ปฏิบัติการเลิกจ้าง ! ความกังวลนี้ได้สะท้อนผ่าน สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศ (PMAT) ที่สมาชิกสมาคมมองในมุมเดียวกันว่าหากต้องมีการเลิกจ้างพนักงานว่าต้องทำให้ ถูกต้องทั้งหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องการก่อม๊อบ การประท้วง การร้องเรียนของพนักงาน
จากการรวบรวมข้อมูลพร้อมการสอบถามบุคคลในวงการ HR ในหลายระดับ ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงวันที่ HR ต้อง Risk Management อย่างเต็มรูปแบบ
ความเสี่ยงสำหรับด้านทรัพยากรบุคคลที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่สำคัญ คือ ความเสี่ยงในเรื่องการปลดพนักงาน หรือการเลิกจ้าง เนื่องจากภาวะปัญหาทางการเงิน เศรษฐกิจที่รุนแรง ทำให้หลายองค์กรต้องเลิกจ้างพนักงาน
เพราะในช่วงไตรมาส 1-2 ปีหน้านี้ สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดจากปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก จะปะเดปะดังเข้ามา บางเหตุการณ์ใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ ปี 2540 มาแล้ว บางสิ่งเป็นสิ่งใหม่จากสังคม สิ่งแวดล้อม กระแสโลกาภิวัฒน์
ในกรณีของการเลิกจ้างนั้นในปี 2552 ช่วงไตรมาส 1 จะเห็นภาพชัดเจน โดยเฉพาะพนักงานที่มีประสิทธิภาพต่ำจะได้รับผลกระทบก่อน คาดจะมีแรงงานถึง 8.8 แสนคนที่ต้องว่างงานในไตรมาส 1 ที่จะถึงนี้ และ 2.5 แสนคนที่ได้เงินสมทบ 6 เดือน
รวมถึงการลดชั่วโมงการทำงาน อย่างกรณีของภาคเอกชนจากชั่วโมงการทำงาน 50-52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหลือ 48-49 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ในด้านของ HR ที่มีบทบาทในการบริหารงานบุคคลนั้น ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสโดยอาศัยจังหวะนี้เติมความสามารถ (Competency) ให้พนักงาน หรือ เติมสิ่งที่ขาดให้พนักงาน ทักษะในการทำงานต่างๆ โดยเบนมาร์คสินค้ากับประเทศอื่นๆ และดูว่าจะช่วยเพิ่มเติมทักษะให้กับพนักงานในส่วนไหน
ทั้งนี้ในยังมีการกล่าวถึงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่มองเป็นเชิงป้องกันความเสี่ยงและเชิงรุกโดยมีภูมิคุ้มกันอีกด้วย
ส่วนในต่างประเทศ พบว่า เมื่อเกิด Risk Management การแก้ปัญหาที่เบสิกคือกลับมาพัฒนาคน การมีส่วนร่วมของคนในองค์กร สร้างองค์กรแข็งแกร่งและทำงานอย่างเขย่งและก้าวกระโดด ซึ่งนำ Performance น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
Risk Management ปฏิบัติการเลิกจ้าง !
ปฏิบัติการเลิกจ้าง !
เจี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....มอมแมม
ดีจังเลย