ลูกคงเป็นเด็กคนเดียวที่ชื่อเล่นยาวกว่าชื่อจริง *แต่โปรดระวัง บางครั้งคำตอบของแม่..บุ๋ม บุ๋ม บุ๋ม ฮาอีกสักที

(มาต่อบทที่สอง)

          เรื่องที่มาของชื่อลูก กว่าจะตั้งชื่อลูกได้นั้น พ่อกับแม่เลือกกันมาเป็นเกือบร้อยชื่อก็หาข้อสรุปไม่ได้ จนแม่เขาอ่านเจอนิทานเรื่องของ Winnie De Pooh

        

        แม่เขาชอบใจมาก จึงตัดสินใจเลือกเอาคำว่า”ภู” เป็นชื่อจริง ชื่อเล่นของลูกคือ“Winnie De Pooh”

 

         ลูกคงเป็นเด็กคนเดียวที่ชื่อเล่นยาวกว่าชื่อจริง   นะ พ่อไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ฮา

 

          สำหรับการพัฒนาการของลูกนั้น  คำออกเสียง คำแรก ๆ ของลูก(ที่เปล่งได้ตั้งแต่วันแรก ๆ ของชีวิต) ก็คือ คำว่า คูล ล ล ล ……..(ลองลากเสียงคล้าย ๆ เสียงอักษร L ยาว ๆ แบบเด็ก ให้มีเอ็คโค อยู่ในลำคอ)  ราวกับลูกรู้ความหมายเชียวนะ ว่า มัน..”เจ๋ง” มาก.ก..(ขอใช้คำวัยรุ่นหน่อย)

 

          ลูกคงจะลืมแล้วว่า พ่อชอบจับให้ลูกเต้น”ซิมๆโบ๊ะ”  หรือเล่นปิด-เปิดสวิทซ์ตอนลูกอายุได้เพียงสองสามเดือน ลูกจะสะบัดแขนและขาไปมา เวลาพ่อ กดตรงสะดือ ซึ่งสมมุติว่าเป็นปุ่ม ปิด-เปิดสวิทซ์  

          

            และเล่นอีกอย่างคือ จับลูกมาแต่งตัวแบบ “เสี่ยวอื้อ”

แต่ออกเสียงล้อเลียนลูกว่า

 

             “ซิ้มมาเซ ซิ้มมาเซ้”

 

เล่นแบบนี้ทีไร แม่เขาหัวเราะไม่หยุด หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ว่างั้นเถอะ

 

แม่เขาประทับใจการเล่นของเรามาก  ถ่ายไว้ทั้งวิดีโอ และ รูปภาพ

 

อ้อ ลูกเป็นเด็กหน้าตาท่าทาง เอาเรื่อง เชียวล่ะ

ใคร ๆ เขาว่าอย่างนั้น

 

 

 

 

 

บทที่3 เรื่องของลูก

(ลูกเมื่อช่วงแรกเกิด จนถึงสองขวบ)

 

        ถ้าจะให้เล่าเรื่องของลูกทั้งหมด    คงต้องใช้กระดาษบันทึกกันหลายรีม   แต่ถ้าจะนำวีรกรรมเด่นๆ   ที่ทำให้คนเขาหัวเราะ   ก็คงจะเล่าให้ฟังได้บ้างดังนี้  

       

         เริ่มจากเรื่องราวสุดซ่าส์ของลูก  เมื่อลูกไปงานกงเต็กของอากง   ตอนลูกอายุขวบเศษ ๆ

         

         ลูกได้โชว์ลีลาเท้าไฟตามจังหวะตีกลอง   ซึ่งปกติในช่วงนี้คนเขากำลังโศกเศร้ากัน   แต่เมื่อทุกคนเห็นลีลาการเต้นเข้าจังหวะของลูก  ญาติหลาย ๆ คนอดหัวเราะไม่ได้ เพราะลูกเดี่ยวเท้าไฟอยู่นานเกือบจบพิธี เป็นการเต้นที่แม้แต่ “อาม่า”เองยังต้องชมลูกเป็นภาษาจีนว่า “กั่ยซิง  หนับ ๆ หนึ้งๆ”    แม่ช่วยแปลว่า   “เต้นได้อ่อนช้อยและเข้าจังหวะจะโคน”   

         

          นอกจากนั้น  ลูกพูดเป็นเร็วมาก เรียกคำว่า "แม่"คำแรกได้เมื่อ อายุครบเจ็ดเดือนพอดิบพอดี  โตกว่านั้น ลูกยังพูดเก่ง   พูดตามผู้ใหญ่เกือบทุกเรื่อง   จนอาอ้อมเคยพูดว่า   "น้องภู เป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กหรือเปล่า เนี่ย"

 

           ลูกชอบพูดเลียนเสียงผู้ใหญ่ทุกคำพูด   โดยเฉพาะคำยาวๆ เช่น คอมพิวเตอร์, ไตรเซอราท็อป, บรรษัทข้ามชาติ(พ่อเขียนวิทยานิพนธ์ตอนเรียนโท..น่ะ) และชอบถามเป็นที่สุด นี้อะไร,  นั้นอะไร, ใคร...กำลังทำอะไร

            คนที่ขยันตอบลูกที่สุด ก็ได้แก่ แม่นั่นแหละ

*แต่โปรดระวัง  บางครั้งคำตอบของแม่..บุ๋ม บุ๋ม บุ๋ม  ฮาอีกสักที  

 

           บางครั้งลูกก็ทำเสียงขู่คนอื่นว่า “มังกร!!!”   

 

           นับว่าตอนเด็กเล็กทารก ถึงวัยก่อนเรียน  ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดีมาก    ชอบทำตลกให้คนดูเสมอ   พ่อ-แม่คิดเสมอว่าลูกเป็น   Entertainer   ซึ่งแปลว่าผู้ให้ความบันเทิง  

*(ค่อยมาต่อครับผม)

<3                                <3                                    <3