ยืน เดิน นั่ง นอน อย่างรู้คุณค่าทุกวัน ชีวิตก็เป็นสุข สงบ และสบาย

                ชีวิตที่สุข สงบ สบายไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใคร ๆ จะได้มาอย่างง่ายดาย  มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ ใบหญ้า ล้วนต้องการความอยู่รอดอย่างปลอดภัยจากสรรพสิ่งรอบข้าง ไร้ภยันตรายมาเบียดเบียน   บางคนเห็นชีวิตมีค่าเมื่อใกล้สิ้น  ถึงกับถวิลหวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะทำความดี เพื่อจะมีชีวิตที่ยืนยาว  แล้วจะทำประโยชน์เพื่อสาธารณะ  แต่พรุ่งนี้ของบางคนก็ไม่มี  ชีวิตจึงถูกสรุปเป็นความไม่แน่นอน  ไม่รู้ว่าจะร้อนหรือหนาว  จะสุขหรือเศร้าดีในแต่ละวัน

                คนบางคนจึงเลิกสนใจในชีวิต  เพราะมีเงื่อนไขมากเหลือเกิน จะเป็นอย่างไรก็ช่าง  มีค่าหรือไร้ค่า ขอให้ชีวิตได้ระเริงสุขให้สุดใจไปวันๆ กับบทเพลงในคืนค่ำ กับโลกีย์ที่เย้ายวน...  ความดีในสังคมจึงมลายกลายเป็นผงธุลี  ศีลธรรมหม่นหมอง  ศรัทธาจึงเสื่อมถอย  สัญลักษณ์ถูกเพิกถอน  ไร้ความหมาย

                กับอีกบางคน  เพราะชีวิตมีเงื่อนไขจึงฝันใฝ่แสวงหา  เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีค่า เพื่อจะอยู่อย่างมีศิลปะ ที่ไหนมีดี ที่นั่นคือจุดหมายที่จะต้องไปให้ถึง  ไปเพื่อรู้จักกับความดี  พูดคุยกับความดี แล้วนำมาเป็นวิถีแห่งชีวิต  บรรเลงเพื่อจรรโลงสังคมให้ได้รู้จักกับความดี  แม้บางเวลาจะถูกมองว่าด้อยค่า   แต่ก็ยังภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งที่ดีที่ตนหวังไว้

          ชายหนุ่มกับหญิงสาว  สองคนเดินทางแสวงหา... มาพบกับความรัก ณ กึ่งกลางของชีวิต สองคนแต่งงานกันและเดินไปด้วยกันยาวนาน  จนมาถึงปลายสุดถนน  ทั้งคู่เห็นตะวันทอแสงส่องประกายเป็นสายรุ้งอยู่เบื้องหน้า จึงวิ่งเข้าไปไขว่คว้า คนหนึ่งเมื่อต้องแสงกลับกลายเป็นนางฟ้าลอยล่องสู่สรวงสวรรค์  อีกคนเป็นมัจฉาแหวกว่ายไปในมหาสาครเวิ้งว้างกว้างไกล ไร้ดอกบัวเบ่งบาน

                ปลายทางของชีวิตไม่มีใครรู้จะจบอย่างไร คงไม่ใช่ความรักที่มาพบเจอ  และคงไม่ใช่เส้นทางที่เดินมาอย่างยาวนาน  แต่ก็มีความเข้าใจมากมายบอกว่า เมื่อเริ่มต้นดี เป็นอยู่ดี  ปลายทางก็จะดีด้วย  บทสรุปของปลายทางจึงอยู่ที่เริ่มต้น อาจเป็นอย่างนั้น

                บางคนเข้าใจ  ไม่มีคำถาม มีแต่การแสวงหาอย่างเดียว บทสรุปคือความเข้าใจ

                วันนั้นเขาเดินไปหามิตรผู้เข้าใจไต่ถามหนทาง ณ ธารน้ำไหล  อยู่ที่นี่ ต้องใช้ปัญญาอย่างไรในการปฏิบัติธรรม ท่านตอบปัญญาที่ทำให้มาที่นี่นั่นแหละ[๑]

เป็นคำตอบที่เธอก็เข้าใจ ฉันก็เข้าใจ ไม่มีอะไรมาก หนึ่งคำถาม หนึ่งคำตอบ แค่นั้น...

          อยากจะยิ้มให้อย่างชื่นบานก็ยิ้มเถิด เพราะบางครั้งชีวิตก็ไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะต้องไปละเมียดละไมมากนัก  ง่ายๆ ธรรมดาที่สุด ยืน เดิน นั่ง นอน อย่างรู้คุณค่าทุกวัน  ชีวิตก็เป็นสุข  สงบ  และสบาย

 

ผู้เขียน: พระบุญประสิทธิ์ ปุญฺญสิทฺธิ วัดวิเศษการ บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร


[๑]เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์.   แผ่วผ่านธารน้ำไหลพิมพ์ครั้งที่ ๖ กรุงเทพฯ: เกี้ยว-เกล้า พิมพกร กพ.๒๕๔๔ หน้า ๓๒