เรียนชาวโรงเรียนในฝัน กาฬสินธุ์ เลย ศรีสะเกษ  นนทบุรี และขอนแก่น   

     เท่าที่ได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าระหว่างเดือน กพ.-มีค.52 มีหลายโรงเรียน มีความพร้อมจะขอรับการประเมิน เป็นต้นว่า

     ระหว่างวันที่ 16 พบกันที่คำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ 17 พย.พบกันที่เหล่ากลางและ18 กพ.52 จะพบกันที่ หนองสูง 

     ระหว่างวันที่ 23-26 กพ.52 จะพบกันที่ ขอนแก่น และ เลย

      วันที่ 2 มีค.52 จะพบกันที่นนทบุรี

        วันที่ 3-6 มีค.52จะพบกันที่ศรีสะเกษ และ 10-13 มีค.52 พบกันที่ เลย ค่ะ

      ดังนั้นบันทึกหน้านี้จึงเปิดสำหรับทุกท่านเขียนถามได้เลยค่ะ  (โรงเรียนในจังหวัดอื่นก็ได้นะคะ)

  ก่อนอื่นขอทบทวน

 

  1.วันประเมินเป็นวันที่โรงเรียนได้รวบรวมตะกอนที่ตัวนักเรียนจัดเป็นกิจกรรมที่หลากหลายแล้วนำเสนอโดยนักเรียน(อ่านเตรียมการประเมิน ตะกอนตอนที่1 2 3 ใน"ตาสว่าง"ก่อนนะคะ)  

2.กิจกรรมที่นำเสนอจะสะท้อน คุณภาพนักเรียน คุณภาพการจัดการเรียนการ สอน และคุณการบริหารจัดการ

3.ศึกษาเพื่อนร่วมทางสู่ต้นแบบโรงเรียนในฝัน(คู่มือประเมิน)ให้ดีนะคะ จะรวมตะกอนแล้วจัดเป็นกิจกรรมอะไรบ้าง? และจัดอย่างไร?ให้ถามตนเองว่าจะให้คณะกรรมการประเมินด้านใหน? (ในคู่มือบอกชัดอยู่แล้ว)

              เมื่อเพื่อนครูทุกคนในโรงเรียนได้ร่วมกันสั่งสมตะกอนมาตลอดแล้ว..และถ้าวันนี้พร้อม....เขียนมาถามได้เลยค่ะ

มีแนวทางดำเนินงานและรวบรวม "ตะกอน" เป็นกิจกรรมและหรือผลงานเพื่อขอรับการประเมินฯโดยสังเขปอาจเป็นดังนี้

           

.......ถ้าโรงเรียนท่านพร้อม

    1. ทุกท่านในโรงเรียนควรทบทวน Concept ให้ตรงกันว่า" วันประเมินเป็นการนำเสนอ"ตะกอน" ที่ปรากฎกับนักเรียน คำว่า ตะกอนควร (ต้อง) เป็นการสะสม (จัดการเรียนการสอนของทุกกลุ่มสาระ) มาอย่างสม่ำเสมอและ ต่อเนื่อง

    2.เมื่อท่านพร้อมจึงรวม"ตะกอน " เป็นกิจกรรมแล้วนำเสนอกิจกรรมโดยนักเรียน เพื่อเป็นการสะท้อนตะกอนที่ปรากฏกับนักเรียนทุกคน

    3.โรงเรียนแจ้งความพร้อมฯ มายังสพท.ต้นสังกัด (สพท.ควรมีกระบวนการนิเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบความมั่นใจร่วมกับโรงเรียน) สพท.แจ้งมายังส่วนกลาง และ สพท.ต้นสังกัด เป็นเจ้าภาพจัดให้มีการประเมิน(แนะนำไว้ในคู่มือแล้ว)

   4.จากกิจกรรมตามข้อ 2  ขอเรียนย้ำว่าจะนำเสนอกิจกรรมใด ให้ถามตนเองว่า แต่ละกิจกรรมที่นำเสนอต้องการให้ประเมิน ด้านใดบ้าง(มี 6 ด้าน ตามคู่มือ)

        ที่ผ่านมาจะมีการศึกษาดูงานการประเมินโรงเรียนในฝัน ท่านที่ศึกษาดูงานไม่อาจรู้ได้ว่ากิจกรรมใด OK แต่ถ้าอ่านคู่มือประกอบการดูงานจะเข้าใจยิ่งขึ้น

