สวัสดีครับ ห่างหายไปนานกับการเขียน Blog ด้วยเหตุผลหลักคือขี้เกียจ แต่ยังคงแวะเวียนเข้ามาอ่านบันทึกของหลายๆท่านเท่าที่โอกาสจะอำนวย ผมขอนำเอาประสบการณ์จากการเดินทางพักผ่อนช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมามาแลกเปลี่ยนแล้วกันนะครับ เพราะการเดินทางนี้ผมได้เก็บรูปประทับใจไว้หลายรูป เป็นการเดินทางคนเดียว แบกเป้ไปค่ำไหนนอนนั่น อาจจะไม่ค่อยเจียมสังขารสักหน่อยเพราะคิดว่าหัวใจยังวัยรุ่น แม้ว่าจะรุ่นตอนปลายๆก็ตาม จุดเริ่มต้นของการเดินทางเกิดจากอาการเหนื่อยและท้อจากความไม่เป็นธรรมในหลายๆเรื่องของชีวิตราชการ และเหตุผลส่วนตัวอีกหลายเรื่องที่ทำให้หัวหงอกตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปี เลยขอลาพักผ่อนสัก 4 วันคือวันที่ 1 - 4 ธันวาคม แต่ว่าเหมาเอาหัวท้ายด้วยเลยมีเวลาท่องเที่ยวนานทั้งหมด 9 วัน ตอนแรกยังไม่รู้หรอกว่าจะไปไหนดี แต่เห็นในเว็ปไซด์พันทิปดอทคอม มีเรื่องเล่าจากเมืองปายมากมาย ไลยตัดสินใจว่าไปเที่ยวปายดีกว่า ด้วยเวลาตัดสินใจก่อนเดินทางเพียง 2 วัน ทริปเดินทางนี้จึงเกิดขึ้น การเดินทางเริ่มต้นเช้าวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2551 เดินทางโดยรถฟรีครับ เพราะว่าหัวหน้ามีประชุมวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน เลยขอติดรถเจ้านายไปด้วย ประหยัดไปอีก 266 บาท แต่อาจจะไปถึง กทม ช้าสักนิดเพราะว่าออกจากตราดตั้งแต่ 9 โมงเช้ากว่าหัวหน้าจะทำธุระเสร็จก็ถึงหน้ากรมส่งเสริมการเกษตรตอน 4 โมงครึ่งแล้ว ฝากกระเป๋าไว้ที่พี่ยามที่หน้ากรม ซึ่งเห็นว่าเย็นแล้วโปรแกรมที่จะไปดูพระเมรุ ที่ท้องสนามหลวงจึงต้องยกเลิกไปเพราะว่าเรามีเป้าหมายหลักอยู่ที่ give concert ของค่ายอาสาพัฒนา ม.เกษตรที่จัดที่สนามฮอกกี้ ธีระ สูตบุตร เดินโต๋เต๋ๆอยุ่หน้างานเพราะว่าทั้งงานเจอแต่เด็กๆ ไม่ค่อยเจอคนหน้าแก่ๆอย่าเราเลย แต่ด้วยความอยากฟังก็เลยเข้าไปร่วมสนุกแต่อยู่แถวท้ายๆทั้งๆที่ตอนเข้าไปข้างหน้ายังว่างอยู่มาก ดูบรรยากาศกันเลยแล้วกัน ภาพอาจจะเบลอไปสักนิดเพราะว่ายืนอยู่ไกลมากแถมกล้องที่ใช้ก็ไม่มีออฟชั่นอะไรเลย ยืมเขามาอีกต่างหาก ศิลปินเปิดงานก็คือคุณลุลา(กันยารัตน์ ติยะพรไชย) เจ้าของเพลงตุ๊กตาหน้ารถ แนวเพลงบอสซาโนวา ที่ฟังแล้วบอกได้คำเดียวว่าเสียงใสมาก วงต่อมาคือวง Friday ตามมาด้วยวง Scrubb และวง Apartment khunpa และปิดท้ายด้วยวงที่ผมรอคอยคือ Groove Riders เล่นสดได้สุดยอดมาก 1 ชั่วโมงเต็มๆกว่าจะจบก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มเกือบครึ่ง ผมตองเดินมาเอากระเป๋าที่หน้ากรมส่งเสริมการเกษตรระยะทางไม่น่าจะต่ำกว่า 2 กิโลเมตร ขึ้นแท๊กซี่อย่างด่วนที่สุดไปที่สถานีขนส่งหมอชิตเพื่อเดินทางต่อไปเชียงใหม่ ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่ารถจะหมดกี่โมง แต่คิดไว้ว่าหากไม่มีรถคืนนั้นก็คงจะนอนที่หมอชิตนั่นแหละ แต่สุดท้ายรถไปก่อน 5 ทุ่มครึ่ง รถเชียงใหม่เที่ยวสุดท้ายของบริษัทขนส่งกำลังจะออก