เคล็ดปั้นทีม“คนมีดีไซน์”สู่องค์กร The Corporation of Design

เคล็ดปั้นทีม“คนมีดีไซน์”สู่องค์กร The Corporation of Design

   

   

       ปรากฎการณ์ Apple , i-Phone , Microsoft ,Google , Sony, Sum sung ฯลณ ส่วนหนึ่งของโปรดักส์แห่งดีไซน์ ที่สะท้อนให้เห็นผู้บริโภคยุคนี้ ยินดีจ่าย เพื่อตอบสนองทั้ง “ อรรถประโยชน์ และสุนทรียภาพ” ความสำเร็จดังกล่าวนี้ มีหัวใจสำตัญมาจาก วิธีคิด และการทำงานขององค์กรแห่งดีไซน์ เริ่มต้นที่ “คน เป็นศูนย์กลาง” อันได้แก่ ลูกค้า และพนักงาน

       

       โดยเฉพาะ “พนักงาน” ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลากรสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดัน และ เป็น “ทีมคิด”ที่จะทำให้กระบวนการสร้างสินค้า และบริการ บรรลุเป้าหมายแห่งความสำเร็จ....

       

       คนกุญแจสร้างทีมดีไซน์

        ดร.พีรเศรษฐ์ ชมภูมิ่ง ภาควิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ทีมคิด เพื่อสร้างทีมดีไซน์ ขั้นตอนสำคัญ คือ ตัวผู้นำ โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถมีประสบการณ์สูงและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เป็นผู้รู้เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของทีมอย่างชัดเจน

        “ผู้นำต้องทำตัวเป็นแม่เหล็กคอยดึงดูดคนเก่งๆให้เข้ามาอยู่ในทีม และช่วยติดต่อเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องให้เข้ามาร่วมงาน ขณะเดียวกันต้องให้ข้อมูลต่างๆแก่ผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกในทีมอย่างละเอียด”

       . ไม่เพียงเท่านี้ ผู้นำยังต้องอธิบายวัตถุประสงค์หลักของทีม ชี้ให้เห็นบทบาทที่สำคัญของสมาชิกและความรับผิดชอบต่างๆ อีกทั้งอธิบายสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากสมาชิก รวมถึงแจ้งให้ทราบถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม

        ทั้งนี้ ผู้บริหารต้องถือเป็นนโยบายสำคัญระดับองค์กร ที่ต้องสนับสนุนทีมข้ามสายงาน โดยสนับสนุนทั้งด้านโครงสร้างองค์กร ให้เอื้อต่อการสร้างข้ามสายงาน รวมทั้งจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสาร สร้างวัฒนธรรมองค์กร การทำงานเป็นทีม จัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ และให้การช่วยเหลือทีม และบริหารความขัดแย้ง รวมถึงการจ่ายผลตอบแทน แก่ทีมงาน เมื่อประสบความสำเร็จ

        ด้านการคัดเลือกเพื่อนร่วมทีม ผู้นำจะต้องพิจารณาความรู้ความสามารถของผู้ที่จะมาร่วมงานเป็นหลัก เนื่องจากทีมข้ามสายงาน (Cross Functional Team) มีส่วนผสมของสมาชิกภายในทีมที่มีประสบการณ์และความรู้จากหลายส่วนหลายหน่วย งานมารวมกันจนตกผลึกเป็นความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นสมาชิกในทีมทุกคนจึงต้องมีความรู้มากพอที่จะเชื่อมต่อความคิดกับคน อื่นได้

       

        “การกำหนดตัวผู้ที่มาร่วมทีม จำเป็นต้องถามความเห็น ความสมัครใจก่อน เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกคนที่มาร่วมทีมนั้นเต็มใจ เพราะหากเป็นการบังคับก็อาจขาดอิสระความคิด และขาดอารมณ์ร่วมในทางบวกที่จะช่วยสร้าง ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เชื่อมต่อกับความคิดของสมาชิกคนอื่นๆได้”

