คุณอำนวยในเวที คือคนที่จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในแต่ละครั้ง เช่น การจัดตลาดนัดความรู้ครูศูนย์เด็กเล็ก ตลาดนัดความรู้เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือการพบปะพูดคุยที่จบเป็นครั้งๆ เช่น การสรุปบทเรียนการทำงานในแต่ละช่วงเวลา การได้รับเชิญเป็นคุณอำนวยในงานต่างๆ
         บทบาทของคุณอำนวยในเวทีค่อนข้างเจาะจง แยกออกอย่างชัดเจนระหว่างคุณสังเกตและคุณบันทึก  แต่เป็นคนทำหน้าที่หลัก (คนสำคัญ) ที่จะทำให้งานวันนั้นหรือครั้งนั้นบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
          โดยสรุปแล้วคุณอำนวยในเวทีก็เช่นเดียวกับคุณอำนวยในชุมชน ต้องจัดการความรู้ก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ แต่ขอบเขตการจัดการจัดชัดเจนกว่า กล่าวคือ
         จัดการความรู้ก่อนทำ คุณอำนวยต้องหาข้อมูลก่อนว่า กระบวนการครั้งนั้น มีเป้าหมายวัตถุประสงค์อะไร กลุ่มที่เราจะชวนคุยด้วยเขาเป็นใคร ทำอะไร มีจุดสำคัญ (highlight) ตรงไหน การได้พูดคุยกับคนที่เราต้องคุยด้วยในเวทีจริงล่วงหน้ามีความสำคัญ เพราะทำให้คุณอำนวยสามารถจัดการ “ปักธง” ของการพูดคุยได้ดี และวางแผน วางโครงร่างการพูดคุยได้เหมาะสมว่าจะชวนเขา “เดินความคิด” ไปอย่างไร
         การจัดการความรู้ก่อนทำนี้ จะช่วยให้คุณอำนวยสามารถ “ออกแบบการเรียนรู้” ได้เหมาะสมกับกลุ่ม เป้าหมายมากยิ่งขึ้น เป็นการรู้เขาให้มากที่สุดนั่นเอง อาจรวมถึงการทราบความคาดหวังของกลุ่มเป้าหมายและปรับให้ตรงกันเสียก่อนด้วยก็ได้
         สิ่งที่มองข้ามเสียไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ การเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ การตรวจสอบ เช็คดูว่าใช้ได้หรือไม่ เหมาะหรือไม่ เพียงพอหรือไม่ก็มีความสำคัญ การจัดโต๊ะ เก้าอี้ตามที่เหมาะสม การเตรียมเครื่องมือการเรียนรู้บางอย่างเผื่อไว้ก่อน เช่น วีซีดี รูปภาพ เนื่องจากเวลาทำจริง สถานการณ์บางครั้งเอื้อให้เราใช้สื่อนั้นเพื่อสร้างการเรียนรู้ก็เป็นได้ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้มีผลต่อความรู้สึก การเรียนรู้ และผลได้ที่จะเกิดขึ้นจากเวทีมาก
         จัดการความรู้ขณะทำ  ต้องคอยสังเกตตลอดว่าขณะนี้เรากำลังอยู่ ณ จุดไหน ของเป้าหมายการพูดคุย เช่น ได้เนื้อหามากแล้ว แต่ไม่ค่อยได้บรรยากาศ หรือได้บรรยากาศแต่ได้เนื้อหาน้อย ตรงนี้เป็น “ความสามารถในการวิเคราะห์” คนที่ร่วมในวงของคุณอำนวย การปรับเปลี่ยนเป้าหมายการพูดคุย วิธีการพูดคุยอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างนี้  สะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า การพูดคุยเป็นพลวัต คุณอำนวยจะปรับตัว ปรับเปลี่ยน ให้เข้ากับสถานการณ์อย่างไร หลายครั้งเราพบว่าสิ่งที่เราวางแผนไว้ก็ไม่เป็นไปตามนั้น กำหนดการที่คิดไว้ เอาเข้าจริงเปลี่ยนไปได้เสมอ                                                                                                                

