สุดฟ้า..หนใดไม่ไกลห่างกัน สักวันรักมั่นไม่ร้างไป ข้ามฟ้าแดนดอยลอยไกล หัวใจ...ข้ามไปใฝ่หา

                           

  สุดฟ้า..หนใดหัวใจใฝ่หา       ฝากความรักมาให้ชื่นใจ

                           สุดแคว้นดอยแดนดินใด            หัวใจไม่ไกลห่างกัน

                                  ข้ามฟ้า..ข้ามไปหัวใจเจ้าเอย     อย่าลาร้างเลยเคยร่วมฝัน

                           ห่วงใย ใจเอยผูกพัน                ถึงวันที่ต้องจากลา

                           สายลมซึ้งเสียงซึงคลึงเคล้า        ช่างเงียบเหงาช่างเศร้าอุรา

                           ยามข้ามไปพ้นจนสุดฟ้าหล้า       ดอยเด่นสูงมั่นใจใฝ่เพ้อ  

                           คอยเจอะเจอละเมอใฝ่หา          ความรักเอยมิเคยสร่างซา..ไปจากใจ

                           สุดฟ้า..หนใดไม่ไกลห่างกัน       สักวันรักมั่นไม่ร้างไป

                           ข้ามฟ้าแดนดอยลอยไกล        หัวใจ...ข้ามไปใฝ่หา

      ท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศช่วงนี้  เป็นช่วงปลายปีที่มีมนต์ขลังของเมืองเชียงใหม่ ที่อุณหภูมิเย็นลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อนพ้องน้องพี่กัลยาณมิตรในครอบครัว  Gotoknow  ต่างเดินทางข้ามฟ้า..ลัดเลาะดงดอย..หลายม่อน..สูงบ้างต่ำบ้างสลับกัน...เข้ามาให้ผิวกายได้สัมผัสอากาศที่เย็นๆ เบาๆ นุ่มๆ  ยะเยือกในความรู้สึกเป็นบางครั้ง  เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง  พร้อมปฎิบัติภารกิจต่างๆ ตามเป้าหมายที่กำหนด  มีหลายคณะทีเดียว  ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นเพียงใด ในท่ามกลางความหนาว ผู้เขียนและเพื่อนๆทุกท่านต่างสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แสนละมุนละไม   จากที่ได้สัมผัสจริงๆ และท่องเที่ยวยังบันทึกต่างๆ      

            วันที่ ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๑   ผู้เขียนได้ร่วมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคเหนือ ประจำปี ๒๕๕๑  ชื่องาน อลังการศิลปหัตถกรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง    ภายใต้ปรัชญา เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำเสนอ   โดยต้องเดินทางจากนครพิงค์  ข้ามฟ้าแดนดอย..ดอยขุนตาน.. ดอยสูงที่กั้นกลางระหว่างระหว่างนครหริภุญชัยกับเขลางค์นคร  ไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง สถานที่จัดงานแบบเช้าไปเย็นกลับ  เพื่อปฏิบัติหน้าทีตามที่ได้รับมอบหมาย  โดยความสูงของดอยและความหนาวเย็นของอากาศไม่ได้เป็นอุปสรรคกั้นกลางการทำงานในครั้งนี้แต่อย่างใด

          เด็กคิด  เด็กทำ  เด็กนำเสนอ  เป็นเป้าหมายที่งดงามมาก  ผู้เขียนได้สัมผัสสิ่งที่ปรากฏอย่างชัดเจน ตลอด ๓ วัน  มีความรู้สึกอิ่มเอมและภาคภูมิใจแทนสถานศึกษา ครูอาจารย์และผู้บริหารของสถานศึกษาทุกแห่ง  ทั้ง ๑๗ จังหวัด ๔๔ เขตพื้นที่ของภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง    ทุกโรงเรียนต่างหอบความสำเร็จข้ามฟ้าแดนดอยแสนไกลมานำเสนอได้อย่างน่าชื่นใจ 

             การแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษา เรื่องพระลอ ของโรงเรียนสองพิทยาคม  จังหวัดแพร่   ณ เวทีที่ ๖  ดั่งมนต์ขลังที่ตรึงผู้เขียนให้หยุดอยู่หน้าเวที  ท่ามกลางแสงแดดที่ค่อนข้างจ้าของสายๆ วันที่ 9 ธันวาคม   ฉากที่สวยงาม..ตัวละครที่หล่อเหลาเอาการและแสนสวย ของ..พระลอ  พระเพื่อน พระแพง  นายแก้ว นายขวัญ และนางรื่น นางโรย  ไม่เว้นแต่ปู่เจ้าสมิงพรายและไก่ฟ้า  ช่างมีความเหมาะสม ..การแต่งกายของตัวละคร..  เสียงเพลงลาวเจริญศรีที่พรรณนาถึงความงามของพระเพื่อนพระแพง..  เสียงเพลงขับซอบรรยายการเดินทางที่ต้องข้ามฟ้าลัดเลาะแรมไพรของนางรื่นนางโรย..เพลงระบำไก่ (สร้อยแสงแดง)ที่สามารถหลอกล่อให้พระลอต้องข้ามฟ้าแดนดอยตามหัวใจของตนเองไปอย่างไม่ลดละ..เพลงยอยศพระลอ..ที่กล่าวถึงความงดงามดั่งองค์อินทร์ของพระลอ   ล้วนต่างเป็นดั่งมนตราที่ตรึงให้ผู้เขียนต้องหยุดนิ่งบันทึกภาพและรับฟังเรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในความทรงจำมาเนิ่นนาน  เพราะครั้งหนึ่งเคยได้รำเพลงนี้เมื่อครั้งยังเยาว์ เป็นเสียงเพลงที่ให้ความรู้สึกหวานพลิ้วในอารมณ์ ไม่ว่าจะฟังในยามใด ..เรื่องราวของความรัก..ที่โรงเรียนสองพิทยาคมได้ตั้งใจนำข้ามฟ้าแดนดอยสูงจากเวียงโกศัยสู่เขลางค์นคร..ตำนานรักของพระลอที่มุ่งมั่น..ข้ามฟ้าแดนดอย..จากเมืองสรวง สู่เมืองสรองเพื่อพบจุดจบของชีวิตโดยแท้

                                

     รอยรูปอิินทร์หยาดฟ้า        มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม                     แลฤๅ ฯ
      พระองค์กลมกล้องแกล้ง    เอวอ่อนอรอรรแถ้ง
ถ้วนแห่งเจ้ากูงาม                  บารนี ฯ
     โฉมผจญสามแผ่นแพ้        งามเลิศงามล้วนแล้
รูปต้องติดใจ                        บารนี ฯ
     ฦๅขจรในแหล่งหล้า         ทุกทั่วคนเที่ยวค้า
เล่าล้วนยอโฉม                     ท่านแล ฯ
     เดือนจรัสโพยมแจ่มฟ้า      ผิบได้เห็นหน้า
ลอราชไซร้ดูเดือน                 ดุจแล ฯ
     ตาเหมือนตามฤคมาศ       พิศคิ้วพระลอราช
ประดุจแก้วเกาทัณฑ์              ก่งนา ฯ
     พิศกรรณงามเพริศแพร้ว    กลกลีบบงกชแก้ว
อีกแก้มปรางทอง                  เทียบนา ฯ
    ทำนองนาสิกไท้               คือเทพนฤมิตไว้
เปรียบด้วย                          ขอกาม ฯ
    พระโอษฐ์งามยิ่งแต้ม        ศศิอยู่เยียวยะแย้ม
พระโอษฐ์โอ้งามตรู               บารนี ฯ

  

               อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี              พระเพื่อนพี่แพงน้องสองสมร
        งามองค์งามทรงอ่อนซ้อน                  ดังอัปสรหยาดฟ้าลงมา (เอย)
        แม่คุณเอ๋ยข้อยบ่เคยพบเจ้า                สองนางลำเพาสูเจ้างามตา
        หาใดบ่เหมือนสองเพื่อนแพงนา           แต่ข้อยดูมาลักษณาบ่ปาน

พระลอเริ่มต้นขึ้นด้วยสงครามระหว่างสองเมือง คือเมืองสรวงของท้าวแมนสรวง นสู่ความเป็นไมตรีกันสืบมา

สร้อยแสงแดงพระพราย ขนเขียวลายระยับ  ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลายยงหงสบาท
ขอบตาชาดพะพริ้ง ลิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ   ขานขันเสียงเอาใจ เดือยหงอนใสศรีลำยอง
สองเท้าเทียมนพมาศ ปานฉลุชาดทำรง   ปู่ก็ใช้ให้ผีลง ผีก็ลงแก่ไก่

                                                          ไก่แก้วไซร้บ่มีกลัว ขุกผกหัวองอาจ   ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อยฉาดฉาน
เสียงขันขานแจ้วแจ้ว ปู่สั่งแล้วทุกประการ    บ่มินานผาดโผนผยอง โลดลำพองคะนองบ่หึง
มุ่งถันถึงพระเรืองลอ ยกคอขันร้อง   ตีปีกป้องผายผัน ลั่นเรื่อยเจื้อยไจ้ไจ้
แล้วไซ้ปีกไซ้หางโฉมสำอางสำอาจ กรีดปีกวาดเวียนเย้า คอยล่อพระลอเจ้าจับต้องดำเนินแลนา


