ต่อจาก บันทึกการเดินทาง 4-10 ธ.ค.51 ภาคเหนือ ตอนที่ 6

ตอนที่ 7 ตอนจบ
พ.10 ธ.ค.51 6โมงเช้า ตื่นมาเปิดม่าน ชมพระอาทิตย์ ที่ส่องสว่าง ผ่านสนามบินเชียงใหม่ อากาศดีมาก

ทำธุระส่วนตัว ลงรับประทานอาหารเช้าในโรงแรม ไม่นานนัก พี่อ้อ ปทุมพร รีบบึ่งนำพา ส้มมาเป็นของฝากแล้วก็รีบไปทำงาน ต้องขอขอบคุณ พี่อ้อ ที่แสนสวยและแสนร่ำรวยน้ำใจ ครับพี่  รับของฝากเรียบร้อย ต้องออกเดินทางกลับ แต่ก็ต้องไปตระเวนหาปั๊มน้ำมัน ซึ่งเติมล่าสุดจากแม่จัน ระยะที่ผ่านไป กว่า 500 กิโลแล้ว

เดินทางเข้าเขตลำปาง แวะซื้อของฝากที่กาดทุ่งเกวียน ตอนแรก ก็ตั้งใจแวะไม่นาน แค่เข้าห้องน้ำ แต่คุณผู้จัดการส่วนตัว เดินตื่นตาตื่นใจ กับข้าวของที่จะควักสตางค์ซื้อหา ใช้เวลาที่กาดก็โขเลย

ออกเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุลำปางหลวง ในอ.เกาะคา เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง

ออกจากวัด ก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำใกล้วัด อร่อยเลยเชื่อชามใหญ่เครื่องเพียบ 2 คน3 ชาม อิ่มอืดเลย ออกเดินทางต่อในเวลา 12.30 ในใจยังคิดเลยว่า เวลานี้ยังอยู่เขตลำปาง จะถึงบ้านกี่ยามหนอ
เดินทางแบบสบายๆไม่เร่งรีบ จวบจน 14.30 แวะชมต้นไม้กลายเป็นหิน ที่วนอุทยานไม้กลายเป็นหิน ซึ่งอยู่ก่อนเข้าเมืองตาก

แวะพักได้เกือบครึ่งชั่วโมงเดินทางต่อ ระยะช่วงตากถึงกำแพงเพชร ถนน2เลน ล่องเข้ากรุง เลนซ้าย รถหนักคงทำไว้แย่ แตกหักปะผุ ตลอดเส้นทาง ทำความเร็วได้ไม่เกิน60 กม./ชม. เลนขวาก็มีแต่รถที่วิ่งกันเร็วมากกว่า 100กม./ชม.แต่ผมขับ เฉลี่ย 80-100กม./ชม. เลยหาเลนวิ่งไม่ค่อยจะได้
จนถึงกำแพงเพชร ทางยิ่งแย่มาขึ้น เลยเปลี่ยนเส้นทาง ไปพิจิตร ซึ่งก็รู้ว่าระยะทางจะเพิ่มขึ้น เกือบ100กิโล แต่สภาพถนนดีมาก รถน้อย ทำความเร็วตลอดระยะทาง80-100กม./ชม.ถึงพิจิตร ไปตะพานหิน ถนนก็ยังดีเหมือนเดิม เลี้ยวไป อ.ทับคล้อ ถึงบ้านเข้าทราย เริ่มมืด แถมถนน ก็มีการปะผุเป็นบางช่วง ถึงแยกหนองบัว แวะทานข้าวเย็น

แล้วเดินทางเพื่อไปตากฟ้า แต่สถาพถนนก็แย่อีก เลยกลับเส้นทางที่มาดีกว่า เปลี่ยนไปทาง อ.บึงสามพัน เข้าสระบุรี ถึงนครนายก ร่วม 23.30 จากเชียงใหม่ ถึง นครนายก จาก 700 กม. เลยกลายเป็น 800 กม. ก็ขับรถได้สบายใจขึ้น

พอลงรถเข้าบ้าน ลมเย็นนครนายกรีบพัดมาต้อนรับเข้าบ้าน ความง่วงเข้ามาทันที แต่ต้องขนของทุกอย่างที่นำพาไปเที่ยว ลงรถ พร้อมจัดเก็บ ก็ใช้เวลาเลยเที่ยงคืน
คืนนี้จำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหน

เป็นครั้งแรก ที่เดินทางเองได้นานขนาดนี้ 7 วัน 6 คืน กับการเดินทาง 2,560 กม. บนระดับความสูง 10 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ไปยัง 1300 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ได้ประสบการณ์ชีวิตที่น่าจดจำยิ่งนัก

เป็นการพักผ่อนที่ได้สาระความรู้ เกร็ดชีวิตในแง่มุมต่างๆ ที่มีความสุขความประทับใจยิ่งนัก ต้องขอขอบคุณที่ได้พบพาให้ได้รู้จัก และช่วยเหลือตลอดเส้นทางที่เดินทาง ขอกราบยังซอกหัวใจของทุกคนครับ