เมื่อผมเป็นเด็ก พอจำความได้ ตีเสียว่าอายุ 4-5 ขวบ เอาเพิ่มอีกเป็น 7-8 ขวบ นั่นก็ 37-38 ปีมาแล้ว ที่บ้านโคกก่อง อำเภอวารินชำราบ อุบลฯ ห่างจากตัวอำเภอไม่ถึง 50 กิโลเมตร แต่เหมือนอยู่ในซอกหลืบลึกสุดของโลก
ความบันเทิงของชาวบ้านที่มาจากภายนอกก็คือ รายการจากวิทยุกระจายเสียง ซึ่งเป็นรายการเพลงเสียส่วนมาก ชาวบ้านทุกครัวเรือนมีวิทยุทรานซิสเตอร์ ราคาตอนนั้นก็คงร้อยสองร้อย ซึ่งนับว่าแพงเอาการ แต่ชาวบ้านก็พอมีกำลังซื้อ วิทยุนำมาซึ่งข่าวสารและความบันเทิง ให้รับรู้โลกภายนอกได้ตลอดเวลา ทำให้รู้ว่า โลกนี้ไม่ได้มีแค่บ้านโคกก่อง
เด็กบ้านนอกรุ่นผมนั้น เติบโตมากับวิทยุทรานซิสเตอร์และเพลงลูกทุ่ง เมื่อออกไปเลี้ยงควายยามหน้าแล้งกลางทุ่ง จะมีคนเอาวิทยุไปด้วย ไปสุมหัวนั่งฟังกัน ควายก็กินหญ้าไป คนก็ฟังเพลงไป ควายกินหญ้าเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ คนก็ย้ายตามควายไปเรื่อยๆ จากร่มไม้หนึ่งไปยังร่วมไม้หนึ่ง ตั้งแต่สายๆยันบ่าย เมื่อได้เวลาย่ำเย็นประมาณ 4 โมงเย็น ควายก็บ่ายหน้าลงสู่ลำห้วย คนก็ตามควายไป เมื่อไปถึง ทั้งคนทั้งควายก็ลงอาบน้ำที่เดียวกัน
ควายแช่น้ำคนก็ขึ้นหลังควาย เอาฟางแห้งบ้าง ใบไม้บ้างไปถูทำความสะอวดควาย บางคนก็เอาผ้าขาวม้านั่นแหละถูหลังควาย พอขึ้นจากน้ำหลังควายมันวับสะอาดเอี่ยม ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะไปแช่ปลักตามลำคลองหนองน้ำที่มีแต่โคลนให้คนขัดถูอีก
การรับความบันเทิงผ่านวิทยุนั้นช่างมีความสุขนัก เพลงลูกทุ่งคือความบันเทิงกระแสหลักในขณะนั้น นักรักที่โด่งดังมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือชาย เมืองสิงห์
ผมชอบเพลงของ ชาย เมืองสิงห์ ทุกเพลง แต่ที่ฝังใจมากเป็นพิเศษมีอยู่สองเพลง คือเพลงลูกสาวใครหนอ เพราะตอนเด็กๆแอบรักเพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกัน รักตั้งแต่ตอนยังไม่เข้าโรงเรียน พอเข้าโรงเรียนก็ยังรัก แหะๆ อย่าว่าแต่เด็กสมัยนี้เลย สมัยเมื่อ 40 ปีก่อนก็ไวไฟเหมือนกัน ฮาๆ
เพลงลูกสาวใครหนอ ที่ขึ้นต้นว่า ...ผูกสมัครรักน้องมานาน หญิงใดไม่ปานลูกสาวแม่เลย...ฟังแล้วจินตนาการเพริดแพร้วดีแท้ๆครับ ผมยังจำจินตนาการตัวเองในตอนนั้นได้อยู่ อย่าให้บรรยายเลย ท่านที่ได้อ่านก็ลองนึกถึงประสบการณ์ความรักครั้งแรกของท่านดูนะครั
เพลงที่สองที่ฝังใจก็คือเพลงมาลัยดอกรัก (คนละเพลงกับมาลัยน้ำใจ) เพลงนี้ก็โดนใจวัยที่ยังไม่รุ่นในตอนนั้นจริงๆเชียว ฟังแล้วจินตนาการต่อจากเพลงลูกสาวใครหนอได้ดีแท้
