การพัฒนา 4 รูปแบบโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจ
การพัฒนา 4 รูปแบบโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจแบบศูนย์เครือข่าย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1
------------------
ที่มา การที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2547 โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ได้คิดนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน และขาดแคลนครูทำงานทั้ง 4 ด้าน ดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จึงได้คิดนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น ได้ได้ทำหลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้นขี้น จำนวน 10 หน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรและกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขี้นตลอดเวลา และในปีการศึกษา 2548 – 2549 ได้กำหนดรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบ D เป็นโรงเรียนมีครูประจำชั้น ป. 1 - 6 โดยใช้หลักสูตรอิง
มาตรฐานช่วงชั้นจำนวน 22 โรงเรียน
2. รูปแบบ B เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบรวมช่วงชั้น โดยใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น และหลักสูตรอิงมาตรบานช่วงชั้น จำนวน 42 โรงเรียน
3. รูปแบบ F - 1 ใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น จำนวน 10 โรงเรียน
4. รูปแบบ F – 2 ใช้หลักสูตรไทยคม จำนวน 14 โรงเรียน
จากการประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาการเรียนการสอน ทั้ง 4 รูปแบบ ปรากฏว่ามีจุดเด่นและจุดด้อย ทั้ง 4 รูปแบบ โดยในปีการศึกษา 2549 ได้ของบประมาณจาก อบจ.กำแพงเพชร จัดทำบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 3 สาระการเรียนรู้คือภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ส่งเสริมการเรียนการสอน สาระหลักและเป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนโดยทั่วไป
โดยจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน .ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2549 ภาพรวมมีผลสัมฤทธิ์อยุ่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและสูงกว่าโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่
และสำหรับในปีการศึกษา 2550 จากการวิเคราะห์ ( SWOT ) การยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งแต่ปี 2547 – 2549 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับครูไม่ครบชั้นเรียนและสาระการเรียนรู้ เพื่อเป็นการบรรเทาได้พอสมควรแล้ว แต่โรงเรียนขนาดเล็ก ในเรื่องครูไม่ประจำห้องเรียนก็ยังเกิดขึ้น เนื่องจากการบริหารงานทั้ง 4 ด้านของโรงเรียนยังต้องอาศัยครูผู้สอนช่วยดำเนินการจึงทำให้ครูไม่สามารถประจำห้องเรียนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในปี 2550สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จึงได้กำหนดการพัฒนา 4 รูปแบบ
ในโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจแบบศูนย์เครือข่าย จำนวน 20 ศูนย์ และได้กำหนดรูปแบภายในศูนย์ออกเป็น 3 รูปแบบคือ
1. รูปแบบพี่ช่วยน้อง ในเรื่องการบริหารงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน มีจำนวน 11 ศูนย์
โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ช่วยงานด้านบริหารทั่วไป สำหรับอีก 3 งาน โรงเรียนขนาดเล็กช่วยกันบริหารจัดการ
2. รูปแบบน้องร่วมแรงร่วมใจ ในเรื่องการบริหารงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน
มีจำนวน 6 ศูนย์ โดยโรงเรียนขนาดเล็ก แบ่งหน้าที่กันความรับผิดชอบ งานในโรงเรียนทั้ง 4 งาน
3. รูปแบบทดลอง คือใช้ครูอัตราจ้างชั่วคราว ไปจัดทำงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน มีจำนวน 4 ศูนย์ โดยให้ครูอัตราจ้างชั่วคราว ทำงานทั้ง 4 งานของโรงเรียน และยังช่วยดูแลการเรียน
การสอนในสาระที่ขาดแคลนด้วย ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ให้ศูนย์แต่ละศูนย์ไปกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละศูนย์เอง
และในแต่ละรูปแบบจำนวน 20 ศูนย์ได้เรียนเชิญกำนันตำบล นายก อบต ของแต่ละตำบลที่โรงเรียนขนาดเล็กตั้งอยู่ เป็นกรรมการที่ปรึกษาแต่ละศูนย์ด้วย
จากการได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ผลการรายงานโรงเรียนในแต่ละรูปแบบ มีผลดังนี้
1. นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องครูผู้สอนออกนอกห้องเรียนได้อยู่ในระดับดีขึ้น
2. ครูอัตราจ้างชั่วคราว ในรูปแบบที่ 3 เห็นว่าเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและได้ผล
