A new year is a reminder to celebrate all the things that are good in your world. Happy New Year.

ขอให้ปีใหม่ คิดดี ทำดี และพบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี และตลอดไป ขออวยชัยให้มีสุขสมหวัง มีพลังในการต่อสู้ ... แฮปปี้นิวเยียร์

วันที่  ๓   มกราคม  ๒๕๕๒

เรียน  เพื่อนครู ผู้บริหารที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒๙  ธันวาคม  ๒๕๕๑   เช้ามีคณะผู้บริหารมาอวยพรที่บ้าน ๑ คณะ รับพรให้พรกันหน้าบ้าน เพราะเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ มาถึงตอนเช้ามืด   เข้าสำนักงานก็มีผู้บริหารและครูโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยมาอวยพรให้ และปรารภว่าถูกสั่งให้ไปจัดนิทรรศการคุณธรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนฯ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้รับงบประมาณค่าใช้จ่ายจากเขตเลย  รับปากว่าจะถามเจ้าของเรื่องและดูแลให้  เวลา ๐๙.๐๐ น. มีการประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา  มีเรื่องสำคัญเข้าพิจารณาหลายเรื่อง ผลการพิจารณาอนุมัติบ้าง ไม่อนุมัติบ้าง และถอนเรื่องคืนไปบ้าง เช่น เรื่องย้ายครูผู้สอนมี อ.ก.ค.ศ. ทักท้วงว่าช่วงชั้นที่ ๑ และ ๒ หลักเกณฑ์ไม่ได้กำหนดให้โรงเรียนระบุวิชาเอก ดูแล้วก็ตรงกับที่เขาว่า แต่มีเพียงบางแห่งเท่านั้นที่ระบุ  ส่วนใหญ่ไม่ได้เจาะจงมา  เมื่อไม่เป็นไปตามเกณฑ์จะเดินหน้าไปไม่ดีแน่เพราะผู้มีส่วนได้เสียจะแตกต่างกันมาก  เช่น โรงเรียน ก. มีผู้ขอย้ายเข้า ๗ คน หากให้คะแนนแบบคละเอก จะได้ นางสาว A วิชาเอก การประถมศึกษา  หากจัดตามที่โรงเรียนระบุวิชาเอก ภาษาไทย  ก็จะได้นาง D อยู่ลำดับที่ ๗ เป็นต้น  เจออย่างนี้ก็ต้องถอย  ขืนเดินหน้าต่อ ผอ.เขต ก็จะกลายเป็นโง่ยกกำลังสอง ภาษานักเลงเขาบอกว่าแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง ความจริงโรงเรียนเป็นผู้ใช้ครูการให้เลือกวิชาเอกตามต้องการเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับการกระจายอำนาจไปยังสถานศึกษา (SBM) ผมได้กระจายไปแล้ว ๑ เรื่องคือการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ผอ.รร.  ซึ่งตามกฎหมายเป็นอำนาจของ ผอ.สพท. ได้มอบให้ ผอ.รร. ดำเนินการเอง สำหรับเรื่องนี้เมื่อยังไม่ได้แก้ไขหลักเกณฑ์จึงต้องถอนเรื่องออกมาจัดทำใหม่ ซึ่งก็ไม่ยุ่งยากอะไรเพราะข้อมูลพื้นฐานมีอยู่แล้วใครได้คะแนนลำดับ ๑ ในโรงเรียนที่มีตำแหน่งว่างก็เอาไป จะเป็นวิชาเอกอะไรก็ต้องยอม โรงเรียนก็ต้องบริหารจัดการเอาเอง  ผมถามกรรมการบางท่านถึงเหตุผลที่ไม่ให้ผู้บริหารเลือกวิชาเอก เขาบอกว่า ผู้บริหารจะไปเลือกวิชาเอกเอาพวกเอาพ้องหาเงินหาทองจากการย้ายครู  ก็อ่อนใจ ระดับเรายังต้องใช้ทฤษฎี X มากกว่า Y การกระจายอำนาจยังห่างไกล เหมือนเวลาสอบวัดผล NT ต้องสลับครูสลับโรงเรียนกันวุ่นวาย