สองมุมมองของคำว่า “ครู”

          เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับนักวิชาการท่านหนึ่ง  ที่ร้านสีฟ้า ย่านเซ็นเตอร์พอยท์  กรุงเทพมหานคร  เป็นการพูดคุยเพื่อรอเวลานับถอยหลังต้อนรับปีใหม่

นักวิชาการท่านนี้ เป็นนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์  ตอนหลังท่านได้มาจับพลัดจับผลูมาทำงานพัฒนาวิชาชีพครู  ทั้งครูประถม และ ครูมัธยม   ก็พูดคุยกันหลายเรื่อง  ช่วงหนึ่งท่านได้พูดคุยเรื่องอาชีพครู

ท่านบอกว่า  คำว่า ครู เป็นคำที่สอดคล้องกับคำว่า Guru  หมายถึง ผู้รู้   นั่นคือ ครูจะต้องเป็นผู้รู้  รู้ดีและเก่ง ในเรื่องที่ตนจะสอน

ผมเลยวิภาษวิธีออกไปว่า  ผมขอเสนอความคิดที่แตกต่าง  ตามทรรศนะของผม ผมคิดว่า คำว่า ครู มาจาก ครุ  แปลว่า หนัก  นั่นคือ  ครูจะต้อง หนักแน่น  หนักแน่นที่จะต้องควบคุม อัตตา ของตนเอง ไม่ให้ออกมาอาละวาด

ดังนั้น คำว่า ครู ตามทรรศนะของผม  ถ้าจะเป็น Guru  ก็จะต้องเป็น Guru ใน 2 เรื่อง คือ

     1.  Guru ทางโลก  คือ   เก่ง  วิชา   เก่งทางนี้ เอาไว้พัฒนาตัวเอง

      2. Guruทางธรรม  คือ เก่ง วิชชา เก่งทางนี้ เอาไว้พัฒนาผู้เรียน

          ผมคิดว่า ถ้าแปลคำว่า ครู คือ Guruกลัวว่าจะมีความหมายแคบๆ  คือ เก่ง วิชา  อย่างเดียว  ก็จะยิ่งเพิ่ม อัตตา ให้ตัวเอง เป็นการบดบังการพัฒนา ปัญญา ของผู้เรียน

          ถ้าจะให้ความหมายของ ครู ครอบคลุม  ก็น่าจะแปลว่า หนักแน่น จะดีกว่า

      และที่สำคัญ   ผู้บริหารครู   ก็จะต้องเป็นผู้  หนักแน่น  ด้วยเช่นเดียวกัน  หนักแน่นที่จะควบคุม อัตตา ของตัวเอง เพื่อให้ครูได้แสดง ปัญญา ออกมา

          นักวิชาการท่านนั้นได้ฟังผม ก็ได้วิภาษวิธีกลับมาว่า  ครูตามความหมายของผม  น่าจะมีแต่ในสังคมยูโทเปียละมั้ง

          ผมไม่รับ หรือ  ไม่ปฏิเสธ  เพียงแต่ถามเขาไปว่า  คิดอย่างนั้นหรือ

         ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องพูด