   5. "ตะกอน" ที่ควรปรากฏกับนักเรียนโดยรวมเป็นดังนี้

          5.1) นักเรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้แสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง มีความคล่องแคล่วในการใช้เครื่องมือเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วนตนเอง การเข้าถึงข้อมูล ดังนั้นจึงให้ความสำคัญต่อความคล่องแคล่วในการใช้ภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และ Computer 

           5.2) ทักษะและความสามารถในการคิด-วิเคราะห์ มีความสามารถในการแก้ปัญหามี ความมั่นใจ สามารถตอบคำถามได้อย่างเป็นเหตุ เป็นผลมีข้อมูลประกอบ รู้จักแหล่งเรียนรู้ เข้าถึงแหล่งข้อมูล (โรงเรียนในฝันให้เบ็ดตกปลาไม่ใช่ให้ปลาไปกิน)

           5.3) มีผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้ที่หลากหลาย อย่างสร้างสรรค์(ไม่ลอกแบบ) เช่นผลงานที่เกิดจากการเรียนรู้โดยโครงงาน  งานเขียน งานศิลปะ อาจเป็นชิ้นงานปกติ หรือใช้ความสามารถด้าน Computer ฯลฯ

           5.4 ) ขอให้ดูในเอกสาร ด้านที่1 ด้านที่ 3 และด้านที่ 5 เป็นหลัก

           5.5) ความเป็นไทยภูมิใจในท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญนะคะ

           5.6 ) คุณธรรมจริยธรรมเป็นคุณลักษณะพื้นฐานที่โรงเรียนในประเทศไทยต้องมี โรงเรียนในฝันก็ต้องมีเช่นกัน

      ขอเพิ่มเติมนะคะจุดเด่นที่ควรปรากฏชัดเจนเป็นรูปธรรม(ในวันประเมินและตลอดไป) คือ1.ความสะอาด และ2.การรักการอ่าน

      "ตะกอน"ที่ปรากฏต่อนักเรียนจะสะท้อนวิธีสอนหรือวิธีการจัดการเรียนรู้ และสะท้อนการบริหารจัดการ  ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างในการจัดกิจกรรมที่สามารถสะท้อนตะกอน ซึ่งแบ่งลักษณะกิจกรรมในวันประเมินเป็น 2 ลักษณะประกอบด้วย

      ลักษณะที่ 1 กิจกรรมเฉพาะกิจ เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะสถานการณ์ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถในการใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การตอบคำถามเชิงคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การรู้จักแหล่งข้อมูล นักเรียนได้แสดงความสามารถในการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ เช่นกิจกรรมการต้อนรับ การกล่าวแนะนำตนเอง แนะนำผู้บริหาร แนะนำผู้ใหญ่ ตลอดจนบุคคลสำคัญ การมอบเอกสารที่แสดงข้อมูลพื้นฐานและผลงานของโรงเรียน เอกสารแนะนำกิจกรรม สำหรับเอกสารในวันนั้นควรเป็นเอกสารที่นักเรียนจัดทำเองหรือการมอบของที่ระลึกซึ่งเป็นสิ่งของที่นักเรียนทำ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของผลงานนักเรียนเช่นมาลัยดอกไม้ การแสดงบทบาทของมัคคุเทศก์การแนะนำกิจกรรมตลอดการประเมิน  เป็นต้น

       กิจกรรมข้างต้น สะท้อนความสามารถ ทักษะ ในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ปฏิภาณ ไหวพริบในการตอบคำถาม แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในการนำเสนอกิจกรรม ทั้งนี้เพราะนักเรียนที่มาต้อนรับต้องรู้ทุกกิจกรรม แสดงทักษะทางสังคม มารยาทในการต้อนรับและดูแลแขก เป็นกิจกรรมที่สะท้อนความสามารถของคณะกรรมการนักเรียน

        ลักษณะที่2 กิจกรรมการเรียนการสอน เน้นการเรียนการสอนโดยการลงมือปฏิบัติจริง การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการต่างๆ การเรียนการสอนในแหล่งเรียนรู้ และหรือ กิจกรรมประเภทสนามบูรณาการ (หมายถึงกิจกรรมที่โรงเรียนจงใจจัดให้มีเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ ทักษะชีวิต อย่างครบวงวร เช่นบริษัทจำลอง สหกรณ์โรงเรียน ธนาคารโรงเรียน คณะกรรมการนักเรียนเป็นต้น)  จัดเป็น 3 ส่วนจะจัดกิจกรรมอะไรให้ดูแบบประเมินว่าจะให้กรรมการให้คะแนนด้านใด ข้อใด (มีทั้งหมด 6 ด้าน )