เพราะเรากลัวครูจะไปบอกข้อสอบลูกศิษย์ สังคมครูเสียเงินเสียเวลาและเสียความรู้สึกกับความไม่เชื่อมั่นซึ่งกันและกันไปมาก ถ้าครูคิดว่าครูยังเชื่อไม่ได้แล้วเราจะเชื่อใครและใครจะเชื่อเรา   หลายเรื่องก็กลับตาลปัด เช่น ผมเองได้รับรายงานว่ามีการหากินกับครูในเรื่องวิทยฐานะ เวลาครูผ่านก็จะบอกว่าได้ปรับปรุง เวลาปรับปรุงก็บอกว่าตก หากจะให้ช่วย ก็เรียกเงินเรียกทอง หรือมีเงื่อนไขให้ไปซื้อบริการที่กำหนด  ซึ่งก็เป็นการกล่าวหากัน บ้างก็บอกว่าทำกันเป็นเครือข่าย เป็นขบวนการ ผมก็พยายามจัดระบบไม่ให้เกิดวงจรอย่างนี้ขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองและคนที่ถูกกล่าวหา  เรื่องย้ายก็มีผู้ร้องเรียนว่ามีการเรียกเงินเรียกทอง ผมจึงพยายามทำให้โปร่งใสเวลาให้คะแนนก็ให้ผู้บริหารโรงเรียนที่คนยอมรับว่าโปร่งใสร่วมเป็นคณะทำงานด้วย  แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็พยายามสร้างภาพเปลี่ยนจำเลยมาเป็นโจทก์หรือ เปลี่ยนโจทก์เป็นจำเลย  เปลี่ยนครูเป็นนักเรียน นักเรียนมาเป็นครู  ได้แต่ฟังไม่อยากชี้แจงและไม่อยากเถียง เพราะพิจารณาแล้วเสียเวลาเปล่า คนไม่ชอบพยายามทุกวิถีทางที่จะโค่นล้มเราให้ได้เพื่อความอยู่รอดของเขาและพวกพ้อง คนที่เห็นด้วยกับเราเขาก็นั่งดูเฉย ๆ ไม่มีปากมีเสียง  เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่ ๑๒ ในชีวิตราชการก็ได้ประสบการณ์ในการบริหารงานบริหารคนที่แปลกใหม่ ต้องคิดถึงคติประจำใจที่ว่า "ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน" หากสังคมที่นี่ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชาตัดสินใจอะไรก็จะถูกกล่าวหากันเรื่อยไป เบี้ยก็อยากเดินในกระดานเอง ไม่สนใจว่าคนเล่นเขาคิดอย่างไร กลองก็มีเสียงดังเองโดยไม่รอคนตี อย่างนี้คงต้องขอให้หน่วยงานภายนอกช่วยดำเนินการ เช่น ป.ป.ช. เราคอยรับผลมาดำเนินการตามมติของเขาอย่างเดียวสบายใจกว่า   ว่ากันจาก ๐๙.๓๐ น. จน ๑๔.๐๐ น. จึงเลิกประชุม ไปทานข้าวกลางวันที่ร้านศรีสมร  ริมคลองส่งน้ำหลังตลาดท่ายาง  เพื่อเลี้ยงแสดงความยินดีกับรองเลขาธิการคุรุสภา คุณศรายุทธ  เจริญผล ซึ่งเป็น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒  เย็นแสดงบทพ่อครัวทำไก่ต้มขมิ้นหม้อใหญ่ให้สมาชิกในเขตได้ชิมกัน  กลางคืนมีงานสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จน ๓ ทุ่มกว่าจึงกลับบ้านพักผ่อน    อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒ ผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับใหม่มาสัมภาษณ์ท่าน ซึ่งพาดพิงถึงผม อย่าไปคิดอะไรมาก ท่านสัมภาษณ์ไปตามข้อมูลที่รับรู้  ผมเรียนท่านว่าไม่เป็นไร ความจริงในเรื่องนี้กำลังจะเปิดเผย ทองจริงหรือทองหลอกคนสวมใส่ย่อมทราบดีมาแต่ต้น เขาอาจหลอกคนบางคนได้บางเวลา  แต่เขาไม่สามารถหลอกคนทุกคนได้ทุกเวลา

