อื้อฮือ อื้อฮือ
ทึ่ง ทึ่งๆๆๆๆ และทึ่ง
อึ้งๆๆๆ
สุดยอดๆๆ ยอดที่สุด..
วันนี้ผมได้รับการชวนไปชมละครของมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
เกิดมาก็ไม่เคยชมละครร้องสดๆมาก่อน
นึกไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร
มันจะคล้ายกับลิเกไหม เหมือนหมอลำหรือละครทีวีไหม
แต่เรื่องแปลกๆอย่างนี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่
ผมชวนท่านอัยการ คุณหมอจอมป่วน ป้าจุ๋มไปด้วย
ระหว่างขับรถ ไป ป้าจุ๋มถาม ถาม และถาม
ละครอะไร มะขามป้อมยังไง ยังงั้น ยังงี้ โธ่ๆๆๆ
ไม่รู้จะตอบยังไง
ไปถึงเจอคณะนักเรียนโข่งนั่งกินข้าวต้ม
จึงร่วมวงมื้อเย็นอร่อยหลาย
ได้เวลาเราก็ทยอยเข้าไปในห้องแสดง..
จัดที่นั่งง่ายๆซ้าย-ขวาเหมือนเวทีมวย
ด้านข้างมีนักไวโอลิน เปียโน เชลโล ซออู้ ขลุ่ย กลอง
ฝั่งตรงข้ามจัดเป็นฉากเวทีแสดงสื่อผสม
ฉายภาพประวัติศาสตร์ และข้อความเป็นครั้งคราว
เพื่อให้เราเข้าใจเนื้อหามากขึ้น
ประมาณว่ามีผู้ชมและผู้แสดง 130 คน
ละครร้อง
เป็นรูปแบบการแสดงที่กำเนิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทยปลายรัชกาลที่5 เมื่อสยามต้องเปิดประเทศรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาประสานรากเหง้าทางวัฒนธรรมเดิม แม้ละครร้องจะเริ่มจากวังเจ้านาย แต่กาลต่อมาได้พัฒนารูปแบบและเนื้อหารับใช้สังคมไทยต่างๆ จนได้รับความนิยมแพร่กระจายสู่ประชาชนทั่วไปอยู่หลายทศวรรษ เพลงที่ประพันธ์เพื่อใช้แสดงละครร้อง นับเป็นสมบัติทางวรรณศิลป์ และคีตศิลป์ล้ำค่าที่นับวันจะสูญหายเพราะขาดผู้สืบทอด
ละครเรื่องบันทึกอิศรา พัฒนามาจากบทละครร้องเรื่อง”อิสราชน” ซึ่งมะขามป้อมจัดแสดงในวาระครบรอบชาตะกาลของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปีพ.ศ.2548 โดยเขียนบทละครขึ้นจากการค้นคว้าประวัติผลงาน แนวคิด และปรัชญาของคุณกุหลาบ ใช้รูปแบบการดำเนินเรื่องด้วยเพลงละครร้อง ซึ่งถ่ายทอดจากครูสุดจิต ดุริยประณีต ศิลปินแห่งชาติแห่งวงปี่พาทย์บ้านบางลำพู ผสานกับเทคนิคละครสมัยใหม่ เพื่อถ่ายทอดความงาม ความรื่นรมย์ อุดมการณ์ และเกียรติคุณของ”ศรีบูรพา” ให้เป็นอนุสติต่อสังคมไทย
ตลอดเวลา 1 ชั่วโมงเศษ ละครสะกดเรานิ่งงันกับเก้าอี้ ต่อเมื่อการแสดงจบลง เสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน ไฟสว่างนักแสดงทั้งหมดออกมาหน้าเวที มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ระหว่างผู้ชมกับผู้แสดง หลายคนคืนกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ล้วนเป็นหนุ่มสาวที่น่าชื่นชม ต่างคนต่างมาจากหลายสาขาอาชีพ คุณณัชชา สวัสดิ์รักเกียรติ เป็นนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ คุณมมทกานต์ รังสิพราหมณกุล บ.ก.นิตยสาร “มาดามฟิกาโร” ประดิษฐ์ ประสาททอง เป็นศิลปิน ศิลปาธรปี2547 หลายคนเป็นอาจารย์ วิศวกร นักเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ
บอกได้คำเดียวว่า..ถ้าไม่ได้ชมจะเสียดายอย่างที่สุด
เราได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าให้ตนเอง
คำว่ามะขามป้อม จะเปรี้ยวจี๊ดอยู่ความคิดคำนึงเราตลอดไป
ขอบคุณผู้เชิญ ขอบคุณผู้แสดง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ท่านได้ทำหน้าที่ลูกหลานเชิดชูคนที่สู้เพื่ออิสรชน
ถ้าคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ รับรู้ได้
ท่านคงชื่นชมพวกเธอเหมือนที่เรารู้สึกอยู่ในขณะนี้
คืนนี้พระจันทร์ดวงโตสุกสะกาวในรอบ18 ปี
เหมือนจะโผล่มาร่วมวงกับวาระอันพิเศษสุดนี้
จงสงบสุขชั่วนิรันดร์เกิด ท่านกุหลาย สายประดิษฐ์
กุหลาบดอกนี้
จะบานสะพรั่งเคียงคู่ความชอบธรรมในสังคมตลอดไป
อิอิ พ่อจ๋า อยากดูมั่ง อิอิ
ดีใจ ที่ยังมี คนทำอะไร ย้อนยุค อย่างมี "ข้อคิด สะกิดใจ"
เด็กสมัยนี้ โดนผู้ใหญ่เร่งรีบ ร้อนรนอย่างพวกเรา ซึ่งได้ ละเลย "อดีต" ที่ ยังมี อะไร ให้ จดจำ และ เรียนรู้ ---> พา เยาวชน มุ่งเข้าสู่ สภาวะ "เร่งรีบ และ ทอดทิ้งซึ่งกันและกัน"
ขอบคุณ ที่ยังมี คนกลุ่มหนึ่ง ทำอะไรดีๆ เพื่อโลก และ สังคมครับ
กราบสวัสดีค่ะพ่อครูขา
....