ส่วนที่ 1 จะจัดในห้องเรียนปกติ หรืสถานที่เหมาะสม ก็ได้ เป็นกิจกรรมที่ส่งผลต่อลักษณะเด่นของนักเรียนโรงเรียนในฝัน (ย้อนไปอ่านลักษณะเด่น) เช่นภาษาไทย สังคมศึกษา ( ที่ประเมินผ่านมาพบว่าทั้ง2 สาระไม่สะท้อนตะกอนหรือคุณภาพเด่นๆเท่าที่ควร) การงานฯ พลานามัย(เสนอที่สนามกีฬา ห้องพยาบาล โรงอาหารเป็นต้น ) ศิลปะ นาฎศิลป์-ดนตรี ฯลฯ

ส่วนที่2 เป็นผลจากการเรียนการสอนที่ผ่านมา จะจัดเป็นนิทรรศการแห้ง หรือนิทรรศการเคลื่อนไหวก็ได้ตามขีดความสามารถของโรงเรียน มีนักเรียนเป็นผู้นำเสนอ บางกิจกรรมอาจมีครูให้ข้อมูลเพิ่มเต็ม ถ้ามีศักยภาพพอให้แสดงความสามารถนำเสนอผ่าน ICT เช่น โครงงานต่างๆ ผลงานที่เป็นความภาคภูมิใจเป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม กิจกรรมเด่นๆเช่นการสอนซ่อมเสริม การพ้ฒนาผู้เรียนเป็นต้น

ส่วนที่ 3 กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการลงมือทำ การปฏิบัติจริง การทดลอง โดยใช้สื่ออุปกรณืที่เหมาะสมที่จะอยู่ในห้องนั้นๆ ได้แก่ การเรียนการสอนในห้อง lab วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คณิศาสตร์ Computer ห้องสมุด (ประเมินกี่ช้อคะ) แหล่งเรียนรู้อื่นๆที่โรงเรียนจัดไว้

              เป็นไงคะ ถ้าสะสมตะกอนมาตลอด ไม่ยากเลย สำหรับต้นแบบโรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีใกล้บ้าน "อ่านคู่มือดูแบบประเมิน"  ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างกิจกรรมในกลุ่มที่3ได้แก่

1. ห้องสมุด  แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ

มีรายการพิจารณาเป็นพื้นฐาน 9 รายการ(ในคู่มือ) เรื่องที่สำคัญคือ ขีดความสามารถในการให้บริการ การส่งเสริมการรักการอ่านและครูผู้ดูแลก็ควรเป็นผู้มีความรู้ในการบริหารจัดการ การใช้ ICT ห้องสมุดจะเป็นการประเมินทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย 1)ประเมินด้านการบริหาร นรวมถึงผู้บริหาร เป็นการประเมินมีความเข้าใจและการให้ความสำคัญต่อห้องสมุด โดยการสนับสนุน ให้มีห้องสมุดอย่างเหมาะสมกับระดับที่เปิดสอน ทั้งในระบบปกติและระบบ electronic รวมถึงให้ความสำคัญต่อความรู้ความสามารถของครูผู้ดูแล ครู/บรรณารักษ์โรงเรียนในฝันเป็นคนเก่งค่ะ 

      2) ด้านครูประเมินการปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนโดยสนับสนุนการสืบค้น การรักการอ่านหรือไม่เพียงใด ด้านตะกอนมี่ปรากฏที่นักเรียนมีมากที่ต้องประเมินฯลฯ 3)ประเมินการรักการอ่าน      

   2.การเรียนการสอนในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (จำนวนห้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในคู่มือ)

เป็นห้องเรียนที่มีความพร้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้โดยการทดลองการปฏิบัติจริง กิจกรรมในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ประเมิน 3 ด้านคือ

   1)ด้านการบริหารจัดการพิจารณาจากความสามารถของผู้บริหารในการให้การสนับสนุนการเรียนการสอนโดยจัดให้มีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่มีความพร้อมด้านสื่ออุปกรณ์ ทั้งอุปกรณ์ประจำห้องและวัสดุ อุปกรณ์ในการทดลอง รวมทั้ง computer เพื่อการเรียนการสอนผ่านระบบ e-learning การใช้สื่อICT สืบค้นข้อมูล นำเสนอรายงาน นำเสนอผลงาน จำนวนตามความเหมาะสม

