วันนี้ (14 ธ.ค.51) จำต้องขี่รถเครื่องเด็กแว้นมาจากบ้าน เป็นรถที่น้องมาฝากไว้ แล้วตอนเช้ารีบไปทำ OT จึงต้องแลกกัน แล้วเดี๋ยวเข้าไปในเมืองค่อยไปเปลี่ยนรถคืน
รถ TIGER SMART 125 สีเขียว โหลดต่ำ ๆ เข้าโค้งไม่ได้ ครูดกับพื้นทันที น้ำมันก็ใกล้หมด แวะไปเติมเชลล์หน้าปากทาง ก็ไม่มี เบนซิน 91 ... จำต้องขี่เข้าเมืองไปอีก 15 กิโล โดยกะว่า น้ำมันน่าพอถึงปั้มในมอชอ ... เบาะแข็ง เจ็บก้น เครื่องแรง แต่ฟังเสียงก็รู้ว่า ต้องซ่อมอีกเยอะ หน้าปัดบอกความเร็วก็เพี้ยน ๆ ขี่ 60 กม./ชม. หน้าปัดขึ้นถึง 100 กม./ชม. บ้าไปแล้ว :)
เกือบจะถึงสี่แยกกาดต้นพยอมอยู่แล้วเชียว แต่รถเริ่มกระตุก ๆ ถี่ ๆ แรงรถตกลง ในที่สุด ก็ดับ ... น้ำมันหมดเฟ้ย เกลี้ยงถัง จ๊าก ... อีก 1 กิโลเอง หมดเสียก่อนทำไมกันเนี่ย ... ไอ้รถทรยศ มดทรยิด มิตรทรยศ
ทำใจ ... กระดื้บ ๆ รถด้วยขาสองข้าง แถมการแต่งตัวเหมือนพวกมาเที่ยวเชียงใหม่เป็นครั้งแรกด้วยรถเครื่อง ตะพายกระเป๋าหนังเก่า ๆ 1 ใบ ตะพายกระเป๋ากล้อง 1 ใบ ด้านหลัง ตะพายเพ้รายงานเด็ก บนหัวใส่ไอ้โม่ง แล้วครอบด้วยหมวกกันน็อค ที่มือ ใส่ถุงมือ NORTH FACE ใส่เสื้อคลุมกันหิมะสีฟ้าเก่า ๆ หม่น ๆ
ใครมาเจอผมตอนนี้ ไม่ทราบหรอกว่า ผมเป็นใคร อิ อิ
เข็นรถข้ามสี่แยก ตั้งใจจะเข็นถึงปั้มกันเลย อีกไม่ถึงกิโลแล้ว แต่ขอบอก เหนื่อยแทบขาดใจ
ผ่านมาได้สักหน่อย มีผู้ชายคนหนึ่ง ขี่รถเครื่องมาเทียบ เสื้อยืดสีเลือดหมู กางเกงยีนส์ ตัดผมสกินเฮดส์ หรือ เหมือนทิดเพิ่งสึกใหม่สักเดือนหนึ่ง หน้ารถมีเครื่อง "แกลลอน" น้ำมันเบนซินสีแดง ๆ คิดว่า เป็น เบนซิน 91 ที่ต้องการนี่เลย
น้องถามว่า "รถเป็นอะไรครับ น้ำมันหมดหรือเปล่า"
ผมก็ตอบไปว่า "น้ำมันหมดครับ เป็นรถคนอื่น ผมเติมไปทัน หมดเสียก่อน"
น้องบอกว่า "งั้นผมช่วยเติมให้ครับ"
ว่าแล้ว ผมก็เปิดเบาะนั่ง น้องนำแกลลอนมาเติมให้พอวิ่งไปถึงปั้ม
ผมขอบคุณน้องเขาด้วยความจริงใจ น้องตอบว่า "เล็กน้อยครับ ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ช่วยกันได้ ก็ช่วยกันครับ"
ว่าแล้ว ผมก็ขี่รถมาให้ถึงปั้มในมอชอ น้องเขาขี่ตาม เมื่อรู้ว่า ผมถึงปั้มโดยปลอดภัยแล้ว จึงเข้าไปในมอชอเลย
ยอมรับด้วยใจจริงว่า รู้สึกแปลกใจครับ ที่อยู่ดี ๆ มีใครที่ไม่รู้จักมาช่วยเหลือยามเดือดร้อน แล้วดันมีน้ำมันที่ต้องการพอดีเลย โชคชะตาอะไรจะพอดีขนาดนั้น ไม่น่าเชื่อ
และระแวงว่า น้องจะมาดี หรือ มาไม่ดี กันแน่เหมือนกันครับ
อยากเขียนบันทึกขอบคุณด้วยใจจริงครับ ...
