การเรียนรู้จากรากเหง้าของตนเอง เรียนรู้จากผู้รู้ในชุมชน ไม่ใช่การท่องจำ แต่พวกเขาจำได้โดยไม่ต้องท่อง เพราะเนื้อหาที่เรียนอยุ่ในชีวิตจริง เรียนอย่างนี้เป็นการเรียนรู้อย่างมีพลัง

โครงการเยาวชนรักสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจพอเพียง

สถานที่ศึกษาดูงา

 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
อันเนื่องมาจากพระราชดำ
ริ

เมื่อวันที่ ๑๑ พ.ย. ที่ผ่านมา โรงเรียนจิตต์ภักดี ได้จัดโครงการ

ดังกล่าวข้างต้นขึ้นมา โดยขอรับการสนับสนุนจาก แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย สสม. ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ก็อยากจะฝากข้อคิดหนึ่ง ที่ผมเก็บมาจากส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มหนึ่ง อาจจะให้ข้อคิดในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการศึกษาดูงานในครั้งต่อไป  อินซาอัลลลฮฺ

การศึกษาดูงาน    เป็นเครื่องมือที่ชุมชนใช้เรียนรู้โลกภายนอก เรียนรู้เพื่อนบ้าน

เพื่อนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง

การศึกษาดูงานเป็นเครื่องมือที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนนิยมใช้ในงานพัฒนาชุมชนทั้งในเมืองและชนบทในช่วง 20  กว่าปีมานี้ และยังคงเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน  ในส่วนของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนมักใช้การศึกษาดูงานเป็นเครื่องมือให้ชุมชนเกิดความคิดริเริ่มในการพัฒนาตนเอง หรือพัฒนากิจกรรมที่ชุมชนดำเนินการอยู่ให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น

 

 อย่างไรก็ตามการศึกษาดูงานจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาอย่างเช่นการเตรียมการ  เพื่อทำควมเข้าใจเบื้องต้นหรือข้อมูลทั่วไปของชุมชน จุดเด่นหรือประสบการณ์เด่นของชุมชนและเตรียมคำถามที่เหมาะสมกับชุมชนที่จะไปศึกษาดูงาน   การจัดการในระหว่างการศึกษาดูงาน  มีวิธีอย่างไร มีใครเป็นพี่เลี้ยงเป็นผู้สรุปที่ได้จาการศึกษาดูงานในแต่ละครั้ง ซึ่งต้องสรุปให้ตรงประเด็น

ในแต่ละปีมีชุมชนจำนวนมากทั่วประเทศเดินทางไปศึกษาดูงานในที่ต่าง ๆ ภายนจังหวัด ภาค และระหว่างภาค แต่ผลที่ได้รับจากการศึกษาดุงานนั้นไม่แน่ว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป  ตรงนี้อาจต้องมีการประเมินโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับกระบวนกันใหม่ เพื่อให้ใช้งบประมาณได้ผลคุ้มค่า                                          

 

 

 

 การเรียนรู้จากรากเหง้าของตนเอง เรียนรู้จากผู้รู้ในชุมชน ไม่ใช่การท่องจำ แต่พวกเขาจำได้โดยไม่ต้องท่อง เพราะเนื้อหาที่เรียนอยุ่ในชีวิตจริง เรียนอย่างนี้เป็นการเรียนรู้อย่างมีพลัง สร้างพลังจิตให้ชาวบ้าน  พวกเราได้ความเชื่อมั่นกับคืนมา ได้ทักษะควารู้ ที่เหมาะสม ที่เกิดจากการสะสมของคนในท้องถิ่นของบรรพบุรุษของตนเอง

 

 

เราจะเห็นได้ว่าในยุคสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนมุสลิมหรือไม่ก็ตาม คุณคิดว่า คุณพบ

ปัญหาเหล่านี้หรือไม่

ชุมชนหมู่บ้นวันนี้มีปัญหา แม้นจะมีเพียงประมาณ  100 หลังคาเรือนแต่ก็เกิดหลายกลุ่มหลาพวก  เกิดปัญหาความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ เรื่องอำนาจ แบ่งเป็นพวกใครพวกมัน  ชุมชนอ่อนแอลงจนเรียกว่าเป็นความเสื่อมสลายทางสังคมก็คงไม่ผิด เพราะความร่วมมือร่วมใจ ร่วมคิดร่วมทำเหมือนเมื่อก่อนมีน้อยลงไป มีการแข่งขันเข้ามาแทน อยู่แบบตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างไปตามทางของตนเอง

 

 

ถ้าชุมชนจะกลับมามีพลังอีกครั้งหนึ่ง เป็นชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ จะต้องเข้ามจสภาพที่แตกแยกนี้  และหาทางเยียวยาเสีย  ไม่เช่นนั้นการทำ โครงการ แผนแม่บท จะกลายเป็นอีกดอกาสหนึ่งเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรืออำนาจ

 

ด้วยเหตุนี้จำเป็นจะต้องคำนึงถึง 4 เรื่องสำคัญคือ

1.ร่วมใจ  หรือรวมใจให้เป็นหนึ่ง ถ้าใจมาปัญญาเกิด งานไหนก็ไปได้ ถ้าใจไม่มาก็คงลำบาก เพราะไปลากไปสั่งใครไม่ได้

2.ร่วมคิด หรื่อมีหลัการร่วมกัน  มีวิธีคิดและการเหมือนกันการแก้ปัญหาต้องมีการเรียนรู้

3.ร่วมมือ ชุมชนทั้งหมดร่วมมือกัน ไม่ใช่หน้าที่ของผุ้นำเพียง 2-3 คนแต่ทุกคนมีส่วนรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ต้งแต่ต้นจนจบ

4.ร่วมแรง คือการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน การจัดระบบการทำงานก่อ ระหว่างและหลัง

(จากหนังสือแผนแม่บทชุมชน ประชาพิจัยและพัฒนา  โดย เสรี  พงศ์พิศ )