   2) ด้านการเรียนการสอน เป็นการประเมินครูผู้สอนเรื่องความตระหนักในความสำคัญต่อการใช้ห้องปฏิบัติการซึ่งมีการจัดการ ดูแลให้ห้องปฏิบัติการมีสถาพพร้อมใช้ สำหรับด้านการจัดการเรียนการสอนเป็นการนำเสนอการเรียนรู้โดยการทดลองการแสดงให้เห็นว่าครูวิทยาศาสตร์โรงเรียนในฝันสามารถจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์โดยการทดลองได้อย่างเหมาะสมครบวงจร(ต้องการคำอธิบายถามมานะคะ) 

  3) ด้านคุณภาพนักเรียนพิจารณาที่ความสามารถในการตอบคำถาม อย่างเป็นเหตุ เป็นผล แสดงความสามารถด้าน การคิด -วิเคราะห์ การเชื่อมโยงข้อมูลได้ การเข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว การแก้ปัญหาได้ ส่วนการปฏิบัติการทดลองก็เป็นอย่างคล่องแคล่ว ใช้ อุปกรณ์ถูกต้องเหมาะสม แก้ปัญหาระหว่างการทดลองได้ และในบาง Lab (บางสาระ) สามารถเชื่อมโยงการทดลองปฏิบัติจริงกับการทดลองจากโปรแกรมการทดลอง ท้ายที่สุดสามารถสรุปและนำเสนอผลการทดลองด้วยระบบ ICT

 4. การเรียนการสอนในห้องปฏิบัติการ Computer

          แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญอีกห้อง ถึงวันนี้ต้องถามว่า ครู Computer ที่ผ่านการประชุมปฏิบัติการ การทำ e-learning จากส่วนกลาง จากศูนย์ฯได้ขยายผลแก่ ครูทุกคนในโรงเรียนหรือยัง (จำเป็นนะคะ) และครูทุกคนทำความคุ้นเคยกับ      e-learning รวมถึงใช้ในเรียนการสอนหรือยัง (จำเป็นจริงๆค่ะ เป็นความแตกต่างกับโรงเรียนเมื่อยังไม่เข้าโครงการ )

         พิจารณาความเหมาะสม ทั้ง 3 ด้านคือ 

 1) การพิจารณาด้านคุณภาพการบริหารจัดการโดยพิจารณาที่ขีดความสามารถในการสนับสนุน ทั้งสื่ออุปกรณ์ ขีดความสามารถในการให้บริการสืบค้น (ความไวของ Internet)สำหรับจำนวน Computer ถ้าโรงเรียนมีข้อจำกัดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้ามีจำนวนน้อยก็ใช้อย่างรู้ค่า มีจำนวนมากก็ใช้อย่างคุ้มค่า นี่ซิคะเป็นเรื่องสำคัญ

  2) การพิจารณาด้านคุณภาพการจัดการเรียนการสอน พิจารณาที่ความสามารถของนักเรียน ผลงานของนักเรียน แบ่งนักเรียนที่จะประเมินเป็น3 กลุ่มกลุ่มที่พื้นฐานหมายถึงนักเรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ผ่านระบบ e-learning ของโรงเรียน ความสามารถในการสืบค้นข้อมูลผ่าน Internet Intranet 

 กลุ่มกลางๆ คือนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถในการนำเสนองาน รายงาน ผลงาน (หลากหลายกลุ่มสาระ) ผ่านโปรแกรม Computer อย่างหลากหลาย 

กลุ่มทีมีความสามารถหรือความถนัดเหนือกว่าปกติ คือนักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถนำเสนองานหรือผลงานที่สูงกว่ากลุ่มกลางๆเป็นต้นว่า สามารถทำหุ่นยนต์ต้นแบบที่สามารถทำประโยชน์ได้ สามารถทำ Animation เป็นเรื่องราวได้ สร้างภาพยนต์การ์ตูนได้ เขียนโปรแกรมเพื่อการใช้งานได้ในห้องสมุด ห้องแนะแนว ระบบดูแลนักเรียน งาน Minicompanyได้เป็นต้น

4. ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์

  