โดดขึ้นรถเลยครับแล้วไปซื้อตั๋วเอาทีหลังตามคำแนะนำของพี่คนขายตั๋ว สรุปว่าผมรอดจากการที่จะต้องนอนที่หมอชิตครับ ได้นอนบนรถแทน กินยาแก้แพ้เข้าไปก็หลับเป็นตายครับ ไปตื่นเอาอีกทีน่าจะแถวอยุธยาที่เขาปลุกขึ้นมากินก๋วยเตี๋ยว กลับขึ้นมาบนรถก็นอนยาวจนมาสว่างเอาแถวเอาลำปาง และถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่หรืออาเขตเอาตอน 8 โมงครึ่ง ลงมาล้างหน้าล้างตา หากาแฟและอาหารเช้ากิน ก็ซื้อตั๋วเดินทางต่อครับ เป้าหมายที่ตั้งไว้คืออำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ไปเดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่อินเทรนต์ พาหนะที่เดินทางคือรถตู้ครับ เพราะคิดว่าไม่อยากเสียเวลาในการเดินทางมากเกินไป คนขับรถตู้สายปายใจดีมากครับ เตรียมถุงไว้ให้ผู้โดยสารทุกคนเลย แต่เสียดายว่าผมไม่จำเป็นต้องใช้เพราะเกิดมายังไม่เคยเมารถเลย ส่วนใหญ่จะหลับเสียมากกว่า เอารูปนี้มาฝากเพราะว่าสวยดี อยากนั่งเหมือนกัน แต่ไม่อยากเสียเวลามาก ภาพที่เห็นนี้คือรถโดยสารเชียงใหม่แม่ฮ่องสอน คลาสสิกมากสำหรับผม สถานที่ที่ถ่ายอยู่ระหว่างทางไปอำเภอปาย น่าจะยังอยู่เขตอำเภอเชียงใหม่ เป็นจุดพักรถก่อนที่จะขึ้นเขาสูงๆ วันที่ผมไปเขากำลังเปิดอาคารใหม่พอดี ภาพนี้ยังไม่ได้ตัดริบบิ้นเลย จัดสถานที่สวยงามมาก ประธานที่ตัดริปบิ้นเปิดงานรู้สึกว่าจะเป็นนายก อบต. เราเลยอยู่ร่วมในฐานะแขกไม่ได้รับเชิญและเป็นสักขีพยานซะเลย หลังจากพี่คนขับรถพักให้ทานข้าวประมาร 15 นาทีก็เดินทางต่อครับ ตั้งแต่ช่วงนี้ไปไม่เป็นอันต้องนอนกันครับ เพราะว่าผมรู้สึกตัวเองเป็นลูกเต๋าไฮโลยังไงก้ไม่รู้ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่เบาะหลังสุด แต่ก้ดีครับไม่ได้ไปสวนสนุกซะนาน บรรยากาศและความรู้สึกใกล้เคียงกันครับ ผมมาถึงปายตอนเกือบเที่ยง สิ่งแรกที่ทำเมื่อถึงปายคือหารถเช่าครับ ร้านเช่ารถที่ผมเช่าอยู่ใกล้ๆกับสถานีขนส่งปายครับ ชื่อร้านศรียนต์ ลุงเจ้าของร้านก็ใจดีครับ รถสภาพใช้ได้ทีเดียว แถวไม่แพงด้วย วันละ 130 บาม มัดจำ 1,000 บาท หลังจากนั้นก็ตะเวนหาที่พักครับ ด้วยความที่ไม่เคยมาอำเภอปายคิดว่ามันคงมีต้นไม้ให้ผูกเปลนอนเหมือนตอนไปเที่ยวตามอุทยานต่างๆ แต่ไม่เป็นอย่างที่คิดครับ มีแต่ลานกลางเต้นท์เสียเป็นส่วนใหญ่ ผมขี่มอเตอร์ไซด์หาทั้งในตัวเมืองและออกไปนอกเมือง สุดท้ายก็มาได้ที่พักใกล้ๆกับร้านที่เช่ารถแหละครับ ใกล้ถนนคนเดินด้วย สภาพที่พักของผมครับ น่าอยู่ทีเดียว ค่าที่พักก็ไม่แพงมากครับ คืนละ 500 บาท มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย เดี๋ยวตอนต่อไปผมจะมาเล่าให้ฟังครับว่าปายมีอะไรดีถึงคนเขาชอบไปกันจัง
แวะมาภาคตะวันออกก็มีที่เที่ยวดูสาวเขมรที่อรัญประเทศ
สวัสดีครับ
คิดถึงอยู่ว่าหายไปไหนนานแสนาน อิๆ
สบายดีนะครับ
ตาม อ.ธ. วั ช ชั ย มาครับ
คิดถึงครับ ไม่เห็นเสียนานเหมือนกัน ตามมาคิดถึงเมืองปายด้วย อิอิ
สวัสดีปีใหม่ครับ
*-* สวัสดีค่ะ.....มาอวยพรในวันปีใหม่ ๒๕๕๒