การบริหารจัดการได้ดีพอสมควร และมีการปรับปรุงกระบวนการและกลวิธีอยู่ตลอดเวลา
3. ความพึงพอใจ ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครองและผู้บริหาร อยู่ในเกณฑ์ดี
4. การนำ 4 รูปแบบมาผสมผสานทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้น
5. การให้โรงเรียนเลือกดำเนินการในแต่ละรูปแบบทั้ง 4 รูปแบบเป็นการสมัครใจและ
ทำให้ผู้บริหาร ครูผู้สอน ประธานกลุ่มโรงเรียน กำนัน นายก อบต มีความพร้อมตามบริบทของตนเอง
6. การบริหารศูนย์เครือข่าย เป็นการบริหารจัดการแบบร่วมแรงร่วมใจกันอย่างจริงจังและมีจุดหมายอันเดียวกัน เพื่อองค์กรหลักต่อไป
7. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน และจะออกนิเทศติดตามผลการดำเนินแต่ละ
รูปแบบช่วงเดือนธันวาคม 2550 ร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ต่อไป
สำหรับในปี 2550 ได้เรียนเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มาช่วย
การดำเนินงานและวิจัยในแต่ละรูปแบบด้วย และเมื่อสิ้นปีการศึกษา สพท.กพ 1 จะสรุปเป็นผลการวิจัยทั้ง 3 รูปแบบ รายงานให้ สพฐ ได้รับทราบต่อไป
การพัฒนา 4 รูปแบบโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจแบบศูนย์เครือข่าย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1
------------------
ที่มา การที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ในปี
พ.ศ. 2547 โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ได้คิดนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 ขาดแคลนสื่อการเรียน
การสอน และขาดแคลนครูทำงานทั้ง 4 ด้าน ดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จึงได้คิดนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น ได้ได้ทำหลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้นขี้น จำนวน 10 หน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรและกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขี้นตลอดเวลา และในปีการศึกษา 2548 – 2549 ได้กำหนดรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 รูปแบบ ดังนี้
2. รูปแบบ D เป็นโรงเรียนมีครูประจำชั้น ป. 1 - 6 โดยใช้หลักสูตรอิงมาตรฐาน
ช่วงชั้นจำนวน 22 โรงเรียน
2. รูปแบบ B เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบรวมช่วงชั้น โดยใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น และหลักสูตรอิงมาตรบานช่วงชั้น จำนวน 42 โรงเรียน
3. รูปแบบ F - 1 ใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น จำนวน 10 โรงเรียน
4. รูปแบบ F – 2 ใช้หลักสูตรไทยคม จำนวน 14 โรงเรียน
จากการประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาการเรียนการสอน ทั้ง 4 รูปแบบ ปรากฏว่ามีจุดเด่นและจุดด้อย ทั้ง 4 รูปแบบ โดยในปีการศึกษา 2549 ได้ของบประมาณจาก อบจ.กำแพงเพชร จัดทำบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 3 สาระการเรียนรู้คือภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ส่งเสริมการเรียนการสอน สาระหลักและเป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนโดยทั่วไป
โดยจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน .ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2549 ภาพรวมมีผลสัมฤทธิ์อยุ่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและสูงกว่าโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่
และสำหรับในปีการศึกษา 2550 จากการวิเคราะห์ ( SWOT ) การยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งแต่ปี 2547 – 2549 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับครูไม่ครบชั้นเรียนและสาระการเรียนรู้ เพื่อเป็นการบรรเทาได้พอสมควรแล้ว แต่โรงเรียนขนาดเล็ก ในเรื่องครูไม่ประจำห้องเรียนก็ยังเกิดขึ้น เนื่องจากการบริหารงานทั้ง 4 ด้านของโรงเรียนยังต้องอาศัยครูผู้สอนช่วยดำเนินการจึงทำให้ครูไม่สามารถประจำห้องเรียนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นในปี 2550สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จึงได้กำหนดการพัฒนา 4 รูปแบบ
ในโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจแบบศูนย์เครือข่าย จำนวน 20 ศูนย์ และได้กำหนดรูปแบภายในศูนย์ออกเป็น 3 รูปแบบคือ
3. รูปแบบพี่ช่วยน้อง ในเรื่องการบริหารงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน มีจำนวน 11 ศูนย์
โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ช่วยงานด้านบริหารทั่วไป สำหรับอีก 3 งาน โรงเรียนขนาดเล็กช่วยกันบริหารจัดการ
4. รูปแบบน้องร่วมแรงร่วมใจ ในเรื่องการบริหารงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน
