ทำให้มะดีนะฮฺกลายเป็นศูนย์กลางด้านศาสนาในยุคของราชวงค์อุมัยยะฮฺนี้

ประวัติศาสตร์บางส่วนของอิสลาม

เมื่อชาวอาหรับได้นับถือศาสนาอิสลามในศตวรรษที่ 7  ช่วงต้นนั้น  ผู้ศรัทธาต่างมีแนวคิดเหมือนกันในความหมายข้อความที่ปรากฏในกุรอานเป็นพระคัมภีร์ของศาสนา โดยมีความรักสามัคคีด้วยการยอมรับว่า  พระเป็นเจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดทรงปกครองทั่วทั้งจักรวาล  บรรดาสรรพสิ่งต่างต้องพึ่งพาพระองค์ 

 ต่อมาในสมัยศาสดามุฮัมมัด ( Muhammad ) ได้สิ้นชีพไปประมาณ 100 ปี  ศาสนาอิสลามได้แพร่ขยายไปในดินแดนอียิปต์  อิหร่าน  เมโสโปเตเมีย ( Mesopotemia ) หรืออีรักในปัจจุบัน  แอฟริกาเหนือ  สเปน  ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ล้วนอยู่ในการปกครองของอาณาจักรอิสลาม  มีมหานครมักกะฮฺ  มะดีนะฮฺ ( Madinah )  ดามัสกัส ( Damascus )  และบัขดาด ( Baghdad ) ได้เป็นเมืองทางวิชาการและวัฒนธรรมของอิสลาม

  ต่อมาในกลุ่มมุสลิมเองก็เริ่มแตกออกเป็นนิกายต่าง ๆ คือ  นิกายซุนนี่  และนิกายชีอะฮฺ  ในยุคท่านอะลี ( Ali ) ในฐานะเป็นบุตรเขยของท่านศาสดา  และบุตรชายของท่าน 2 คนคือ ฮะซัน  ( Hasan ) และฮุเซน  ( Husayn ) ได้พ่ายแพ้แก่ท่านมุอาวิยะฮฺ ( Muawiyyah ) ผู้ปกครองแห่งซีเรีย  ในฝ่ายชีอะฮฺเองนั้นมีอำนาจที่ไม่นิ่งและได้ไปตั้งฐานที่เปอร์เซียนิกายซีอะฮฺนี้สืบเชื้อสายมาจากมาจากองค์ศาสดาเพราะเป็นบุตรเขย  สำหรับเคาะลีฟะฮฺ ( กาหลิป ) ที่กระทำตามหน้าที่ต่อมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด  คือเคาะลีฟะฮฺอะบูบักรฺ ( Abubakr )แห่งนิกายซุนนี่ ( Sunni ) และนครมะดีนะฮฺ ก็กลายเป็นศูนย์กลางของการปกครองของอาณาจักรอิสลาม 

 สำหรับท่านมุอาวิยะฮฺเมื่อได้ชัยแล้วก็ได้ตั้งนครดามัสกัส ขึ้นเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอิสลาม  แล้วตั้งตนเป็นผู้ปกครอง ( พ.ศ.1204-1293 ) ทำให้มะดีนะฮฺกลายเป็นศูนย์กลางด้านศาสนาในยุคของราชวงค์อุมัยยะฮฺนี้