านั้นยังไม่พอ....รุ่งเช้าของวันต่อมา....ยังชวนไปเก็บผักที่กลางทุ่งนาอีกครั้ง....

 

ครูกั๊ตจึงแซวน้องพิ้งค์ว่า.... “เอ๊ะผักนี้ชื่อผักลืมผัว...หรือ...ผักลืมบ้านกันแน่”.....เพราะน้องพิ้งค์มาอยู่บ้านแม่กั๊ตตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. วันนี้วันที่ 3 ม.ค. แล้วยังไม่ยอมกลับบ้าน....

 

ระวังนะคะ...อย่าทานเพลิน.....น้ำหนักจะเกินไม่รู้ตัว.....

หรืออร่อยเพลินจนลืมคนที่บ้าน...จะยุ่งกันไปใหญ่......

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