เป็นห้องเรียนที่เน้นการเรียนคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง เป็นห้องที่มีเจตนาจะเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เป็นตัวช่วยครู ดังนั้นการจัดสภาพห้องจึงมีลักษณะผ่อนคลาย มีสื่ออุปกรณ์ช่วยในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้แก่ Computer  e-learning โปรแกรมสำเร็จ ซึ่งส่วนกลางได้มอบโปรแกรม GSP ให้โรงเรียนและได้อบรมครูสอนคณิตศาสตร์แล้วคาดว่าขณะนี้คงได้เผยแพร่สู่ครูที่เกี่ยวข้องและนักเรียนแล้วดังนั้นวันที่เสนอตะกอนการเรียนรู้ จะพิจารณาความเหมาะสม  3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านบริหารจัดการ พิจารณาการสนับสนุนให้มีแหล่งเรียนรู้ทีเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ที่มีสื่ออุปกรณ์ที่เหมาะสม ด้านการจัดการเรียนการสอนพิจารณาที่ด้านครู ประเมินความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากห้องนี้เพื่อการเสริมทักษะคณิตศาสตร์แก้นักเรียนหรือไม่?เพียงใด? รวมถึงมีความรู้ความเข้าใจในการใช้โปรแกรม GSP เพียงใด?ด้านคุณภาพนักเรียนพิจารณาความสามารถทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะการใชโปรแกรม GSP 

5 ห้องปฏิบัติการทางภาษา

เป็นอีกห้องเรียนหนึ่ง ที่มีความสำคัญมากเนื่องจาก การสอนภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องมีตัวช่วยครูโดยเฉพาะการใช้สื่อ เพื่อให้นักเรียนมีโอกาสได้สัมผัสกับเจ้าของภาษา สื่ออุปกรณ์ ที่ชวนเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ อย่างสนุกสนาน ส่งเสริมการรักภาษาอังกฤษ  อาจเป็น Sound Lab Computer TV โปรแกรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง e-learning ภาพยนต์ VCD เกมส์ การ์ตูน ดังนั้นจึงพิจารณาความเหมาะสม ทั้ง3 ด้านได้แก่ ด้านการบริหารจัดการที่ให้ความสำคัญต่อการจัดหา ส่งเสริมด้านสื่ออุปกรณ์ การซ่อมบำรุง ด้านการเรียนการสอนพิจารณาที่ทักษะและความสามารถของครูในการจัดการเรียนการ สอน การใช้ สื่ออุปกรณ์ (เป็นการพิจารณาประสิทธิภาพของสื่อควรสาธิตการสอน ประมาณ 10 นาที)  ด้านนักเรียน เป็นการพิจารณาที่ทักษะและความสามารถการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร (ในทุกจุดในวันนั้น มัคคุเทศ พิธีกร การเรียนในในห้องปฏิบัติการ)และควรนำเสนอกิจกรรมทางภาษาที่สามารถสะท้อนตะกอนในตัวนักเรียน อย่างน้อย 1 กิจกรรม(ถ้าเป็นการแสดง ขอให้ส่งบทละครให้กรรมการด้วยนะคะ) นอกจากจะนำเสนอกิจกรรม การเรียนการสอนในห้องปฏิบติการต่างๆแล้ว มีกิจกรรมอีกการมากมายที่สามารถนำเสนอเพื่อเป็นการสะท้อนคุณภาพนักเรียนได้

 ตามคู่มือเราพิจารณา 6 ด้าน 1 ด้านคุณภาพนักเรียน 2 ด้านคุณภาพครู 3 ด้านคุณภาพแหล่งเรียนรู้ 4 ด้านคุณภาพการสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิต (ได้แก่ กิจกรรมคณะกรรมการนักเรียน สหกรณ์โรงเรียน ธนาคารโรงเรียน minicompany ฯลฯ) 5 คุณภาพด้านการส่งเสริมการดูแลสุขภาพอนามัย (เช่นระบบการดูแลนักเรียน สุขภาพอนามัย กีฬา โรงอาหาร ห้องส้วม ฯลฯ) 6 คุณภาพการบริหารจัดการ

          ขอเชิญชวนให้อ่านคู่มือ ขอเรียนอีกครั้งว่าท่านจะนำเสนออะไรขอให้ประเมินตนเองว่ากำลังสะท้อนตะกอนด้านใดใน 6ด้าน (โชคดีค่ะ โรงเรียนใดได้รับการรับรองจะนำมาบันทึกไว้นะคะ)

                ขอเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับสาระสังคมศึกษา

                ขอชวนคิดว่า ธรรมชาติของวิชาไม่ใช่ท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการรักการอ่าน ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์มาก การเข้าถึงข้อมูล เข้าถึงแหล่งข้อมูล ส่งเสริมให้มีผลงานที่มาจากการการคิด  การวิเคราะห์ การวิพากย์ สะท้อนเป็นผลงานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นงานเขียน  ที่สร้างสรรค์ งานการฝึกความเป็นผู้นำผู้ตามในสังคมและมีกิจกรรมทั้งสร้างความรับผิดชอบ สร้างความตระหนักในในสาระที่เป็นนามธรรม มากมาย(นี่ไม่รวมกับความสามารถการตอบตอบถาม การทำข้อสอบเชิงคิดวิเคราะห์ เชิงความรู้รอบตัวนะคะ)ดังนั้นน่าพบน่าจะเป็นการเรียนรู้โดยโครงงานที่มีให้ความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้มีผลที่เป็นรูปธรรมเช่น โครงงานประเภทสำรวจ สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ทั้งบุคคล สถานที่ สิ่งของหรือและจากเอกสารสิ่งพิมพ์ จาก e-book จากInternet นำข้อมูลมาเชื่อมโยงเป็นคำตอบ เป็นผลงาน ของผู้ที่ทำโครงจะมีอย่างไม่ซ้ำกันผลงานจะสะท้อนความสามารถและทักษะนักเรียนเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มได้ นี้คือตะกอนของนักเรียนโรงเรียนในฝัน สาระสังคมเป็นสาระที่สำคัญมากสร้างเด็กที่มีความสามารถคิดอย่างเชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผล สนใจเหตุการณ์ สนใจชุมชน รักถิ่น รักบ้านเมือง เป็นตะกอนที่จะเห็นการที่บูรณาการได้กับทุกกลุ่ม ภาษาและComputerเป็นเครื่องมือในการสืบค้นและการนำเสนอได้อย่างดีที่สุด Lab ของสาระสังคมกว้างขวางมาก

                 โครงงานเป็นการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้งในที่นี้อธิบายคำว่าลึกซึ้งดังนี้ 1.มีคำถามหรือความต้องการที่จะรู้ 2. มีวิธีการเรียนรู้หลายวิธี       3. มีแหล่งเรียนรู้หลายแหล่ง (ไม่ใช่อ่านหนังสือเล่มเดียวแล้วลอกข้อมูลมาบอกว่าเป็นความรู้) 4.เมื่อได้ข้อมูลจากวิธีการเรียนและแหล่งเรียนรู้ที่วางแผนไว้แล้ว  นำข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมโยงเป็นคำตอบ เป็นผลงาน   5.ผลงานที่ได้คือคำตอบ ผลงานคือความรู้ของผู้ทำโครงงาน 6.โครงงานเป็นกระบวนการเรียนรู้ของผู้ทำโครงงานดังนั้นผู้ทำโครงงานจะสามารถวางแผนที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เรากำลังสร้างคนทีมีนิสัยชอบอ่าน ชอบค้นคว้า ชอบคิด ชอบที่จะเชื่อมโยง สร้างคนที่การเรียนรู้อย่างเข้าใจ สร้างคนให้มีความตระหนักในเรื่องนั้นๆตะกอนที่จะตามมาคือการเรียนรูอย่างเข้าใจและทำความเข้าใจกับคนอื่นได้ฯนี่ไม่หรือที่การเรียนสังคมต้อง 7.ดังนั้นการนำเสนอโครงงานในวันประเมินจึงควรนำเสนอวิธีเรียนหลายวิธี เอกสารหรือแหล่งเรียนรู้ที่หลายแหล่ง  แสดงวิธีการเชื่อมโยงเป็นคำตอบ เป็นผลงาน ดังนั้นผลงานจากโครงงานจึงมีความหลากหลายแม้นักเรียนจะทำโครงงานเดียวกัน      

