
...
เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคหลายๆ โรคมักจะกำเริบ หรือรุนแรงขึ้นในช่วงหน้าหนาว โดยเฉพาะเดือนธันวาคม-มกราคม ทำไมและจะทำอย่างไรดี... เรื่องนี้มีคำแนะนำสบายๆ มาฝากพวกเราครับ
...

ภาพจาก > [ Airbus ]
...
คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซาน ดิเอโก สหรัฐฯ ทำการศึกษาพบว่า
อากาศที่หนาวเย็นด้วย และวันหยุดยาวด้วยมีส่วนทำให้โรคหัวใจกำเริบ และมีอัตราตายจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นทุกปีในช่วงธันวาคม-มกราคม โดยสถิติจะพุ่งขึ้นในช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่
...
ท่านอาจารย์นายแพทย์ดอกเตอร์แคม แพทเทอร์ซัน หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและคณะ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ต แคโรไลนา ชาเพลฮิลล์ สหรัฐฯ กล่าวว่า
เรื่องนี้เป็นผลจากร่างกายที่สะสมอมโรคมาตั้งแต่เด็ก เช่น ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ และพฤติกรรมในช่วงวันหยุดยาวได้แก่
..

(1). อากาศหนาวมีส่วนทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เปรียบคล้ายต้องเข็นครกขึ้นภูเขาลูกสูงขึ้น เมื่อเทียบกับตอนที่มีความดันเลือดต่ำกว่า
(2). อากาศหนาวทำให้เส้นเลือด (หลอดเลือด) หดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะหลายอย่างน้อยลง เช่น แขนขา ฯลฯ
...
(3). หิมะที่ตกหนักอาจทำให้คนที่นั่งๆ นอนๆ มานานอาจต้องใช้จอบตักหิมะออกจากหน้าบ้าน (เมืองไทยเรา "ฝัน" ไปก่อนแล้วกัน) (4). คนหลายๆ คนดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ (แอลกอฮอล์) หนักขึ้นในช่วงวันหยุด ทำให้มีโอกาสเกิดโรคหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ (atrial fibrillation / AF) หรือ "โรคหัวใจวันหยุด (holiday heart)" มากขึ้น ภาวะนี้อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดหลอดเลือดสมอง และอาจเกิดโรค "สโตรค (stroke)" หรือหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตเพิ่มขึ้น ...

(5). คนเรามักจะอ้วนขึ้นใน "ทุกๆ เทศกาล" หรือ "ทุกๆ งานเลี้ยง" ทำให้ไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
(6). คนหลายๆ คนมีอาการซึมเศร้าทุกๆ หน้าหนาว (seasonal depression) ฝรั่ง (ชาวตะวันตก) เป็นโรคนี้กันมาก โรคนี้อาจทุเลาได้ด้วยการอยู่ในห้องที่เปิดแสงไฟจ้าหน่อยในหน้าหนาว ออกแรง-ออกกำลัง เช่น เดินเร็ว 10 นาทีทุกครั้งที่รู้สึก "เพลีย เหงา เศร้า" ถ้าไม่ทุเลาควรปรึกษาหมอใกล้บ้าน
...
หน้าเทศกาลคริสตมาสและปีใหม่ของฝรั่งเป็นช่วงที่มีคนฆ่าตัวตายมากเป็นพิเศษ คำอธิบายอย่างหนึ่งคือ คนที่ "โดดเดี่ยว" อยู่แล้วมักจะรู้สึก "เดียวดาย" ยิ่งขึ้นในช่วงวันหยุดยาว
...

<p class="content" style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">คำแนะนำสำหรับวันหยุดยาวแบบสบายๆ สไตล์เรา </p> <p class="content" style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">…</p> <p class="content" style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">(1). กินจานเล็กๆ </p> <p style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;"> </p>
-
จานใบเล็กๆ และแก้วใบเล็กๆ (แก้วควรเป็นทรงสูงและผอม) มีแนวโน้มจะทำให้คนเรากินและดื่มน้อยลง
-
ลดข้าวลดแป้งลงสัก 1 ใน 3 แล้วเติมผักเติมถั่วลงไปแทน กินข้าวมื้อเล็กๆ วันละ 4 มื้อ (เช้า-สาย-เที่ยง-เย็น) ดีกว่ากินวันละ 1-2 มื้อจนหิวโซ ซึ่งจะทำให้กินมากเกินเวลาโมโหหิว (ข้อนี้ผู้เขียนขอแจม)
...
(2). ดื่มน้ำให้พอ
-
หน้าหนาวเป็นช่วงที่ร่างกายสูญเสียน้ำทางผิวหนังและปอด (ผ่านลมหายใจ) เพิ่มขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้น
-
ภาวะขาดน้ำเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน (deep vein thrombosis / DVT) ซึ่งพบบ่อยในคนที่เดินทางไกลตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่อยู่นิ่งๆ นานๆ เช่น คนสูงอายุ คนไข้ คนที่ไม่แวะเข้าห้องน้ำเวลาเดินทางไกล (ประเภท "กลั้นไว้ก่อนพ่อสอนไว้") ฯลฯ
-
ภาวะขาดน้ำเพิ่มความเสี่ยงโรค "สโตรค (stroke)" หรือกลุ่มหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น นิ่ว กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไตอักเสบ หลอดเลือดดำอุดตัน (อาจมีลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดปอดถึงตายได้) ฯลฯ
</span>
<p style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">…</p>
<p style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">
</p>
<p style="margin: 0px 0px 1em; font-family: verdana, helvetica, sans; padding: 0px;">(3). ไม่กลั้นปัสสาวะ</p>
-
การกลั้นปัสสาวะนานๆ ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไตอักเสบ และถ้าเกิดอุบัติเหตุจะทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะแตกเพิ่มมากขึ้น
...
(4). ไม่ใส่เสื้อผ้าคับ
-
เสื้อผ้าคับอาจกดช่องท้อง ทำให้โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux / GERD) ย่ำแย่ แรงดันในช่องท้องจะดันอาหาร-น้ำ-กรดจากกระเพาะอาหารขึ้นหลอดอาหาร ทำให้แสบร้อนหน้าอก ท้องอืด ปวดท้อง จุกในลำคอ เสียงแหบได้
-
เสื้อผ้าคับอาจกดหลอดเลือดดำ ทำให้หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน (DVT) ได้ โรคนี้ถ้าเป็นมาก... ลิ่มเลือดจากหลอดเลือดดำที่น่องอาจหลุดลอยขึ้นบน ไปอุดอวัยวะต่างๆ เช่น หลอดเลือดปอด ฯลฯ ทำให้ตายได้ ถ้าไม่ตาย... อาจมีปัญหาน่องบวม และปวดคัดน่องเป็นๆ หายๆ ไปหลายสิบปี
...

