คนเราในปัจจุบันเป็นที่ถกเถียงกันมากในเรื่องของ "ความรู้..."

ในยุคนี้ที่ความรู้ระเบิดออกมา (Knowledge Explosion) บางคนโดนสะเก็ดด้านหนึ่ง บางคนโดนสะเก็ดอีกชิ้นหนึ่ง บางคนโดนทั้งลูก บางคนโดนเสี้ยว ๆ แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ คนหลายก็นำความรู้ที่ตนได้สัมผัสนั้นมาถก มาเถียงกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ที่ปนเปื้อนด้วยกิเลสของคนที่อยากให้เรารู้

นักธุรกิจก็ดี นักการตลาดก็ดี พ่อค้า แม่ขายก็ดี ได้นำความรู้มาบอก มาเล่า เพื่อจุดมุ่งหมายของเขาก็รายได้และเงินตรา

ความรู้สมัยนี้จึงนิยามได้ว่าเป็น "รู้ดีก็ยุ่ง รู้ไม่ดีก็ยิ่งยุ่ง..."

ความรู้เรื่องสุขภาพ เทรนด์หรือแนวโน้มสุขภาพ ทำให้เรายุ่งและวุ่นเรื่องอยู่ เรื่องกิน

แต่เดิมที่สบาย ๆ ไอ้โน่นก็กินได้ อันนี้ก็ใช้ได้ เดี๋ยวนี้ก็ต้อง ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ดี ไม่ปลอดภัยต่อ "สุขภาพ..."

ความยุ่งเหล่านี้เกิดจากความรู้ดี ความรู้ดีทำให้ชีวิตที่เรียบง่ายกลับต้องยุ่งเหยิง

ต้องสรรหา ต้องเดินทางให้ได้มาซึ่งของดีตามความรู้ที่ดี ๆ เหล่านั้น

รังนก โสม ซุปไก่ สินค้าที่ดีต่อสุขภาพ อาชีวะอนามัย ผัก ผลไม้ปลอดภัยอยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องสรรหาเพื่อได้มา

ยุ่งจังกับความรู้ในปัจจุบันนี้...

การที่ไม่มีทีวี ไม่มีวิทยุแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไม่ค่อยรู้อะไรมาก "ไม่รู้มากก็ไม่ยุ่งมาก..."

มีอะไรก็กินไป

มีอย่างดีก็กินอย่างดี มีอย่างเลวก็กินอย่างเลว

ไม่มีก็ไม่กิน มีก็กิน

มีหน้าที่กินก็กินไป มีหน้าที่ทำใจให้สบายก็ทำไป

ชีวิตสบาย ๆ แบบนี้ดีกว่าเน๊อะ...

การที่จะสบายแบบนี้ได้ เราต้อง "รู้แจ้ง" 

การรู้แจ้งนั้นจักต้องรู้เกินกว่าคำว่าดี คำว่าชั่ว คือ รู้จักของที่ไม่ดี ไม่ชั่ว

ความรู้นั้นก็เหมือนกัน

รู้ดีก็ยุ่ง รู้ไม่ดีก็ยิ่งยุ่ง ดังนั้นถ้าจะไม่ยุ่งก็ต้องอยู่เหนือการรู้ดีและรู้ชั่วให้ได้

เมื่อชีวิตอยู่เหนือการรู้ดีและรู้ชั่วได้ ชีวิตนี้ก็จะสบาย "ใจดี ใจสบาย..."