วันอังคารที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑  เช้านี้มีคณะผู้บริหารจากอำเภอบ้านลาดและเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขตมาอวยพรปีใหม่ให้ที่บ้านพัก  เข้าสำนักงานลงนามแฟ้มเอกสารจนเสร็จทุกแฟ้ม ประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ เพื่อซักซ้อมการปฏิบัติงานระหว่างที่ผมไปราชการเพื่ออบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง  (นปส.)  ๑๐.๓๐ น. เดินทางไปอำเภอบ้านลาด ประชุมครูเครือข่ายวังทอง ที่โรงเรียนวัดหนองกาทอง ของท่าน ผอ. ณรงค์  อินทร์จันทร์  มีการแจกบัตรทอง บัตรเงิน บัตรทองแดง ให้ครูที่ลูกศิษย์สอบผ่านในกลุ่มสาระต่าง ๆ ด้วย ผมได้พูดคุยกับครูประมาณ ๑ ชั่วโมง สาระสำคัญเป็นการสร้างเจตคติที่ดีต่อตนเอง ต่ออาชีพ เที่ยงเขาเลี้ยงโต๊ะจีน ท่าน ผอ.ณรงค์ เล่าว่ากรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้สละเงินรายได้จากสหกรณ์มาจ่ายค่าอาหารจัดเลี้ยงเป็นประจำทุกปี   บ่ายเดินทางออกจากอำเภอบ้านลาดมาถนนเพชรเกษม รถเริ่มหนาแน่นขาล่องใต้ เมื่อเลยทางเข้าวัดถ้ำรงค์ เลี้ยวซ้ายเข้าโรงเรียนวัดไร่ถิ่นน้อย  ของ ผอ.วิชัย เพชรขาวเพื่อประชุมครูผู้บริหารกลุ่มเครือข่ายสามัคคีสี่ตำบล มีท่าน ผอ.ทบ กรกุม  ผอ.รร.วัดถ้ำรงค์ เป็นประธานเครือข่าย  พูดคุยกับครูผู้บริหาร ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที  กลับสำนักเขตทำงานเอกสารจนเย็นมีการแต่งตั้ง ย้ายผู้บริหารโรงเรียน เลื่อนวิทยฐานะ และเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหลายรายสอบถามรายละเอียดได้ที่กลุ่มบริหารงานบุคคล  ผู้บริหารโรงเรียนโทรศัพท์มาแจ้งว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับวันนี้มีข่าวพาดพิงต่อเนื่องอีกเล็กน้อย  ก็ว่ากันไปข่าวก็คือข่าว ความจริงก็คือความจริง  คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ตั้งขึ้นพิจารณาเมื่อมีข่าวฉบับที่แล้ว ก็สรุปผลเสร็จในวันนี้เช่นกัน  ทันเวลาที่จะส่งรายละเอียดทั้งหลักฐานและกระบวนการให้คะแนนและจัดลำดับกรณีโรงเรียนบ้านท่ายาง(ประชาสรรค์) ไปให้ ก.ค.ศ. พิจารณาตามที่ผู้ไม่ได้รับแต่งตั้งร้องทุกข์ไป  ผลจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม   ความจริงให้เขาไปหาหน่อไม้ กลับได้เห็ดได้ผักหวานมาด้วยเต็มกระบุง ก็จะส่งเข้าครัวทุกรายการ แล้วแต่แม่ครัวจะเห็นสมควร   เย็นเดินทางกลับบ้านพักเพื่อพักผ่อนต้อนรับเทศกาลปีใหม่

 

