วันนี้กลับมาเขียนบล็อกอีกครั้ง  หลังจากที่ห่างหายไปเป็นสัปดาห์  ไม่รู้ผิดกฏแก็งค์ หน้าตาดีป่ะเนี่ย  วันนี้ผู้เขียนได้พาเด็ก ๆ ที่บ้าน  และแม่ไปเที่ยวมาเลยเก็บภาพมาฝากกัน  แรกเริ่มของการเดินทางวันนี้  ก็เนื่องจากครอบครัวของผู้เขียนเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว  ผู้เขียนต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อ  และแม่  ให้เด็ก ๆ และเมื่อวันหยุด ติดต่อกันเมื่อ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  เจ้าตัวเล็กเขาอยากให้ผู้เขียนพาเขาไปเที่ยว  บังเอิญวันนั้นไม่ค่อยสบาย  เลยไม่อย่ากไป  แต่สัญญาเขาไว้ว่า  วันที่  10  จะพาไปหาป้า  ที่สุพรรณบุรี  แต่ก็ไม่ได้โทร.ไปบอกเขาก่อนหรอกนะ  ก็ตั้งใจว่าไปแล้วจะพาเด็ก ๆ ไปเที่ยว  ใกล้ ๆ ในเมืองนั่นแหละ  แต่พอเปิดบล็อกมาเจอ ว่า  ท่านอาจารย์  ประจักษ์  แห่งก๊วนหน้าตาดีนีเอง  โพสเกี่ยวกับ ทุ่งทานตะวันสุพรรณบุรีและเรือนพันธุ์ไม้งาม  ไว้  เลยได้ทีขอรายละเอียดอาจารย์ไป  เพราะแม่เป็นคนชอบต้นไม้  จะได้ถือโอกาสพาไปดูต้นไม้ด้วย  พอเมื่อคืนก็โทร.ไปหาพี่สาว  ได้คำตอบว่าตอนนี้ไปสัมมนาอยุ่ที่จังหวัดตาก  อ้าว!! เป็นงั้นไป  แต่โปรแกรมท่องเที่ยวก้อยังไม่ล้ม  ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร  เราก็พาแม่และเด็ก ๆ ไปเที่ยวได้  พอรุ่งเช้ากว่าจะออกจากบ้านกันได้ก็สาย  9 โมงกว่าไปเยอะเหมือนกัน  แต่ใช้เส้นทาง ป่าโมก เลยสะดวกถึงสุพรรณเร็ว  พอถึงสุพรรณฯ  อย่างแรกที่ต้องไป  คือไปสักการะ  หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์  เพื่อเป็นศิริมงคลกันเสียก่อนเลย

นั่นแน่!!!  อยากรู้ละซีว่าผู้เขียนขอพรอะไร  อิอิ  ม่ายบอก...  พอออกจากวัดป่าเลไลย์  ก็มุ่งตรงไปตามเส้นทางที่อาจารย์ประจักษ์ บอกไว้เลย  สัก  30 ก.ม.  ก็ถึงอู่ทอง  หลังจากนั้นขับต่อไปอีก ซัก 20 ก.ม. มั๊ง  ตอนแรกชักลังเล เสียแล้ว  ไกลไหมหว่า...  ไม่ได้ขอเบอร์อาจารย์ไว้ด้วยจะได้โทร.หาให้อุ่นใจซะหน่อยกลัวหลงเหมือนกัน  แต่ในที่สุดก็ไปถึง  เย้!!!

มาถึงที่นี่ก็เที่ยงพอดี  เลยพาเด็ก ๆ กินข้าวกันก่อน  ที่นี่มีห้องอาหารบรรยากาศดี  ห้องน้ำสะอาดอย่างที่อาจารย์ประจักษ์บอกจริง ๆ  เสียอย่างเดียวเรื่องที่จอดรถ  สงสัยอาจาย์ไปวันธรรมดา  เลยบอกกว้างขวาง  วันนี้วันหยุด  แคบไปถนัดใจเลยยย  กินข้าวกันเสร็จก็เดินดูพันธุ์ไม้งาม ๆ ๆ ๆ กัน 

 

 