มีจำนวน 6 ศูนย์ โดยโรงเรียนขนาดเล็ก แบ่งหน้าที่กันความรับผิดชอบ งานในโรงเรียนทั้ง 4 งาน
3. รูปแบบทดลอง คือใช้ครูอัตราจ้างชั่วคราว ไปจัดทำงานทั้ง 4 งาน ของโรงเรียน มีจำนวน 4 ศูนย์ โดยให้ครูอัตราจ้างชั่วคราว ทำงานทั้ง 4 งานของโรงเรียน และยังช่วยดูแลการเรียน
การสอนในสาระที่ขาดแคลนด้วย ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ให้ศูนย์แต่ละศูนย์ไปกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละศูนย์เอง
และในแต่ละรูปแบบจำนวน 20 ศูนย์ได้เรียนเชิญกำนันตำบล นายก อบต ของแต่ละตำบลที่โรงเรียนขนาดเล็กตั้งอยู่ เป็นกรรมการที่ปรึกษาแต่ละศูนย์ด้วย
จากการได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ผลการรายงานโรงเรียนในแต่ละรูปแบบ มีผลดังนี้
6. นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องครูผู้สอนออกนอกห้องเรียนได้อยู่ในระดับดีขึ้น
7. ครูอัตราจ้างชั่วคราว ในรูปแบบที่ 3 เห็นว่าเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและได้ผล
การบริหารจัดการได้ดีพอสมควร และมีการปรับปรุงกระบวนการและกลวิธีอยู่ตลอดเวลา
8. ความพึงพอใจ ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครองและผู้บริหาร อยู่ในเกณฑ์ดี
9. การนำ 4 รูปแบบมาผสมผสานทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้น
10. การให้โรงเรียนเลือกดำเนินการในแต่ละรูปแบบทั้ง 4 รูปแบบเป็นการสมัครใจและ
ทำให้ผู้บริหาร ครูผู้สอน ประธานกลุ่มโรงเรียน กำนัน นายก อบต มีความพร้อมตามบริบทของตนเอง
6. การบริหารศูนย์เครือข่าย เป็นการบริหารจัดการแบบร่วมแรงร่วมใจกันอย่างจริงจังและมีจุดหมายอันเดียวกัน เพื่อองค์กรหลักต่อไป
8. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน และจะออกนิเทศติดตามผลการดำเนินแต่ละ
รูปแบบช่วงเดือนธันวาคม 2550 ร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ต่อไป
สำหรับในปี 2550 ได้เรียนเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มาช่วย
การดำเนินงานและวิจัยในแต่ละรูปแบบด้วย และเมื่อสิ้นปีการศึกษา สพท.กพ 1 จะสรุปเป็นผลการวิจัยทั้ง 3 รูปแบบ รายงานให้ สพฐ ได้รับทราบต่อไป
การพัฒนา 4 รูปแบบโรงเรียนขนาดเล็กสู่การกระจายอำนาจแบบศูนย์เครือข่าย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1
------------------
ที่มา การที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ในปี
พ.ศ. 2547 โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ได้คิดนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 ขาดแคลนสื่อการเรียน
การสอน และขาดแคลนครูทำงานทั้ง 4 ด้าน ดังนั้นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 จึงได้คิดนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น ได้ได้ทำหลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้นขี้น จำนวน 10 หน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาครูไม่ครบชั้น และได้มีการปรับปรุงหลักสูตรและกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขี้นตลอดเวลา และในปีการศึกษา 2548 – 2549 ได้กำหนดรูปแบบการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก 4 รูปแบบ ดังนี้
3. รูปแบบ D เป็นโรงเรียนมีครูประจำชั้น ป. 1 - 6 โดยใช้หลักสูตรอิงมาตรฐาน
ช่วงชั้นจำนวน 22 โรงเรียน
2. รูปแบบ B เป็นการจัดการเรียนการสอนแบบรวมช่วงชั้น โดยใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น และหลักสูตรอิงมาตรบานช่วงชั้น จำนวน 42 โรงเรียน
3. รูปแบบ F - 1 ใช้หลักสูตรบูรณาการอิงมาตรฐานช่วงชั้น จำนวน 10 โรงเรียน
4. รูปแบบ F – 2 ใช้หลักสูตรไทยคม จำนวน 14 โรงเรียน
จากการประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาการเรียนการสอน ทั้ง 4 รูปแบบ ปรากฏว่ามีจุดเด่นและจุดด้อย ทั้ง 4 รูปแบบ โดยในปีการศึกษา 2549 ได้ของบประมาณจาก อบจ.กำแพงเพชร จัดทำบทเรียนสำเร็จรูป จำนวน 3 สาระการเรียนรู้คือภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ส่งเสริมการเรียนการสอน สาระหลักและเป็นปัญหาในการจัดการเรียนการสอนโดยทั่วไป
โดยจากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน .ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2549 ภาพรวมมีผลสัมฤทธิ์อยุ่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจและสูงกว่าโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่
และสำหรับในปีการศึกษา 2550
มาเรียนรู้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
อีกไม่ถึงเดือน สมศจะมาประเมินแล้วหละคะ ตอนนี้กำลังเตรียมตัวรอรับการประเมิน ยุ่งน่าดูแล้วหละคะ