วันพุธที่ ๓๑  ธันวาคม  ๒๕๕๑  วันสุดท้ายของปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ รอบปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ที่สำคัญสุดคือการเปลี่ยนแปลงที่ทำงาน พระพุทธองค์ตรัสว่าการพลัดพลาดจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ การพบกับสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์ นับเป็นสัจธรรมสำหรับชีวิตประการหนึ่ง ควบคู่ไปกับ อนิจจัง  ทุกขัง อนัตตา พยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างเหมาะสม  พยายามแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ก็กระทบประโยชน์ของปัจเจกชน เรื่องทำนองนี้ได้คาดหมายไว้แต่ต้น และเตรียมกายเตรียมใจไว้แล้ว จึงพอรับได้กับสภาวะการณ์  การได้ออกโรงเรียนสัมผัสการทำงานของครู ทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้น เพราะได้เห็นความทุ่มเทของครูให้กับการเรียนการสอน ถิ่นไกล ๆ อย่างโรงเรียนบ้านป่าเด็ง  โรงเรียนบ้านหนองโสน ที่ขาดผู้บริหาร แม้เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เห็นครูทำงานที่เหนื่อยกว่าเราอีกหลายเท่า  เวลาถูกต่อว่าต่อขานจากคนที่ไม่รู้จักตัวตนอันแท้จริงของเรา และไม่เคยจะศึกษาภูมิหลังว่าเรามีความเป็นมาอย่างไร ผ่านความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมายแค่ไหน ก็เกิดความเบื่อหน่าย อยากบอกนายว่าขอไปอยู่ที่สงบสุขกว่านี้ หากไปขอก็คงจะได้ แต่ก็สงสารสำหรับคนที่ตั้งความหวังและอยากพัฒนา ยกระดับของเขตให้ทัดเทียมเขตอื่นเขา ก็ตัดใจทิ้งไปไม่ลง  นับเป็นความโชคดีที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่ "นาย" ส่งไปอบรมหลักสูตร "นักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ ๕๓"  ของกระทรวงมหาดไทย เพราะจะได้เพื่อน ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ และได้ใบเบิกทางสำหรับอนาคตราชการที่เหลืออยู่ ๑๐ ปี  ที่สำคัญจะเป็นโอกาสสำหรับคนโรงเรียนและคนเขตจะได้เปรียบเทียบบรรยากาศระหว่างอยู่และไม่อยู่ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน  แต่ก็อุ่นใจได้จะไม่ปล่อยให้การบริหารงานเป็นไปตามยถากรรมเด็ดขาด เพราะความรับผิดชอบยังคงอยู่เต็มร้อย
                  สาย ๆ ขับรถจากบ้านไปสนามบินดอนเมือง ถนนค่อนข้างโล่งทั้งรัตนาธิเบศร์ และแจ้งวัฒนะ สนามบินดอนเมืองวันนี้ไม่จอแจเหมือนก่อน ดูจะเหงาไปด้วยซ้ำ เพราะเป็นสนามบินภายในประเทศเท่านั้น  ซื้อตั๋วไป-กลับกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ - กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปราชการในวันที่ ๖  มกราคม  ๒๕๕๒  เลือกซื้อแบบกำหนดเดินทางแน่นอนในราคาไปกลับเพียง ๔,๑๘๐ บาท ไม่สามารถเลื่อนการเดินทางได้  ประหยัดเงินหลวงไป ๑,๐๐๐ กว่าบาท  ขากลับไปแวะที่ห้างพันทิพย์พลาซ่างามวงศ์วาน ซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโปรแกรมไปใช้กับคอมพิวเตอร์ที่บ้าน กลับเข้าบ้านทำงานการศึกษาส่วนบุคคลที่ต้องให้เลขาธิการ กพฐ.เห็นชอบ แล้วไปเสนอในการอบรมหลักสูตร นปส. ตัดสินใจทำเรื่อง "ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่ในประเทศไทย"  มีเวลาทำค่อนข้างจำกัด ต้องให้เค้าโครงแล้วเสร็จภายในวันที่ ๔  มกราคม ๒๕๕๒ เพื่อให้ท่านเลขาธิการ กพฐ. ลงนามในวันที่ ๕ มกราคม  ๒๕๕๑ เพราะจะพบกับท่านที่สุพรรณบุรี
         "ฟ้าเวิ้งว้าง ดินไร้ไมตรี ปณิธานยากบรรลุ รักยากคลาย สะพายกระบี่เดียวดาย กายโดดเดี่ยว ชีวิตหนึ่งเดียว ไร้ซึ่งใยดี....."