งามขข้ามฟ้าลัดเลาะดงดอยตามหารัก...ด้วยบทขับซอ..เสียงปี่จุมหวานละห้อยโหย


                 สองพี่เลี้ยง แม่งามสวย           นางรื่นนางโรย   สองกู้สร้าง

                 ลงจากจ๊าง  ท่องเดินเตียว        หมอแก่ค้าว  นำสองเฉลียว

                 สามเดินเตียว  เข้าดงป่าไม้.....  นอยๆๆๆ

                 เหลียวผ่อหาวันตกออกใต้        หันเป๋นต่งเป๋นนา   

                 ผ่อภูเขาหันเป๋นเงาเมฆฝ้า         ป๋อมมัวเมฆ คุ้มสว่าง  แลละลิ่ว  ไปสุดเจ๋นต๋า

                 ฝ่าดอยดง เข้าปงป่าไม้            สัก เคียนสูง   ยางยูง  ไม้ไร่

                 เปา   ดู่    แงะ   คะยอมยม       เครือเขาหวัน  เกี่ยวพัน  เกี๋ยวกลม

                 พระพายลมปั๊ดดวงดอกไม้......  นอยๆๆๆ

                 กลิ่นหอมหวล จื่นจวนไจ๋ใบ้       ยามเมื่อต้องเดินตาง

                 หอมบุปผาเบ่งบานสวยสร้าง      สองนางจื่นแต้เหน่อ....

                 เข้าป่าไม้ไปบ่ปอเมิน               เถิงเนินเขา   แลดูสล้าง

                 แลลิง ค่าง  ทั้งบ่างชนี            ได้ยินเสียงผี   ฮ้องคางคะค้อย

                 ผีโพงดง ฮ้องเสียงขงบ่หน้อย    ผีอีค้อย  ส่งเสียงคราง

                 เสือโคร่งพุ้ย  ก็ถ่อมตวยหลัง     แรดควายกวาง กระทิงละโว้....

                 เสียงจ๊างโขลงมาฮ้องโอ้มโอ้     หักไม้อยู่ฮิมตาง

                 สองคิงนางฮ้องบ่เป๋นไห้           กั๋วตายใน ป่าไม้ใหญ่                                                
         แม้ไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องราว  แต่ความรักของพี่เลี้ยงทั้งสองคู่ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน  ..แก้วและขวัญ..ผู้ผูกพันยึดมั่นในรักอันยิ่งใหญ่กับ..รื่นและโรย..

      ปรบมือให้ดังๆ จากใจของครูอ้วนไปยังนักเรียนที่แสดงด้วยค่ะ..ลีลางามแต้ๆ เจ้า..

ลีลาการเกี้ยวพาราสีของเจ้าหนุ่มแก้วและหนุ่มขวัญที่หยอกเอินสาวเจ้า...น้องนางรื่นและน้องนางโรยที่แสนงามและน่ารัก    ชะม้อยชะม้ายชายตา  และวาจางาม เก่งในการโต้ตอบด้วย..กำอู้ของบ่าวสาวชาวเหนือ..

        อ้ายแก้ว :  อี่นายนาฎน้อง  อ้ายมาแอ่วหา  จักเกิ้กก่อจา  ขึ้นไปนั่งอู้

        น้องรื่น   :  ขึ้นมาเพ้เต๊อะ  บ่เกิ้กตางไผ  อยู่ติ๋นคันได  เกิ้กตางหมาโก้ง (เกิ้ก= กีดขวาง) 

        อ้ายขวัญ : งามเลิศล้ำ  เจ้าแว่นเงาใส  ใค่ต๋ายเป๋นไฮ ไปติดแจ่งผ้า (แจ่ง=มุม)

        น้องโรย  :  มาแกล้งหยอกเยาะ หื้อจิตใจ่หวาม ตั๋วน้องบ่งาม เหมือนต๋อไฟไหม้ 

        อ้ายแก้ว :  ดอกเอื้องดอกไม้  ยามอยู่ไก๋ต๋า เยี๊ยะจะใดจา  ใค่ได้ดอกเอื้อง (ไก๋ต๋า = ไกลตา)

        น้องรื่น   :  ปากว่าแต้ ใจ๋ในหลอแหล  เจ้าจีดอกแคฟู่แต้แกมเล่น  (ฟู่= พูด)     

(หนุ่มแก้ว หนุ่มขวัญ สาวรื่นและสาวโรย หากพบ “กำอู้บ่าวอู้สาว” นี้  เป็นคำพูดที่ครูอ้วนต่อเองนะคะ  จำได้เฉพาะเริ่มต้นเกี้ยว..ค่ะ   ฟังไม่ทัน มัวแต่ถ่ายภาพ..อิๆ)