         การวิเคราะห์ สังเกต อากัปกิริยาผู้ร่วมกระบวนการอยู่ตลอดเวลาก็ช่วยคุณอำนวยได้มาก เช่น มีอาการเบื่อ อาการเมื่อย เกิดขึ้นหรือไม่ เราจะมีวิธีการแก้อย่างไร บางอย่างสามารถสรุปเป็นหลักการมาตรฐานของคุณอำนวยในฐานะคนออกแบบการเรียนรู้ในเวทีไปแล้ว เช่น หลักการเรียนรู้แบบสมดุลทั้ง หัว (head) หัวใจ (heart) และมือ (hand) การใช้หลักนี้จะทำให้การเรียนรู้ไม่เป็นบรรยายหรือใช้ความคิดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ “หนักหัว” หรือเน้นสนุกสนานมากเกินไป ไม่ได้ความรู้ หรือ “เอามัน” เข้าว่า  หรือเน้นกิจกรรมลงมือทำเสียจนไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ทำให้เป็น “การเล่น” เสียมากกว่า
         สมดุลของการเรียนรู้นี้ อาจใช้อะไรนำก่อนก็ได้ บางครั้งเริ่มด้วยการให้แนวคิดก่อน แล้วชวนทำกิจกรรมจริง แล้วมาถอดความรู้สรุปสู่แนวคิดอีกครั้ง  บางครั้งเริ่มด้วยการลงมือเล่นหรือทำกิจกรรมก่อน แล้วค่อยสรุปสะท้อนหลังเสร็จกิจกรรมว่า จากกิจกรรมที่ผ่านมาได้ข้อคิดอะไร ได้ความรู้อะไร หรือมีความรู้สึกอย่างไร  หรือบางครั้งจะเริ่มด้วยการสร้างแรงบันดาลใจก่อน เช่น ให้ดูหนังบางเรื่อง ดูภาพหรือยกสถานการณ์บางอย่างที่กระแทกใจ ให้เกิดความรู้สึกร่วมก่อน เมื่อใจพร้อมแล้วจึงค่อยใส่เนื้อหาเข้าไป หากรู้สึกว่าจะหนักหัวมากเกินไป ก็ใช้วิธี “ทำสันทนาการแทรก” เพื่อให้ได้สมดุล สันทนาการบางอย่างถ้าสามารถโยงเข้าสู่เนื้อหาได้ด้วยก็จะดี
           สิ่งที่ลืมไม่ได้หลังเสร็จกระบวนการคือ การสรุปให้ผู้เข้าร่วมเวทีอีกครั้งว่า วันนี้เราได้อะไรบ้าง เป็นการตอกย้ำ เพราะบางครั้งความรู้สึกดีๆ สิ่งที่แต่ละคนได้ อาจเป็นส่วนๆ ไม่เห็นโครงทั้งหมดของความรู้ที่เกิดขึ้นในเวที หรือ “ไม่เห็นช้างทั้งตัว” นั่นเอง
        จัดการความรู้หลังทำ คุณอำนวยต้องทำอะไรบ้างหลังจบเวที เช่น สรุปความรู้ร่วมกับคุณสังเกตและคุณบันทึก การชวนถอดและสะท้อนการพูดคุย (AAR) บทบาทคุณอำนวยยังไม่จบในขณะที่เวทีจบไปแล้ว บางครั้งจะต้องชวนพูดคุยไปถึงการจัดการต่อด้วย บ่อยครั้งเราพบว่าเกิดวงคุยอย่างไม่เป็นทางการ (เป็นธรรมชาติ) ขึ้นหลังจากงานเสร็จสิ้นแล้ว การพูดคุยกันหลังจบแต่ละครั้งๆ นี้ หากเป็นการพูดคุยต่อเนื่องทั้งวัน หรือหลายวัน จะทำให้เกิดการทำความเข้าใจกันและวางแผนร่วมกันในช่วงต่อต่อไปหรือวันต่อไปได้เป็นอย่างดี ทำให้การจัดกระบวนการ มีการปักธงที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและเวลาดียิ่งขึ้น
โดยสรุปบทบาทคุณอำนวยในเวทีจะมี 3 อย่างคือ
         การจัดการคน คือการบริหารความรู้สึกของทุกคน คุณอำนวยจะต้องสร้างบรรยากาศให้ทุกคนรู้สึกสบายๆ อยากพูดคุย ให้คนเล่าไม่เกร็ง ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมพูดคุย ซักถาม แสดงความคิดเห็น  จัดการคนที่พูดมากไป คนที่เป็นตัวป่วนในเวที ต้องสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย (อุ่นเครื่อง) ไม่กระโดดเข้าสู่การพูดคุยเลย การพูดคุยมีลูกล่อลูกชนลูกฮาบ้าง ไม่เคร่งเครียดมุ่งเนื้อหาเกินไปจนน่าเบื่อ ให้ทุกคนรู้สึกว่าได้อะไรในการพูดคุย ได้แรงบันดาลใจ บริหารการพูดคุยให้เกิดการ care & share ขึ้น เป็นต้น
         การจัดการเนื้อหา  บ่อยครั้งที่การฝึกอบรม การพูดคุย ได้แต่กระบวนการ มีความสนุกสนาน แต่ไม่ได้เนื้อหา คุณอำนวยเป็นคนสำคัญหลักที่ทำหน้าที่จัดการให้ได้เนื้อหาตามเป้าหมาย การจัดการเนื้อหาก็เกี่ยวเนื่องกับการจัดการคนกับจัดการประเด็นการพูดคุย คุณอำนวยต้องทำหน้าที่โยงประเด็น ย้ายประเด็น เชื่อมประเด็น ตัดประเด็น ขยายประเด็น สรุปประเด็น เป็นต้น
         การจัดการเวลา  เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณอำนวยในเวทีเนื่องจากการจัดเวทีแต่ละครั้งจะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ภายใต้เวลาที่จำกัด ทำอย่างไรจะจัดการคนและจัดการเนื้อหาให้ได้ผลตามที่มุ่งหวัง การจัดเวลาพูดคุยอาจแบ่งเป็นเบื้องต้นเป็นการอุ่นเครื่องเล็กน้อย สร้างความสนิทสนมคุ้นเคย ใช้เวลาคุยในเนื้อหาตามประเด็นต่างๆ มากหน่อย และสุดท้ายต้องมีช่วงของการสรุปความรู้ที่ได้จากการพูดคุย  บ่อยครั้งที่มีประเด็นเนื้อหามากมายที่ต้องการให้ออกในการพูดคุย แต่เวลาจำกัด อาจจะเนื่องด้วยคุณอำนวยใช้เวลาในการเริ่มต้นนานเกินไป หรือเพราะมีบางคนที่พูดเนื้อหายาวทำให้ใช้เวลามาก ทำให้คุณอำนวยต้องรีบๆเข้าสู่ประเด็น

อ้างอิง  ทรงพล เจตนาวณิชย์  เสนอในการประชุมภาคีจัดการความรู้ท้องถิ่น   ๑๗ มค. ๔๙

เคล็ดลับ “คุณอำนวย” (1)    เคล็ดลับ “คุณอำนวย” (2)   เคล็ดลับ “คุณอำนวย” (3)

วิจารณ์ พานิช
๓ เมย. ๔๙