ผมไปร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑  ระหว่างวันที่ ๑๑ ๑๓ ธ.ค. ๕๑ แล้ว AAR ว่า    นี่คือแบบฝึกหัดของการเมืองภาคประชาชน

 

เพราะผมได้เห็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ตามสัดส่วนของจำนวนคน มาร่วมกันพิจารณาประเด็นเชิงนโยบาย ของระบบสุขภาพของประเทศ   รวม ๑๔ ประเด็น ที่มีทีมงานทำการบ้านมาก่อนแล้ว เป็นเวลานาน   มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และรับฟังกันอย่างสุภาพ    แม้ความเห็นบางส่วนจะขัดแย้งหรือตรงกันข้าม ก็ไม่มีการทะเลาะกัน

 

เราอยากเห็นการเมืองไทยเป็นอย่างนี้

คือมีการเมืองภาคประชาชนเป็นภาคของการเมืองที่ครองบทบาทสูงที่สุดในสังคม    แต่ไม่ใช่แสดงบทบาทของการแสวงผลประโยชน์ส่วนตัวหรือส่วนกลุ่ม   เราอยากเห็นการเมืองภาคประชาชนแสดงบทบาทของการมีฝันใหญ่ร่วมกัน อย่างที่แสดงใน สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๑   และแสดงความเห็นต่อแนวทางบรรลุฝันนั้น  

ผมอยากเห็นการเมืองไทย เปลี่ยนจากสภาพการเมืองแห่งความขัดแย้ง   ไปสู่การเมืองแห่งฝันร่วม และแนวทางร่วม    เพื่อมอบหมายให้ผู้ได้รับมอบอำนาจบริหารบ้านเมืองรับไปทำ    แล้วการเมืองภาคประชาชนก็คอยตรวจสอบ  

ประชาชน/พลเมือง ต้องเปลี่ยนจาก ผู้ถูกปกครอง   ไปสู่ผู้ร่วมกันกำหนดฝันของบ้านเมือง    และร่วมกันทำให้ฝันเป็นจริง    โดยมีฝ่ายบริหารประเทศเป็นผู้รับไปดำเนินการ

 

วิจารณ์ พานิช

๑๒ ธ.ค. ๕๑