วันพฤหัสบดีที่ ๑  มกราคม  ๒๕๕๒  วันแรกของปีใหม่คอยรับคอยส่งคำอวยพรผ่านโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องมาจากเมื่อคืน  สาย ๆ จึงตัดสินใจกลับบ้านที่พัทยา  ทุกปีจะมีรถมาก ปีนี้กลับเงียบเหงา การจราจรไม่ติดขัด แวะทานข้าวกลางวันที่ร้านนายถึก ไก่หุบบอน สายเลี่ยงเมืองช่วงบางแสน-พัทยา หุบบอนเป็นชื่อหมู่บ้านหนึ่งของชลบุรี เลี้ยงไก่ไทยเนื้อดีขึ้นชื่อไม่ว่าจะทำเป็นอาหารประเภทใด เช่น ไก่สับ ไก่คั่วเค็ม ไก่ผัดกระเพรา และสารพัดเมนูไก่  วันนี้สั่งไก่สับ  ผัดกะเพราะไก่รวมมิตร และต้มยำไก่ มาทานกับข้าวสวย นับเป็นมื้อที่อร่อยมื้อหนึ่ง  ลองขับรถไปเที่ยวชายหาดพัทยากลาง พบว่านักท่องเที่ยวเบาบางมาก โดยเฉพาะฝรั่งแทบไม่มีเลย ผิดกับปีก่อน ๆ ที่การจราจรติดขัดมาก  หากสถานการณ์เป็นอย่างนี้ย่อมกระทบต่อการจ้างงานแน่นอน และจะมีปัญหาสังคมตามมาเป็นลูกโซ่ พักผ่อนที่บ้านพัทยาสังสรรค์กับญาติพี่น้องประมาณ ๓ ชั่วโมง ก็เดินทางกลับนนทบุรี  การจราจรคล่องตัวมาก  สำหรับกรุงเทพฯผู้คนยังคึกคักไม่เป็น ghost town เหมือนปีก่อน  ถึงบ้าน ๒ ทุ่ม ดูทีวีติดตามข่าวสารบ้านเมือง ข่าวไฟไหม้สถานบันเทิงย่านทองหล่อเป็นข่าวนำต้อนรับปีใหม่ ชาวชุมพรอวยพรเข้ามามาก บ้างบอกว่าจะขับรถมาเยี่ยมหลังปีใหม่  ก็ขอบคุณเขาไป ที่ยังระลึกถึง อยากลงไปพักผ่อนเหมือนกัน แต่ยังจัดเวลาไม่ได้

วันศุกร์ที่ ๒  มกราคม  ๒๕๕๒  เช้านั่งอ่านเอกสารเพื่อจัดทำรายงาน สลับกับการรับโทรศัพท์จากมิตรสหาย  สาย ๆ นำปิ่นโตไปถวายพระที่วัดละหาน  อำเภอบางบัวทอง มีผู้คนมาทำบุญกันมาก ให้ลูกสาวปล่อยนกปล่อยปลาไปตามธรรมเนียม วนเข้าถนนกาญจนาภิเษก หรือวงแหวนตะวันตก มาแวะทานข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ร้านแม่แดง ตรงข้ามศูนย์อีซูซุ  มีกับข้าวทางใต้ให้เลือกหลายอย่างรสชาติค่อนข้างดี  อิ่มแล้วเข้าบ้านทำงานต่อ คงไม่ออกไปนอกบ้านอีกในวันนี้ เพราะมีทั้งรายงาน มีทั้งสำนวนการสืบข้อเท็จจริง ให้อ่านให้เตรียมการหลายเรื่อง ซึ่งเป็นงานที่ไม่ถนัดเลย แต่ก็ต้องทำ  
 มีผู้แนะนำนิทานดี ๆ ให้ผมอ่าน  ผ่านความเห็นสัปดาห์ที่แล้ว โชคดีที่ผมไม่ใช่พระราชา ใครจะชมจะว่าก็นุ่งผ้าต่อไป เจตนาเขาคงต้องการเตือนสติผมว่าจะถูกลูกยอจนเกินไป  ความจริงอยู่เพชรบุรี ๒ มีคนชมน้อยที่สุดแต่ต้องขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ยังไงผมก็คงไม่ละเอียดเหมือนนิทานก้อม "บักรอบคอบ" หรอกนะจะบอกให้