(5). กินขิง
- ขิงเล็กน้อยก่อนเดินทางไกล เช่น กินไก่ผัดขิง ฯลฯ มีส่วนช่วยลดอาการเมารถให้น้อยลง แถมยังช่วยขับลมได้อีกต่างหาก
...
(6). กินพริก
-
พริกและสมุนไพรในอาหารไทยหลายชนิดมีส่วนช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดดำอุดตัน (DVT) เพราะฉะนั้นถ้าจะเดินทางไกล อย่าลืมกินอาหารไทยมื้อเล็กๆ ก่อนเดินทาง
...

(7). เดินๆๆๆๆ
-
วันหยุดสบายๆ อย่าลืมออกแรง-ออกกำลังง่ายๆ เช่น เดินเร็ว เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ และที่สำคัญมากคือ ถ้าเดินทางไกล... หยุดพักทุกครั้ง ควรลงจากรถ เดินไปเดินมาเร็วๆ ติดกันอย่างน้อย 5-10 นาทีทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดดำอุดตัน (DVT)
(8). นอนให้พอ
-
วันหยุดเป็นโอกาสที่จะนอนชดเชยให้พอ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น พร้อมที่จะกลับไปสู้ชีวิตสู้งานได้ต่อไป อย่าปล่อยให้อดนอนจนโซ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ และอย่าลืม "ถ้าง่วงอย่าขับรถ"
-
การดื่มกาแฟระหว่างการขับรถระยะไกลมีส่วนช่วยป้องกันปัญหาหลับในได้ (ไม่ดีเท่าการนอนให้พอตั้งแต่ต้น หรือมีคนคุยด้วยระหว่างการขับรถ)

(9). ไม่ดื่ม
-
อย่าดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ โดยเฉพาะถ้าจะต้องขับรถ หรือ "ลุย" มากกว่าปกติ เช่น เดินขึ้นเขา เที่ยวแบบลุยๆ ฯลฯ เพื่อป้องกันโรคหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะชนิด AF ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงอัมพาต อัมพฤกษ์ หรืออุบัติเหตุโดยไม่จำเป็น
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ และขอส่งความปรารถนาดีปีใหม่แด่ท่านผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ
...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา
...
ศัพท์ตอนนี้มาจากหัวข้อข่าวคือ 'Heart Health for The Holidays' แปลว่า "สุขภาพหัวใจสำหรับวันหยุด (หลายวัน)" หรือ "สุขภาพหัวใจในช่วงวันหยุดยาว"
-
'holiday' > [ ฮ้อล - หลิ - เด่ ] > ย้ำเสียงตรง "ฮ้อล" เสียงที่เหลือพูดให้เบาลง
-
'holiday' (noun / คำนาม) = a day free from work = วันหยุด วันสำคัญทางศาสนา

ศัพท์เครือญาติ > 'holy' (adjective / คุณศัพท์ / คำขยาย) > [ โฮ้ - หลี่ ] > ย้ำเสียงตรง "โฮ้" = ศักดิ์สิทธิ เกี่ยวกับศาสนา > [ Click ]
วันสำคัญทางศาสนา (holy days) มักจะเป็นวันหยุด (holidays) ความหมายของวันหยุด (holidays) ส่วนหนึ่งมาจากวันหยุดทางศาสนา โปรดสังเกตว่า มี่เสียง "โฮ้ - หลี่ (hol-)" อยู่ในคำเหล่านี้
...
ตำแหน่งย้ำเสียง (accent) ในภาษาอังกฤษนั้น... ส่วนใหญ่คำนามอยู่พยางค์แรก คำกริยาอยู่พยางค์สองหรือข้างหลัง ถ้าเป็นคำที่ทำให้เป็นคำนามโดยเติม '-tion' ให้ย้ำเสียงหน้า '-tion'
อย่าพูดภาษาอังกฤษโดยไม่ย้ำเสียง (accent) เพราะฝรั่งฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ และเมื่อฟังเสียงเจ้าของภาษาแล้ว ให้พูดออกไปหลายๆ ครั้ง (3-10 ครั้ง) เพื่อให้จำเสียงจริงได้ทันที
...
![]()
ที่มา
- Thank Reuters > Terri Coles > Heart Health for The Holidays > [ Click ] > December 24, 2008.
- ข้อมูลในบล็อกเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
-
ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้นำไปใช้ส่งเสริมสุขภาพ หรือเผยแพร่ความรู้ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 27 ธันวาคม 2551.