       อาจารย์ พีรเศรษฐ์ บอกด้วยว่า ทีมคิดในองค์กรมีดีไซน์จะมีสมาชิกที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมารวมกัน ทำให้สามารถสร้างพลังขับเคลื่อนเป็นทวีคูณ ผลักดันให้ทีมคิดสร้างนวัตกรรมอย่างมีดีไซน์พร้อมด้วยสุนทรียภาพ

       “ทีมงานฯมาจากข้ามสายงานกัน (Cross Functional Team) ในแต่ละสายที่เป็นแกนสำคัญในการทำธุรกิจ อาทิ ฝ่ายวิศวกรตัวแทนฝ่ายผลิต ฝ่ายบริหารธุรกิจตัวแทนฝ่ายบริหาร ฝ่ายการเงินตัวแทนงบประมาณ และฝ่ายการตลาดตัวแทนมาเก็ตติ้ง ฝ่ายวิจัยหรือออกแบบ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆมาเดาใจลูกค้าว่าต้องการอะไร แล้วผลิตสินค้าหรือบริการออกมาและขายสินค้าได้ ดังนั้นจำเป็นต้องทีมดังกล่าวนี้ขึ้นมา”

        กระบวนการเน้นครีเอทีฟ

       สำหรับกระบวนการ เพื่อสู่ทีมมีดีไซน์ อาจารย์พีรเศรษฐ์ ยังบอกอีกว่า ควรเน้นวิธีการสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่มี “ความต้องการของลูกค้า”เป็นกรอบ เพื่อกำหนดความคิดให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งต้องที่ทีมต้องมีผู้ทำหน้าที่กระตุ้นความคิดและส่ง เสริมให้เกิดการส่งผ่านความคิดนั้น ให้กระจายภายในทีม เพื่อให้เกิดการต่อยอด

       “ดังนั้น ทีมจะต้องมี “กระบวนการ” (Facilitator) ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำทีม ทำหน้าที่ปลุกบรรยากาศ ประสานต่อให้เกิดการแชร์ความคิดโดยผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ คุณสมบัติที่สำคัญ ต้องเป็นผู้รอบรู้ สามารถโยงความคิดของสมาชิกจากแผนกต่างๆเข้าด้วยกัน ช่วยทำให้เกิดกระแสความคิดไม่สะดุด ต่อยอดจากต้นความคิดเดิม และแตกยอดเป็นความคิดใหม่เบ่งบานไปทั่วทั้งทีม”

        นอกจากนี้ ยังต้องมีกระบวนการสร้างแรงจูงใจในการทำงานเป็นทีม เพื่อเป้าหมายให้สามารถทำงานได้อย่างร่วมกันและมีความสุข โดยการสร้างแรงจูงใจ เป็นกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน โดยเริ่มจากกำหนดเป้าหมายที่เด่นชัดว่าทีมจะเดินไปในทางใด สามารถวัดและประเมินผลได้

        “เมื่อทีมรู้ทิศทางแล้ว ต้องได้รับความสะดวก อาทิ อำนาจ ความรับผิดชอบ และทรัพยากรต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อให้สามารถทำงานได้ เนื่องจากทีมบางคนมีความสามารถตามสายงานตน แต่ยังขาดทักษะและความรู้ในการทำงานเป็นทีม ดังนั้นจำเป็นต้องมีการอบรมเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีมให้แก่สมาชิกและด้าน อื่นๆ ได้แก่ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ การจัดการความขัดแย้ง”

        สุนทรียภายในทีม

       นอกจากคน และ กระบวนการแล้ว การสร้างทีมที่มีดีไซน์ จำเป็นต้องมีสิ่งสำคัญและสามารถทำให้เกิดขึ้น และมีประโยชน์ต่อทีมดีไซน์ นั่นคือ “สุนทรียสนทนาภายในทีม” หมายถึง การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดอย่างมีสีสันระหว่างความคิดด้วยกันเองของคนในทีม ทั้งนี้กระบวนการสร้างสุนทรียภาพฯ อาจารย์บอกว่า เริ่มต้นจากการเปิดใจกว้าง ไม่มีอคติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมทีม

       “พนักงานที่มีสุนทรียะภาพหรือ Positive mood เป็นอารมณ์บวก หากคนมีความรู้สึกแบบนี้แล้วก็จะทำให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่

       ดังเช่น กรณีตัวอย่าง ศิลปินที่มีฝีมือวาดภาพออกมาสวยงาม ทำให้คนดูเกิดสุนทรียภาพ ซึ่งศิลปินเหล่านี้จะต้องมีสุนทรียะภาพก่อนจึงจะสามารถทำงานออกมาให้คนดู เกิดความรู้สึกประทับใจได้ หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถผลักดันงานบริการ-สินค้าให้มีสุนทรียะได้

       นอกจากนี้ ยังรวมถึง ความเห็นที่แตกต่างด้วย ดังนั้นการยอมรับความเห็นต่างจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำอย่างนุ่มนวล โดยหลีกเลี่ยงคำพูดที่อาจกระทบทางจิตใจ หรือใช้คำพูดที่รุนแรง ที่อาจสร้างบรรยากาศให้ตรึงเครียดให้เกิดขึ้นในการสนทนา ดังนั้นเพื่อสร้างสุนทรียภาพให้เกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อต้องสื่อสารความคิดประเภทนี้ ก็จำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เพื่อช่วยให้สามารถสัมผัสความคิดได้

       

       “ทั้งนี้ในขั้นตอนนี้ ทีมงานอาจสร้างโมเดล เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดความคิดที่ยากต่อการจินตนาการมาสู่ เพื่อถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนที่สุด”

       ทั้งนี้ อาจารย์พีระเศรษฐ์ กล่าวถึง กรณีธุรกิจประเภทเอสเอ็มอีกับสุนทรียภายในทีม ที่เห็นที่สุด คือ ธุรกิจโฮมสเตย์ เพราะธุรกิจที่เน้นบริการสุนทรียภาพเป็นหลัก โดยคนไม่ได้ต้องการอรรถประโยชน์จากภายนอก แต่ต้องการความประทับใจ ความซาบซึ้งใจที่ได้เรียนรู้เรื่องราวของคน โดยมีเจ้าของบ้านเป็นผู้ถ่ายทอด ซึ่งเป็นพนักงานในองค์กรหรือเจ้าของกิจการ ถือเป็นองค์กรมีดีไซน์

       “เพราะมีการใส่สุนทรียะภาพลงไปในบริการ โดยรู้ว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งต้องการสุนทรียะภาพอะไร ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชุมชน จึงมีการถ่ายทอดให้ด้วยผ่านการอธิบาย เอามาอยู่ด้วยกันในบ้าน แสดงให้เห็นด้วยตัวเอง ทำให้ผู้ได้รับบริการได้รับอีกทั้งตัวเองเกิดสุนทรียะด้วยกัน”

       รวมถึง กรณีร้านสุกี้เอ็มเค จะมีการฝึกอบรมเน้นเกิดความอบอุ่นระหว่างพนักงานและหัวหน้างาน ซึ่งเป็นอารมณ์บวก ความรู้สึกดีๆ เพราะ เมื่อพนักงานได้รับแล้วจะนำไปถ่ายทอดยังลูกค้า มีสีหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส โดยสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสอน เพราะมันได้ซึมซับมาก่อนหน้าแล้วมันก็ออกไปอย่างอัตโนมัติ

       “หลักการนี้จำเป็นที่ต้องสอดแทรกให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล เพื่อพวกเขาจะได้เอา (สุนทรียะ) ไปใส่บริหารจัดการคน โดยเน้นให้นำอารมณ์เหล่านี้ออกมาและไปถ่ายทอดให้กับลูกค้า” อาจารย์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และองค์การคนเดิม บอกในตอนท้าย


บทความนี้ได้มาจาก

ผู้จัดการ