เพลง Sung tong look mae - สังข์ทองลูกแม่




ศ.(พิเศษ) ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา ได้อรรถาธิบายถึง ปมเอดิปัส (Oedipus complex) (1) ไว้ในหนังสือ วิจารณ์รื้อวิจารณ์ หน้า 108  (วิทยานิพนธ์ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ.2513 หัวข้อ การนำวรรณคดีวิจารณ์แผนใหม่แบบตะวันตก มาใช้วิจารณ์วรรณคดีไทย : ปมเอดิปัส จากวรรณคดีไทยบางเรื่อง) ประเด็นที่ผู้เขียน สนใจก็คือ ประเด็นว่าด้วย ปมเอดิปัส ใน สุวรรณสังข์ชาดก (สังข์ทอง) ซึ่งได้กล่าว ถึง ความรักของ นางพันธุรัตน์ (ยักษ์) ซึ่งได้เก็บพระสังข์มาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม แต่เพื่อมิให้พระสังข์หวาดกลัวนางจึงจำเป็นต้องแปลงกายเป็นมนุษย์ และด้วยกลัวว่า พระสังข์จะออกไปเที่ยวเล่นซุกซนในขณะที่นางออกไปหาอาหาร จึงจำต้องกล่าวคำ ตลบแตลง ต่อพระสังข์  แต่การณ์กลับทำให้พระสังข์เกิดความ คับข้องในตัวนาง คำกลอนบรรยายความเอาไว้ความว่า



ว่าจะไปวันเดียวจะกลับมา   ไม่เหมือนวาจาที่กล่าวไว้
เหตุใดถ้อยคำฟั่นเฟือน       คลาดเคลื่อนคืนวันหามั่นไม่
ตรัสว่าจะไปคืนเดียวไซร้     เจ็ดวันจึงได้กลับมา
ครั้นว่าจะไปเจ็ดวัน             กลับพลันวันเดียวไม่เหมือนว่า
ผิดแล้วถ้อยคำพระมารดา   ดีร้ายจะมาต่อเจ็ดวัน
(2)



ตกลงแม่จะเอายังงัยกันแน่ แม่ว่าจะไปทำธุระประเดี๋ยวเดียว แม่ก็หายไปหลายวัน พอแม่บอกว่าจะไปทำธุระหลายวัน แม่ก็ไปแค่วันเดียวแล้วก็กลับมาหาหนู (ทำไมชอบทิ้งหนู ให้อยู่คนเดียว? แล้วแม่ไปทำธุระอะไรของแม่ บ่อยๆ)

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในท้ายที่สุด พระสังข์ รู้ความจริงว่าแม่ (เลี้ยง) ของตนเป็นยักษ์ใจร้าย (ทำเรื่องชั่วช้า กินเนื้อคนเป็นอาหาร) พระสังข์จึงหนีจากนางพันธุรัตน์ กระทั่ง นางพันธุรัตน์ ต้องอกแตกตาย (เพราะความรักและอาลัยอาวรณ์ต่อลูก)  


ยักษ์ ตามความคิดของผู้เขียน ก็คือ สัญญวิทยา (Semiology) (3) ที่อธิบายถึง ความรัก และความขัดแย้ง ในจิตใจของความเป็นแม่   กล่าวคือ แม่เช่นนาง พันธุรัตน์ นั้นมีให้เห็นแม้ในยุคปัจจุบัน เช่นแม่ที่ชอบ ทิ้งลูก เพราะความหิว  และจำเป็นต้องโกหกลูก และทิ้งลูกไว้ตามลำพัง (หรือทิ้งลูกให้ บ่าวไพร่บริวารเป็นคนเลี้ยงดู) แม่ในยุคปัจจุบันหิวอะไร?

ถ้าหิวกาม ก็ออกไปหากาม ถ้าหิวเงินก็ออกไปหาเงิน ถ้าหิวความสุขความสนุก ก็ออกไปหาความสุขความสนุก ถ้าหิวเกียรติยศชื่อเสียง ก็ออกไปหาเกียรติยศชื่อเสียง เพื่อเคี้ยวกินเป็นอาหาร เมื่ออิ่มแล้ว ก็กลับมา ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ กับลูก + (สามี) + บ่าวไพร่

โครงเรื่อง นี้ สุนทรภู่ นำไปแต่ง พระอภัยมณีคำกลอน ในตอนที่ สินสมุทร ชวน พระอภัยมณี (บิดา) หนีจาก นางผีเสื้อสมุทร (มารดา) จะเห็นได้ว่า จุดจบของ นางพันธุรัตน์นั้น ต้องอกแตกตายเพราะพระสังข์ ส่วน นางผีเสื้อสมุทรต้องอกแตกตายเพราะ ลูก + สามี (พระอภัยฯ เป่าปี่พิฆาต)

แล้วแม่ในยุคปัจจุบันที่ชอบทิ้งลูก เพราะความหิวนั้นเล่าจะมิมีจุดจบเช่นเดียวกันดอกหรือ อย่ากระนั้นเลย คุณแม่ใจยักษ์ ที่รักลูกทั้งหลาย ควรเลิก หิว เลิกทะยานอยาก เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อลูก คุณโตขึ้นเขาก็จะรังเกียจคุณ และคุณก็จะอกแตกตายในที่สุด แม้นว่าคุณจะรักลูก หรือแสดงความรักต่อ ลูกไว้มากเพียงใด แต่พฤติกรรมอัน เลวทราม ที่คุณ (คิดจะ) ทำ นั้นย่อมสร้างความรังเกียจ ให้กับผู้ที่เป็นลูกและสามี

ปล. เมื่ออ่านบทความนี้จบลงแล้ว ช่วยตอบคำถามหน่อยเถอะว่า  คิดได้หรือยัง คุณแม่ใจยักษ์ ที่แสนจะรักลูก ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ? -_-''



อ้างอิง

(1) ปมเอดิปัส (Oedipus complex) หรือปมปิตุฆาต จะเกิดในเด็กผู้ชาย : เด็กผู้ชายจะรักแม่ แต่เกลียดพ่อ) สำหรับในเด็กผู้หญิงเรียกว่า ปมอิเล็กตร้า ( Electra complex) หรือปมมาตุฆาต  : เด็กผู้หญิงจะรักพ่อ แต่เกลียดแม่ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดของ ซิกมันด์  ฟรอยด์  (Sigmund Freud) อนึ่งในนิทาน สุวรรณสังข์ชาดก และพระอภัยมณีคำกลอน นางยักษ์พันธุรัตน์ (ไม่มีผัว แต่อยากมีลูก จึงทำหน้าที่เหมือนพ่อ และแม่ ของพระสังข์) และ นางผีเสื้อสมุทร ผู้มีอำนาจ เหนือสามี กรณีที่ นางยักษ์พันธุรัตน์+นางผีเสื้อสมุทร ต้องตายเพราะ ลูกผู้ชาย จึงเข้าข่าย เป็น ปมเอดิปัส

(2) ชลธิรา สัตยาวัฒนา ; ธัญญา สังขพันธานนท์ บรรณาธิการ. วิจารณ์รื้อวิจารณ์ : ตำนานวรรณคดีวิจารณ์แนวรื้อสร้างและสืบสาน. พิมพ์ครั้งแรก.  มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550

(3) โปรดอ่านเพิ่มเติมงานเขียนของ โรล็องด์ บาร์ตส์ (roland barthes) ซึ่งเป็นผู้ วางรากฐานให้กับวิชา สัญญวิทยา (semiology)