งานดีๆ จรรโลงใจ อย่างนี้ ต้องอนุรักษ์ไว้นะคะ
ผลงาน ของ ท่านศรีบูรพา และ ท่านกุหลาบ ฯ
หลาย เรื่อง ล้วน เป็น แรงบันดาลใจ ให้นักอ่าน
รังสรรค์ สิ่งดีๆ เพื่อสังคม เสมอ เลยนะคะ
...
ขอบพระคุณค่ะ พ่อครู รักษาสุขภาพนะคะ
มีความสุข กับ ลมหนาว มาเยือน ค่ะ
...
เรียนพระอาจารย์ไร้กรอบ
วันที่15 มีเวทีตุยเรื่องการศึกษาที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ถ้าว่างขอเรียนเชืญมาร่วมงานด้วย ดีไหมครับ
วันที่15 จะชวนคณะเฮฮาไปชมละคร
มายืนยันอีกคนว่าเป็นละครที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง อยากให้คนได้ดูเยอะๆ โดยเฉพาะอยากให้ฟังประโยคเด็ดตอนที่คุณกุหลาบ พูดกับภรรยา ในเรือนจำถึงคู่อาฆาตซึ่งเป็นสื่อมวลชนด้วยกันที่เข้าข้างรัฐบาลทำนองว่า "ฉันไม่โกรธเขาแล้ว เมื่อได้รับฟังเขา จึงเข้าใจเขามากขึ้น แต่ก่อนไม่ได้ฟังเขาจึงไม่ไว้วางใจ" อยากให้เสื้อสีทั้งหลายไปดูจังครับ...
น่าอิจฉา..พ่อครู..ได้ดูได้ฟัง..สิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
อ้าว! อาจารย์มาไหมละ
จะพาไปลุยโรงละคร
วรรคทองในละคร
..ฉันรักเธอมานาน 28 ปี
เดี๋ยวนี้ก็ยังรัก ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้แต่วันเดียว
เราใช้เวลา ให้มีคุณค่า ไม่มีใครกักขังเวลาและโอกาสการเรียนรู้เราได้ จึงไม่มีใครจองจำอิสระเราได้ โดยเฉพาะอิสระทางความคิด..
ทั้งบท ทั้งคนแสดง ทั้งคนดู ทั้งคนเชียร์ต่างซาบซึ้งตรึงใจกันไปหมด
สุทรีย์เสียจริงๆ
เราแต่งงานกันในปี2478 ปีนี้ 2500 ก็20 กว่าปีแล้ว แต่ผมไม่เคยหยุดรักเธอเลยแม้แต่วันเดียว...
สายน้ำ ไหลไป ไม่คอยท่า กาลเวลา ล่วงไป ไม่กลับหลัง
เรื่องราว ถ้าไม่เล่า สู่กันฟัง คนข้างหลัง ก็จะลืม เลือนลาง...
ทองแท้ แม้เอา ไปเผาไฟ หลอมละลาย ตลายเย็น คงเป็นทอง...
อญุ่ที่ไหน ไม่สำคัญ ทุกวันวี่ หากวิญญาณ เสรี ไม่ถูกขัง
ใจเป็น อิสระ คือพลัง แม้กรงขัง ไม่ขวางหน้า ค่าแห่งคน...
แบ่งปันสู่กันฟัง สำหรับผู้ที่พลาดชมละครเรื่องนี้ครับ
เอ่อ คุณ poo ครับ ศรีบูรพา คือนามปากกาของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ เขานะครับ คือแบบว่า คนคนเดียวกันครับ
คุณยายชนิดวัย 80 ปีพูดว่า
ผู้คนมากมาย รู้จักนวนิยายเรื่อง ข้างหลังภาพ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า ศรีบูรพา ซึ่งเป็นนามปากกาของผู้เขียนเรื่องนี้ มีชื่อจริงๆว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์