การเรียนรู้ที่จะเป็น "ผู้ให้" ไม่ยากเลยนะครับ แค่ให้ "หัวใจ" นำไปก่อน
ทุกอย่างจะตามมาเอง ... เราทุกคนก็ใช้ชีวิตกันอยู่อย่างเอื้ออาทรต่อกัน
ไม่มีสี ไม่มีสัน มาแบ่งกันเพราะความคิดต่างอย่างไร้สาระอย่างที่เป็นอยู่
น้องครับ "ขอบคุณมาก ๆ"
เป็นการให้ที่เรารู้สึกประทับใจมากๆเลยนะคะ
ถือว่าคนสองคนได้เคยมีวาสนาต่อกันจึงได้มาเจอะเจอร่วมช่วยเหลือกัน
ในสังคมไทยยุคนี้ยังมีจิตกุศลของผู้คนอยู่อีกมากมายนะคะ
เมืองไทยเมืองพุทธ..สยามเมืองยิ้ม..ยังมีให้ร่ำลืออยู่นะคะ
ขอบคุณ ท่าน ศน.add มาก ครับ :)
ใช่ครับ ผมก็เชื่อว่า อย่างไร "คนไทย" ก็คือ "คนไทย" ที่ยังคงมีน้ำใจอยู่ไม่เสื่อมคลาย
การแบ่งสี เหมือนกับการสร้างอัตตาให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไหร่อัตตาหายไป สิ่งดี ๆ คงตามมาครับ
การแบ่งสี เหมือนกับการสร้างอัตตาให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไหร่อัตตาหายไป สิ่งดี ๆ คงตามมาครับ
เห็นพูดถึงการแบ่งสี..ศน.แอ้ดก็เลยอยากจะบอกว่า..แดงๆเหลืองๆเขารวมตัวกันแล้วนะจ้ะ..สวยสดงดงามทีเดียว ไม่เชื่อตามไปดูสิคะ
http://gotoknow.org/blog/arunrat-add/229163
สวัสดีครับ คุณครูส้ม นัฐพร จันทร์ส่งสิงห์ :)
แอบตามมาเลยหรือครับ 555
ขอบคุณมาก ๆ ครับ :)
ท่าน ศน.add ... รวมกันจริง ๆ ด้วยนะครับ
แหม คนละมิติคร้าบ 555
น่าอัศจรรย์ ใจยิ่ง นะคะ
อ่านแล้ว มี ความสุขดี ขอบคุณค่ะ
ยิ่งให้ ยิ่งได้
เชื่อว่าน้องเขา ได้ คำขอบคุณ และเขาพอใจ มีความสุขไปแล้ว
แต่ อาจารย์ เอาเรื่องดีๆ มาเล่าให้ คนอื่นๆ ต่อ
คนอ่านเลยพลอยได้ ความรู้สึกดีๆ นี้ ด้วย
การให้ เริ่มต้นที่ "หัวใจ"
จริงๆครับ
ขอบคุณ คุณหมอ พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล มาก ๆ ครับ :)
สำหรับกำลังใจที่คุณหมอได้ให้มา ... คุณหมอ คือ "ผู้ให้" แล้วล่ะครับ :)
ขอบคุณครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร แห่ง จิตอาสา G2K :)
การให้เริ่มต้นที่หัวใจและความมีน้ำใจจริงๆค่ะ เมื่อรู้จักให้ก็จะได้รับ หากรู้จักแต่รับไม่รู้จักการให้ ก็คงเรียกว่า เห็นแก่ตัว พบมากในปัจจุบันนะค่ะ
วันนี้ปูก็รถน้ำมันหมดเหมือนอาจารย์เลยค่ะ โชดดีหมดเมื่อถึงที่ทำงานพอดีไม่อย่างนั้นไม่ร้จะเจอน้องผู้ใจดีเหมือนอาจารย์หรือเปล่า
เหมือนกันเลยหรือครับ คุณปู อังคณา แหม ... โชคดีที่หมดที่ทำงานพอดี มิฉะนั้น อาจขาลากได้นะครับ :)
เราทุกคนก็ใช้ชีวิตกันอยู่อย่างเอื้ออาทรต่อกันไม่มีสี ไม่มีสัน มาแบ่งกันเพราะความคิดต่างอย่างไร้สาระอย่างที่เป็นอยู่
"ตลกร้าย" เลยนะครับ คุณ ครูคิม ...
แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของสังคมไทยว่า "หากแต่งข้าราชการแล้ว ไม่ควรขี่จักรยานมาทำงาน ควรต้องใช้รถที่โก้ สมฐานะกว่านี้"
ค่านิยมแบบนี้ ทำลาย "เศรษฐกิจพอเพียง" ได้ชะงักนัก ครับ
ผมขี่รถเครื่องข้ามอำเภอมาทำงาน นักศึกษายังคิดเลยว่า ใช่ครูสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยหรือเปล่า
หรือไม่ก็มีอาจารย์บางท่านบอกผมว่า ซื้อรถยนต์มาขับได้แล้ว
เฮ้อ เฮ้อ ... คิดได้กันแค่นี้
ทำให้จำได้ว่า ผมเคยเขียนบันทึกไว้เมื่อมีบล็อกแรก ๆ ครับ
อาจารย์มหาวิทยาลัย กับ มอเตอรไซค์ 1 คัน
เชิญคุณ ครูคิม เข้าไปอ่านได้ครับ :)
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีคะอาจารย์
ตามมาอ่านเช่นเคยค่ะ
พึ่งกลับมาจาก ใน มข. เลยมาช้าไปนิดหนึ่งค่ะ
อาจารย์กะมีอารมณ์เหมือนกันนะคะ อ่านมาถึงตรงนี้ (อมยิ้ม)
"ใครมาเจอผมตอนนี้ ไม่ทราบหรอกว่า ผมเป็นใคร อิ อิ"
- น้ำใจยังหาได้จากคนไทยค่ะ
- อ่าหนูก็ขี่มอเตอร์ไซต์ใส่ชุดข้าราชการค่ะ อิอิ
- สุขภาพแข็งแรงนะคะ
สวัสดีจ้า คุณครู เทียนน้อย :)
มาคุยกันทุกวัน ชักเริ่มคุ้นเคยกันแล้วนะ
อารมณ์นั้น สงสัยว่า .. จะมั่นใจในตัวเองมากไปหน่อยมั้งครับ อิอิ
วันนี้ดูสัมภาษณ์ นักร้องบรอดเวย์ชาวฟิลิปปินส์ ชื่ออะไรน้า ลีอา ซาลองก้า หรือไงเนี่ยแหละครับ
เธอบอกว่า "หากไม่มีคนสนใจให้งานเราทำ เราก็ต้องแสดงศักยภาพตัวเองให้เขาเอางานเข้าให้เราให้ได้"
ชอบจังครับ เอาไว้สอนเด็ก ๆ ในเรื่องของการพัฒนาตัวเอง
ขอบคุณมากครับ เช่นกัน :)
อ่า อาจารย์ขา
"หากไม่มีคนสนใจให้งานเราทำ เราก็ต้องแสดงศักยภาพตัวเองให้เขาเอางานเข้าให้เราให้ได้"
- ทำเพราะอยากทำ
- คราวหนึ่งมีเสียงแว่วมา อย่าทำดีเกิน...
- ทำไม่ได้หวังให้ใครมองดี
- ทำเพราะคิดว่าดีจึงทำ แอบไปทำกับเด็กๆ
"สังคมนี้เป็นไรไปนะค่ะ ตัวเองไม่ทำ จึงไม่อยากเห็นคนอื่นทำ"
- คิดว่าก็ยังคงแอบทำต่อไป อิอิอิ
บันทึกนี้อ่านแล้ว อิ่ม ดีจังเลยค่ะ
(^__________^)
อาจารย์เสือสบายดีนะคะ :)
สำนวนไทยที่ว่า "ทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย" หรือเปล่าครับ :)
เอาเป็นว่า คุณครู เทียนน้อย ต้องปิดทองหลังพระแล้วล่ะครับ
เอาความสุขดีกว่านะครับ :)