วันที่ 28 มิถุนายน 2551  ฉันได้สร้างบล็อกขึ้นมาใหม่ ชื่อ ลานอารมณ์    ซึ่งต้องการจะนำเสนอหนึ่งความเรียง (ของฉัน) กับหนึ่งบทเพลง (ที่ชอบ)  และแล้วเมื่อได้คิดว่าการนำบทเพลงของค่ายเพลงต่างๆ มาวางไว้ในบันทึกก็ไม่ต่างไปจากการละเมิดลิขสิทธิ์    บล็อกแห่งนี้จึงได้ปิดตัวลงท่ามกลางความเสียดายและเสียใจของฉัน    และวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2551 ฉันได้เขียนบันทึกดูหนัง ดูละคร..แล้วย้อนดูตัว : Pay It Forward ในบล็อกone day     ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ฉันติดใจนักหนากับเนื้อหาและบุคลิกเฉพาะของตัวละคร    ฉันดูหนังเรื่อง Pay It Forward หลายรอบและร้องไห้ให้กับตัวละครนำที่ชื่อเด็กชายเทรเวอร์ที่แสดงโดยHaley Joel Osment 

  

พี่สาวคนสวยเคยบอกฉันว่า หนังหรือบทเพลงนั้น remind us of something in our lives particularly those of fond memory    และฉันก็เห็นด้วยกับประโยคดังกล่าว    วันนี้..ฉันจึงอยากนำเสนอหนังที่(เคย)ชอบ..บทเพลงที่(เคย)โปรดมาแบ่งปันให้ใครต่อใครได้สัมผัสกับความรู้สึกของฉัน

เมื่อหลายวันก่อนพี่เซ็กซี่ได้บอกฉันว่าได้นำเอาบันทึกดูหนัง ดูละคร..แล้วย้อนดูตัว : Pay It Forward ของฉันไปลงในคอลัมน์ที่เธอรับหน้าที่ดูแล (วารสารประจำเดือนของคอนโดแห่งหนึ่งในเมืองกรุง)    และเห็นว่าฉันน่าจะเขียนได้ต่อไปอีกจึงอยากให้ลองเขียนดู    พี่เซ็กซี่ขอมา..ฉันก็จัดให้ตามประสาน้องสาวที่แสนดี    แต่มีแอบงอแงว่า.."เขียนแล้วจะได้อะไร?"    เธอบอกว่าเป็นค่าเสื้อก็แล้วกัน   อ้าว..ว..ว มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย???????     เสื้อที่ส่งมาให้บ่อยๆ นี่มันก็มาตามรอบของมันเป็นปกติอยู่แล้ว (แอบแย้งอยู่ในใจ--ใครจะกล้าบอกไปตามจริง)     และทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุที่ฉันต้องมาเขียนถึงหนังที่ชอบและบทเพลงที่โปรดปราน    และต่อจากหนังเรื่อง Pay It Forward..เธอก็ขอหนังรักเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่จนถึงช่วงวันวาเลนไทน์

 

Do you believe in destiny?    คุณเคยเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือพรหมลิขิตไหม?    Serendipity เป็นหนังที่ฉันได้ดูเพราะใครบางคนอุตส่าห์ไปเสาะหาแผ่นซีดีส่งมาให้     เธอบอกว่า.."พล็อตเรื่องของหนังเรื่องนี้คล้ายกับเรื่องของเราสองคน"   

Serendipity หรือชื่อไทยว่า..กว่าจะค้นเจอ  ขอมีเธอสุดหัวใจ   เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ วันหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีแต่ความวุ่นวายของการเลือกซื้อของขวัญในช่วงเทศกาลคริสต์มาสกลางแมนฮัตตัน    โจนาธาน  เทรเกอร์ (John Cusack) ได้เอื้อมมือไปหยิบถุงมือแคชเมียร์คู่สวยบนราวในจังหวะเดียวกับซาร่า  โทมัส (Kate Beckinsale)ที่ต้องการถุงมือคู่นั้นเหมือนกัน    และหลังจากนั้น..ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมฟ้าอากาศที่หนาวเย็นหรือความต้องตาต้องใจในกันและกัน    เขากับเธอจึงไปทานอาหารด้วยกันและรู้สึกแปลกๆ ที่หัวใจ    มันคงจะไม่ผิดถ้าหากเขาและเธอไม่ได้มีคู่รักอยู่ก่อนหน้าแล้ว  