     ตัวอย่าง จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์จังหวัด ท้องถิ่น โดยโครงงาน ควรวางแผนและบอกได้ว่าแต่ละคนอยากรู้อะไรบ้าง ไปสำรวจหนังสือweb site แหล่งข้อมูลมาก่อน (มีการทำแบบบันทึก บันทึกด้วยนะคะอย่าลืม) นำข้อมูลมาพูดคุย มาวิเคราะห์มาอภิปราย เพื่อกำหนดจุดหรือเรื่อง ที่สนใจ อาจเป็นเรื่องที่ครูเห็นว่าสำคัญและควรสนใจ ทั้งบางเรื่องน่าสนใจ (กระบวนการนี้เป็นการสะสมตะกอน ขอร้องว่าครูกรุณาอย่าปล่อยให้ไปอ่านให้ไปศึกษา โดยไม่ถามหาผลงานเป็นระะยะ) หลังจากนั้นนักเรียนจึงมีเรื่องที่ศึกษาอย่างลึกซึ้งมากมาย (ตามความหมายที่กล่าวถึงข้างต้น) ครูจะคอยถามถึงความก้าวหน้า ถามถึงการสืบหาข้อมูลเป็นระยะ กระตุ้นให้เชื่อมโยงเป็นคำตอบ และสร้างเป็นผลงาน เช่น บางคนอาจมีผลงานเป็นบทความ เป็นเรื่องสั้น ทำเป็นบทละคร  แต่งเป็นบทกลอน ออกแบบผลิตภัณฑ์ (คิดต่ออีกเยอะมาก) รวบรวมความข้อคิดต่างๆทำเป็นข้อเตือนใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน ตั้งชมรมคนรักถิ่น(มีผลงานที่สืบเนื่องจากการมีชมรมคนรักถิ่นมากมาย เช่นทำหนังสือพิมพ์ ประกวดครอบครัวรักถิ่น รักไทยฯ ครอบครัวปรัชญาพอเพียง ฯ)

                 การนำเสนองานโรงเรียนในฝันสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนความสามารถด้าน TCT จึงสามารถนำเสนอการเรียนรู้ วิธีเรียน แหล่งข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Powerpoint มีภาพเยอะๆ เป็นการ์ตูน(Annimation)เป็นต้น

                ดิฉันจึงเสนอว่าการนำเสนอต่อไปนี้ควร เป็นผลการเรียนรู้สาระสังคมแบบโดยโครงงาน มีมาก เช่นการละเล่นพื้นเมือง เพลงพื้นเมือง ควรเรียนรู้โดยโครงงานมาก่อนจึงแสดง

แหล่งภูมิปัญญา(ขอให้เห็นเรียนรู้ในเชิงวิเคราะห์เช่นควรวางแผนก่อนว่าจะสะท้อนอะไร มีเหตุผลอย่างไร ?เพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่ดี แสดงการเก็บรักษาทำอย่างไร? ถ้ามีแล้วพบแล้วจะทำตามทำได้ไหม?ถ้าจะถ่ายทอดต่อทำอย่างไร? นำมาต่อยอดกับเราอย่างไร?ไม่น่านำเสนอเพียงแค่ทำตามอย่างเท่านั้น ) ฯลฯ ขอให้เสนอการเรียนรู้แบบโครงงานก่อนจึงแสดง หรือเล่น ผู้แสดง ผู้เล่นควรเล่าได้ บอกได้มีความรู้เรื่องนั้นๆเพียงใดอย่างใด? เพราะจะเป็นการเรียนรู้ตามConcept นักเรียนโรงเรียนในฝัน 

      การนำเสนอการเรียนรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็เช่นกันควรเข้าให้ถึงว่า เมื่อพาทำ ทำตามแบบแล้ว และรู้แล้วจะนำไปใช้ในครอบครัว ใช้กับตัวเองอย่างไร ? เช่นลดค่าใช้จ่าย การฝึกนิสัยประหยัด วางแผนการใช้จ่ายจากเงินเท่าที่มีอย่างไร? มีอะไรเพิ่มเติมจากการทำตามแบบ..ได้บ้าง การทำการเกษตรก็ OK นะคะทำได้และต่อไปอย่างไร? ควรมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต่อยอดจากทำตามเช่นตัวอย่างที่กล่าวข้างต้น สาระสังคมทำได้ค่ะ (ยินดีแลกเปลี่ยนค่ะ) 

           รอคำถามจากโรงเรียนที่ขอรับการประเมินค่ะยินดีตอบ

โปรดตามไปอ่าน "มากำจัดจุดอ่อนกันเถอะ"และ"กำจัดจุดอ่อนตอนรักการอ่าน"