เนื้อเพลงว่า... “หอมมาลัยที่ชายรับมาจากเจ้า รับมาจากสาวเล่นเอาหัวใจชายสั่น พวงมาลัยคล้องดวงใจผูกพัน ต่างพยานรักกัน......” ลองนึกสิครับว่าจินตนาการจะเพริดขนาดไหน
เพลงนี้ตอนบุญผ้าป่าซึ่งมีปีละครั้งในช่วงเดือนเมษายน โดยคณะผ้าป่ามาจากรุงเทพฯ นำโดยท่านหลวงพ่อพระมหาบุญจันทร์ ซึ่งเป็นคนบ้านโคกก่องไปบวชที่กรุงเทพฯ จนได้เป็นพระผู้ใหญ่ นำญาติโยมมาทอดผ้าป่าที่วัดบ้านเกิดทุกปี วันก่อนที่คณะผ้าป่าจะมานั้น ชาวบ้านได้จ้างเครื่องกระจายเสียงมาติดที่วัด เจ้าของเครื่องเสียงเป็นผู้เปิดเพลง เพลงที่เปิดเป็นเพลงแรกนะครับ ผมจำได้แม่นเลยก็คือเพลงมาลัยดอกรักนี่เอง
เพลงดังขึ้นตอนเย็นๆ กระจายจากหมู่บ้านไปยังท้องทุ่งที่กำลังจะหมดแสงตะวัน ใจของเด็กเลี้ยงควายตามเสียงเพลงไปที่วัดแล้ว ส่วนตัวยังนั่งบนหลังควายที่กำลังเดินกลางทุ่งเพื่อกลับเข้าบ้าน เมื่อไปถึงเอาควายเข้าคอกก็ได้เวลาสลัวๆ ไม่ต้องกินข้าวกันล่ะ รีบไปวัด ไปเกาะเวทีเครื่องเสียง ขอเพลง
“บักหล่า อยากฟังเพลงหยังบอกพ่อ พ่อสิเปิดให้ฟัง”
เจ้าของเครื่องเสียงใจดีดอกเด็กๆ ยิ้มอยู่ตลอดเวลา มองหน้าเด็กๆด้วยความเอ็นดู พลางเปิดลังค้นแผ่นเสียงที่มีหลายขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ บางแผ่นมีรูเล็กๆตรงกลาง บางแผ่นรูเบ้อเร่อ ตอนเปิดต้องเอาแกนอีกอันมาสวมก่อน
บักหล่าที่ชื่อโกศล ย่อมขอเป็นเพลง ลูกสาวใคร หนอก่อนเพลงอื่น ซึ่งได้ฟังสมใจ
นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้วครับ ตอนผมอายุ 8-9 ขวบ
เพลงบางเพลงแม้จะไพเราะจับใจแต่พอผ่านเวลาไปนานเข้าก็ลืม ได้ฟังอีกก็ไม่ติดใจแล้ว แต่บางเพลงเป็นไปในทางตรงกันข้าม แม้จะนานแต่ก็ยังนึกถึง ได้ฟังอีก็รู้สึกเหมือนเดิม เคยไพเราะลึกซึ้งอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น
เพลงมาลัยดอกรัก ก็เป็นหนึ่งในเพลงประเภทนี้ สำหรับความรู้สึกของผมนะครับ
วันนี้ ชาย เมืองสิงห์ คือศิลปินแห่งชาติ สาขาเพลงลูกทุ่ง และยังเป็นหนึ่งในสุดยอดนักร้องลูกทุ่งตลอดกาลในความคิดของผมเหมือนเดิม.

เพลงเพราะมากครับ
>> สวัสดีปีใหม่ครับ หนุ่มกร หน้าตาดี ขอบคุณครับ
>> ขอบคุณครับ คุณกิฟต์ ท่าตะโก ท่าตะโกอยู่จังหวัดอะไรครับ นครสวรรค์หรือเปล่าครับ
“หอมมาลัยที่ชายรับมาจากเจ้า รับมาจากสาวเล่นเอาหัวใจชายสั่น พวงมาลัยคล้องดวงใจผูกพัน ต่างพยานรักกัน......”
เพลงนี้เป็นที่มาของ ชื่อบันทึกหนึ่งของดิฉันค่ะ
ว่าแล้วก็แอบโฆษณา หน่อย เด็ดดวงมาลา(มาร้อย)มาลัย
เนื้อเพลงหวานมาก ๆ
เมื่อได้ยินเพลงนี้คราใด ภาพราง ๆ สมัยที่สามีส่งมาลัยดอกมะลิให้เราเกือบทุกวันก็จะล่องลอย แว้บ ๆ มาค่ะ (แอบโมแรนติค อิ อิ..)