 

ขอขอบคุณ http://www.youtube.com/watch?v=CsjR5P3TuWY&feature=related

 

เมื่อถึงเวลาต้องจากกันในค่ำคืนนั้น    โจนาธานได้เสนอให้แลกเบอร์โทรของกันและกัน    แต่ซาร่ากลับมีความเชื่อที่ว่า..ให้โชคชะตาเป็นสิ่งที่กำหนดความสัมพันธ์ของทั้งคู่    อย่างน้อยถ้าเป็นคู่กันแล้วก็ย่อมจะถูกชักพาให้ได้มาเจอกันอีก     เธออธิษฐานให้ของสามสิ่งนี้ อันได้แก่ ถุงมือแคชเมียร์ข้างหนึ่ง (แบ่งกันคนละข้าง)     ธนบัตรที่มีเบอร์โทร (เอาไปซื้อหนังสือ)     หนังสือที่ซาร่าจดที่อยู่เอาไว้ (แต่เอาหนังสือไปบริจาค)     เป็นตัวกำหนดที่จะทำให้ได้กลับมาเจอกันอีกถ้าหากเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ    และทั้งสองก็จากกันไปนานจนเกือบลืมคำอธิษฐานนั้น    จนกระทั่งวันหนึ่งของการก้าวไปสู่การแต่งงานมีชีวิตคู่..การมีครอบครัว    เขากับเธอต่างนึกถึงกันและกัน    และต่างฝ่ายต่างก็พยายามค้นหากันจนเจอในที่สุด

และฉันก็ลุ้นไปกับตัวละครทั้งสองคนท่ามกลางความรู้สึกถูกและผิด    เพราะถ้าจะพูดไปแล้วล่ะก็..ฉันสงสารคนรักของพวกเขาทั้งคู่ซึ่งต่างก็เป็นคนที่แสนดีและคบกันมายาวนานมากกว่า    หากแต่..พวกเขา "ไม่ใช่"     และหลายๆ ครั้งฉันก็ติดอยู่กับความรู้สึกนี้อยู่เหมือนกัน..ใช่กับไม่ใช่       ถ้านึกเข้าข้างตัวละครทั้งสอง..ก็อยากจะเขกกระโหลกเจ้าเด็กเวรแสนซนที่กดปุ่มให้ลิฟท์เปิดออกเกือบทุกชั้น   ทำให้พระเอกคลาดกับนางเอก(ที่แอบลุ้นว่าพระเอกจะตามมาเจอกันไหม--นี่ล่ะนะ  เพราะเธออยากทดสอบเอง)    ซึ่งถ้าตามสเตปแล้วล่ะ..พระเอกจะต้องเปิดลิฟท์มาเจอนางเอกแล้ว    เขาทั้งสองต่างก็เป็นเนื้อคู่กันเพียงแต่โชคชะตาเล่นตลกเท่านั้นเอง    หลายๆ ครั้งที่ฉันถามตัวเองว่าถ้าฉันเป็นโจนาธานหรือซาร่า..จะทำอย่างไร? 

หนังเรื่องนี้เป็นเพียงหนังรักที่ฉันเก็บไว้..ในใจ และมีความหมายกับฉันไม่น้อย    โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ใครบางคนเขียนบอกเล่าความรู้สึกถูกสอดไว้ใต้ปกซีดีหนังเรื่องดังกล่าว     หยิบมาอ่านทีไรก็ได้แต่ยิ้มและระลึกถึงเธอคนนั้นเสมอ     สรุปว่าเป็นหนังรักโรแมนติกอีกเรื่องที่ขอแนะนำให้คุณๆ นำมาเปิดดูกับใครบางคน    จะจับมือ..หนุนตัก..กระซิบบอกรักกันท่ามกลางความหนาวของฤดูกาลก็ยังได้     และสำหรับใครที่ยังไม่มีคนรัก..ก็ขออวยพรให้ค้นหาหัวใจตัวเองให้เจอในเร็วๆ วันนี้ด้วยนะคะ     ไม่ว่าจะด้วยพรหมลิขิต..โชคชะตา..หรืออะไรก็ตาม

 ใครเป็นใครใน Serendipity  <คลิกที่นี่>