เก็บตกสาระที่กินใจจาก นิตยสารธรรมะใกล้ตัว ฉบับหลังสุด นำมาฝากเช่นเคย...
...ความสุข... มีแต่คนอยากได้ แต่มันก็มักจะสั้นเกินไปเสมอความทุกข์... ไม่มีใครอยากได้ และแม้จะเกิดขึ้นสั้นเพียงใด ก็มักจะดูยาวนานเกินไปเสมอ
แม้ความทุกข์จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากได้ และไม่เคยมีใครหลีกหนีมันพ้น
แต่ไม่ว่าจะเป็นความสุข หรือความทุกข์ เมื่อยืนทบทวนอยู่ตรงจุดอันเป็นปัจจุบันวันนี้
ก็พบว่าทั้งสุขและทุกข์นั้น ต่างก็เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ มันต่างก็ผ่านเข้ามาชั่วคราว อยู่ตรงนั้นชั่วคราว แล้วมันก็จะผ่านไป ผ่านมา ผ่านไป... ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป...
ทุกอย่างล้วนเป็นเหมือนภาพความฝัน ที่เคยเห็นจริงเห็นจังราวกับมีตัวมีตนให้หยิบจับสัมผัส และยึดถือเอาไว้ได้นั้น ครั้นก้มหน้าแบมือลงดูวันนี้ ก็กลับมีแต่ความว่างเปล่า คว้าอะไรเป็น
แก่นสารสาระไว้ไม่ได้จริงสักอย่างเดียว
แต่แม้รู้อย่างนี้แล้ว เราต่างก็ยังมืดบอด ยังคงวิ่งไล่คว้าหาความสุข ดิ้นรนหนีความทุกข์
อยู่กับภาพลวงตาแบบนี้กันอยู่ตลอดชีวิต
ยิ่งดิ้นรนหาความสุข ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งดิ้นรนหาความสุข ยิ่งได้ความทุกข์
แต่ถ้ารู้ทุกข์ไปด้วยใจเป็นกลาง จนหมดความดิ้นรน ความสุขจะเกิดขึ้นเอง
นับเป็นเรื่องแปลกแต่จริงของธรรมชาติ…
…ผมนึกถึงคำพูดของมหาดเล็กในละครเกาหลีช่อง 3 คนหนึ่ง(ละครเพิ่งจบไปเมื่อวันนี้เอง) พอเวลาเขาดื่มสุรา และเห็นคนติดยึดกับสิ่งต่างๆ เขาจะรู้สึกขำ และพูดประโยคซ้ำๆกันว่า
“ชีวิตคนเรานี่หนอ ช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร...”
อ่านแล้วได้ข้อคิดมากเลยค่ะ
ในเมื่อความทุกข์เข้ามาแล้วผ่านไป
เมื่อมันเข้ามาเราก็สามารถปล่อยให้มันผ่านไป
สามารถก้าวข้ามมันไปได้ และลืมมันไป
แต่ความสุขถึงแม้จะผ่านเข้ามาและผ่านไปเช่นกัน
แต่เรายังสามารถกักเก็บรสชาติความสุขและความทรงจำดีๆเอาไว้ได้ค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ชีวิตคนเราก็เท่านี้จริงๆ กว้างศอก ยาววา สูงศอก น่าจะพอ สุขก็เทียม ทุกข์ก็เทียม ตลกที่เรายังวิ่งสัมผัสมันนะคะ ทั้งๆที่รู้ว่าของปลอม ทั้งๆที่รู้ว่า เกิดแล้วก็ดับ ช้าเร็ว ต่างสภาวะกัน ขอบคุณค่ะ สาธุ อนุโทนา ความคิดเห็นของอาจารย์ สว่างแล้ว ขอบคุณที่มาเตือนสติ
ทั้งหมดอยู่ที่การติดยึดและปรุงแต่ง ก็ได้แต่สุขเทียมๆ ทุกข์เทียมๆ ทำยังไงเราจะก้าวข้ามมันไปได้