 

ท้ายที่สุดแห่งรัก..แก้วขวัญรื่นโรย..ก็ยอมพลีชีวิตเพื่อรัก.. เช่นเดียวกับสามกษัตริย์                                  

บัดนางโรยแลนางรื่น ชื่นชมใจเชื่อแท้  แม้สามกษัตริย์สู่ฟ้า เผือจะเปนข้าผู้ใด ใครเขาจะเกรงจะขาม ขอตายตายเจ้าตน อยู่เมืองบนด้วยไท้   ไว้ยศให้คนชม  ถวายบังคมนฤเบศร์ สองแปรเพศดุจชาย  ห่มเสื้อกรายดาบง่า นางรื่นร่าไปสู่  อยู่ด้วยนายแก้วฝ่ายขวา  นางโรยมาด้วยพลัน  อยู่ด้วยนายขวัญฝ่ายซ้าย บมิผ้ายจากเจียนกัน  เห็นอัศจรรย์จอมราช  พระบาทเสด็จอยู่กลาง   สองนางแนบสองข้าง เจ้าช้างจูบสองศรี  สองกษัตรีย์จูบท้าว  สองนายน้าวสองนาง  กอดกันพลางชมเชย..      

                                         สุดฟ้าหนใดหัวใจใฝ่หา

                 สุดแคว้นดอยแดนดินใด   หัวใจไม่ไกลห่างกัน

                     ธ ก็เอาดาบวัดกระจัดกระจาย เขาเข้าหลายเหลือป้อง

                            จึ่งปืนต้องพระองค์ สองอนงค์บมิกลัว เอาตัวออกรับปืน   

                                     ยืนอยู่กับจอมราช เขาก็เร่งสาดศรพิษ  

                                   ติดสามกษัตริย์สพรั่ง เลือดตกหลั่งถั่งลง
     สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพิตพร้อมกัน ยืนอยู่ฉัน บ มิตาย
 

เลี้ยงของสองธิดายังไปขอความช่วยเหลือปู่เจ้าสมิงพราย ผู้วิเศษประจำเมือง
                      ...พระลอเพื่อนแพงน้อง   ฮักเศร้าดับชนม์

                         สองไท้มอบจีวิต  ฮักแต้ติดเนื้อหนัง หวังแห่งมหรรณพ                     

                 สองแนบซบแห่งห้วง เขาแด่น  ยิงจวบจ้วง ลอเจ้าขวา-ซ้าย ยืนพิง

            สามไท้ต้องโทษแห่ง     จารีต นัครา
            ฮักท่ามการถูกกีด         สั่งห้าม
            ต่างเมืองต่างฮอยฮีต     ซ้ำแต่ง เมียเอก
            สามต่างลุล่วงข้าม        ข่ายทั้ง สองแผ่นดินฯ
            ฮักแท้แม้เลือกได้        ฉันด์ใด แม่นา
            ฮักย่อมเลือกตามใจ      เท่านั้น
            ฮักเกิดแล้วฝันใฝ่         ครองคู่ นาเฮย
            ฮักหากขาดสะบั้น         จึ่งล้วน ยอมพลี ฯ 
            เลือดพลุ่งลงแผ่นพื้น     พสุธา แม่เฮย
            เลือดแห่งฮักบูชา          แต่งไว้
            เลือดลอ..เพื่อนแพงนา   รินหลั่ง ลงสู่
            เลือดทาแผ่นดินไท้        เซ่นไหว้ มาตุภูมิ ฯ

 

 เด็กคิด  เด็กทำ  เด็กนำเสนอ : ยอดเยี่ยมที่สุดค่ะ..กับการข้ามฟ้าผ่านดงดอยมาหลายม่อน

 

นำเสนอเรื่องราวตำนานรัก ที่เป็นสัญญลักษณ์ของเมืองแพร่..เวียงโกศัย..ที่งดงามยิ่งนัก

ขอบคุณสำหรับเพลงข้ามฟ้าแดนดอยที่แสนหวานของสุนทรี เวชชานนท์ ..ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจากโรงเรียนสองพิทยาคม  จังหวัดแพร่และทุกเว็บไซต์..ค่ะ

๑. http://www.romanticgals.net/wboard/index.php   . http://olddreamz.com(อ่านลิลิตพระลอ) 

๓. http://www.geocities.com/kit119(อ่านลิลิตพระลอ)  ๔. http://sor.cm//.com/(ฟังปี่จุม)                       เพื่อนๆ สามารถอ่านเรื่องพระลอและซะป๊ะผีในเรื่องได้ที่นี่..ที่นี่และที่นี่ค่ะ(เจ้าของบันทึกใจดีค่ะ)