The Emperors New Clothes
โดย Hans Christian Andersen (1805-1875).
มีช่างตัดเสื้อผ้าจากต่างแดนมาพบพระราชา บอกว่าสามารถตัดเสื้อผ้าที่งดงามที่สุดในโลกได้ พระราชาบอก เราจะตอบแทนเจ้าอย่างงดงาม
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ช่างตัดเสื้อกลับมาพร้อมกับบอกว่า
" เราได้ตัดเสื้อผ้าที่งดงามที่สุดในโลกมาให้ท่านแล้ว แต่ว่า มันทำจากผ้าเนื้อดีชนิดพิเศษมาก มีแต่ผู้มีบุญบารมีเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้"
พระราชามองไม่เห็นเสื้อ แต่เกรงช่างตัดเสื้อและข้าราชบริพารดูถูก จึงกล่าวว่า
"โอ! ช่างเป็นเสื้อผ้าที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลย"
ช่างตัดเสื้อ
"ท่านจงรีบใส่เพื่อแสดงบุญญาธิการของท่านให้ทุกคนเห็นเถิด"
พระราชาจึงจำใจถอดเสื้อผ้า แล้วใส่ชุดที่ช่างนำมาให้
"โอ ช่างงดงามอะไรเช่นนี้ ช่างตัดเสื้อกล่าว"
พระราชารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ จึงหันไปหาข้าราชบริพาร
"ข้าเป็นยังไงบ้าง"
เหล่า ข้าราชบริพารไม่มีใครมองเห็นเสื้อผ้าเลยซักคนเดียว เห็นแต่พระราชายืนเปลือยอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งที่ตัวเห็นซักคนเดียว จึงพูดแต่สิ่งที่พระราชาอยากฟัง
"พระราชาบุญญาธิการสูงส่ง ช่างงดงามอะไรเช่นนี้"
"เออ เสื้อผ้าชุดนี้คงจะงามจริง เพราะทุกคนก็บอกว่างดงาม ชะรอยจะเป็นเพราะบุญญาธิการของตัวเรา"
พระราชาคิด เมื่อคิดได้ดังนั้น พระราชาจึงเสด็จออกเยี่ยมเหล่าประชาชนเพื่อให้ทุกคนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์เหล่าประชาชนล้วนไม่มีใครพูดความจริง
"โอ ช่างงดงามจริงๆ"
พระราชาเดินโชว์บารมีทั่วเมือง กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องกำลังจะไปเลี้ยงฉลอง
ทันใดนั้น
เด็กน้อยคนหนึ่ง ก็กล่าวออกมาว่า
"พระราชาไม่ใส่เสื้อผ้า !!! ......"
------------------------------------------------------------------
พระราชากลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองโง่ จึงทำเป็นว่ามองเห็น ต่อมาพอมีคนพูดยกยอปอปั้น พูดเหมือนกันหมดว่าเสื้อผ้าสวย ก็กลายเป็นว่า คิดว่าเสื้อผ้านั้นมันมีอยู่จริง และสวยจริงสุดท้ายเราก็เหมือนคนตัวเปล่า ที่นึกว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าสวยงาม
ในสังคมที่ทุกคนถูกพาไปตามกระแส ว่าตามกัน บางเรื่องเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีเหตุมีผล แต่พอมีคนบางคนที่ "ดูดี" พูดหรือยอมรับหลักการ ก็จะมีบางคนที่เริ่มจะเชื่อ พอพูดมากๆเข้า ก็กลายเป็นกระแส ความเท็จก็กลายเป็นความจริงไปได้  แต่ยังโชคดีที่ยังมีแต่เด็ก(ในนิทาน) ที่กล้าพูดความจริง ....

                             นายกำจัด  คงหนู
                                    ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๒
                  

เพลง : ตลอดเวลา
ศิลปิน : พงษ์สิทธิ์  คำภีร์