กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

                กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

 

          วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ผมได้รับคำสั่งเด็ดขาดจากธิดาบังเกิดเกล้าว่าต้องไปเคาท์ดาวน์ที่กรุงเทพฯ  ก็เลยต้องไปกรุงเทพฯด้วยความจำใจครับ  ทั้งนี้เพราะผมไม่ชอบบรรยากาศในกรุงเทพฯเอาเสียเลย

               เริ่มต้นที่ร้านอาหาร สีฟ้า ย่านเซ็นเตอร์พอยท์ครับ  ทานอะไรกันเล็กน้อยกับเพื่อนและครอบครัว หลังจากนั้นจึงค่อยเคลื่อนตัวไปที่ สยามพาราก้อน   ก็พบกับฝูงคลื่นมหาชนที่เดินกันมาเที่ยวอย่างมืดฟ้ามัวดิน     ทั้งมาเป็นคู่   มากับฝูงเพื่อน   ส่วนใหญ่จะอายุน้อยๆ และแต่งตัวกันสุดฤทธิ์สุดเดช   ผมเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมไปครับ ทั้งอายุและการแต่งตัว

          เห็นลูกสาวผมตื่นตาตื่นใจและมีความสุข ผมก็พอใจแล้วครับ  ได้ไปดูคอนเสิร์ตคุณ เจ เจตริน   พอถึงเที่ยงคืน ก็นับถอยหลัง   ส่งเสียงไชโย  มีความสุขกันเต็มที่

          พอตอนจะกลับ มีปัญหาครับ เพราะแท็กซี่โก่งราคา ไม่ยอมว่าราคาตามมิเตอร์  แต่เรียก 300  บาท ครับ   ผมไม่ไป คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครไปครับ   แท็กซี่คันอื่น ๆ ก็ไม่ยอมไปครับ จ้องจะโก่งราคาก็เลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ  ลูกสาวผมถามว่า พ่อไม่ทำอะไรสักอย่างหรือ

          ผมก็เลยเรียก ตุ๊ก ตุ๊ก มา บอกว่า ช่วยผาผมออกไปจากตรงนี้  พาไปหาแท็กซี่ให้ที   ตุ๊ก ต๊ก คันดังกล่าว ก็ขับออกมาสักครู่  พ้นจากตรงนั้นมา  ก็เจอแท็กซี่จิดอยู่หลายคัน  เรียกมาคันหนึ่ง  หมดไปแค่ 80 บาทครับ ส่งถึงที่พัก  บวกค่าตุ๊กตุ๊ก อีก 40 บาท ก็ยังถูกกว่า 300 บาท

          ขณะนั่งแท็กซี่ มีรถหวอวิ่งมา  แท็กซี่บอกว่าปีใหม่ก็อย่างนี้แหละครับ ไหม้ตามปกติ  โดยไม่ทราบว่าเกิดไหม้ครั้งยิ่งใหญ่ที่ย่านเอกมัย

          รุ่งเช้าวันที่ 1 มกราคม 2552  ไปเดินเที่ยวบางลำพู  ไป

ชอ็ปปิ้งเสื่อผ้าราคาถูก  ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าผู้หญิงครับ   ผมก็มีหน้าที่เดินตาม  มื้อกลางวัน ก็ทานอาหารอร่อยๆ ที่นั่น มีให้เลือกหลายร้าน  แต่ละร้านมีคนนั่งกันเต็มแทบทุกร้าน

         ซื้อของที่บางลำพูเสร็จ  ก็เดินมาไหว้พระที่วัดบวรฯ  มีคนมาไหว้พระกันมากครับ  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  พากันมาไหว้พระเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตเนื่องในวันขึ้นปีใหม่

          ตั้งใจว่าจะมาแค่คืนเดียว  แต่อยู่แล้วสนุกครับ ทั้งลูกและภรรยา  ก็เลยต้องอยู่ต่ออีก 1 คืน  เดินทางกลับวันที่ 2 มกราคม 2552   ขณะเดินทางกลับ  แม่ของภรรยา  โทรศัพท์ให้ไปกินต้มไก่  เย็นนั้นก็เลยต้องไปบ้านแม่ยาย กินต้มไก่ในมื้อเย็น

          สรุปว่าปีใหม่ปีนี้ ไปฉลองที่กรุงเทพฯ มีความสุขกันถ้วนหน้าครับ ทั้งผม ลูกสาว และ ภรรยา เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตให้มีพลัง นำมาใช้ในปีใหม่นี้

                                      ขอบคุณครับ