เสียดายที่มีแต่ไม้ประดับ  และพืชผัก  เพราะแม่เป็นคนที่ชอบด้านสมุนไพรไทย  ไม่มีสมุนไพร  แต่ขนาดนี้ยังได้กล้วยไม้สวย ๆ มา  3  ต้นเลย  แล้วเด็ก ๆ ยังขอให้ซื้อต้นดาวเรือง  1 ต้น  ดาวกระจายดอกซ้อน  อีก 1 ต้น เพราะที่บ้านเคยเห็นแต่ดอกไม่ซ้อน  แต่พอเอาต้นไม้ขึ้นรถก็สงสารเขาจัง  รถเราร้อนยังกับเตาอบ  ออกรถได้ก็ตรงมาที่ทุ่งทานตะวัน  แม่ให้พาเด็ก ๆ ไปเดิน  ส่วนแม่เมื่อยแล้วขอปูเสื่อนั่งรอใต้ต้นไม่  แต่ไม่ลืมยกต้นไม้ที่ซื้อมา ลงมาด้วย  กลัวร้อนตายกันพอดี

เดินดูทุ่งทานตะวันเหลืองอร่าม  กันพักใหญ่  แดดร้อนแต่ลมเย็น  เดินไม่เบื่อเลย  สักพักก็มานั่งพักกับแม่  แล้วก็ขึ้นรถเดินทางกลับเข้าเมื่องสุพรรณกัน  มาสุพรรณ ทั้งที  ต้องไป เที่ยวหอคอย บรรหาร- แจ่มใสหน่อย  ผู้เขียนเคยมาหลายครั้งหลายคราไม่เคยขึ้นไปบนหอคอยซักที  ครั้งนี้ตั้งใจว่าต้องขึ้นให้ได้  และก็ได้ขึ้นจริง ๆ ที่นี่บรรยากาศสวยมากค่ะ  มีกล้องให้ส่องดูระยะไกลหลายมุม  มีมุมหนึ่งเขียนบอกว่าสามารถส่องเห็น  เขาวง  สระบุรี  ที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้ในบล็อก แต่ลองส่องดูไม่เห็นเลย เพราะช่วงนี้เป็นหน้าหนาว  ถึงจะบ่ายแล้วก็เถอะ  มองไกล ๆ ในระยะสูงจะเห็นมีหมอกขาวๆ เยอะมากมองไม่เห็นอะไรเลย น่าเสียดายจัง  แต่ไม่เป็นไร  บริเวณรอบ ๆ หอคอยบรรยากาศน่าถ่ายรูปเยอะเลย  พอลงมาเลยถ่ายรูปกันใหญ่

 

 

กว่าจะออกจากที่นี่ได้ก็  16.30 น. แล้วก็ไปแวะเอกชัยสาลี่ซื้อของฝากกันหน่อย  เลยไปได้ของแถมภาพดอกกล้วยไม้สวย ๆ ที่ประดับไว้นอกร้านมาฝากอีก

 

 

เดินซื้อของกันอีกสักพักก็กลับกัน  แวะทำธุระในตัวเมืองอยุธยาอีก  แป๊บ  กว่าจะมาถึงบ้านก็เกือบ ทุ่ม    มาถึงก็ก๊อบ ภาพลงเครื่อง  น่าเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องไป เพราะเพื่อนยืมไปยังไม่ได้คืน เลยต้องใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายเลยได้ภาพไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แล้วก็รีบไปหน่อยยังไม่มีเวลาจัดภาพให้สวย ๆ  เดี๋ยว อาจารย์ขจิต มาเห็น คงบอกว่า อุตส่าห์ ส่งโปรแกรมมาให้แล้วไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์  ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน  วันนี้รีบไปหน่อย  ถึงบ้านด้วยสวัสดิภาพกันดี  เด็ก ๆ ก็เหนื่อย  แต่ก็สนุกกันดี  งานนี้ต้องยกความดีให้ อาจารย์ประจักษ์ ที่ช่วยแนะนำสถานที่สวยงามให้ไปเที่ยวกัน  ขอบคุณมากเลยค่ะ  ว่าแต่ว่า  12-21 ธันวาคม  งานมรดกโลก  ที่อยุธยา  อาจารย์อย่าลืมแวะมาเที่ยวบ้านเกิดบ้างนะคะอาจารย์  ผู้เขียนเองก็ตั้งใจว่าจะพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเหมือนกัน  แต่คงไม่ไปกลางคืนหรอก เพราะงานแสงสี  ก็เหมือน ๆ กันทุกปี  ไปเดินดูตามสถานที่ ที่เขาจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ดีกว่า  แล้วจะเก็บภาพมาฝาก กันอีกค่ะ