น้ำหมัก

น้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ทำก็ง่ายใช้ก็สะดวก

                การใช้ปุ๋ยเคมีต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบให้หน้าดินแน่น โครงสร้างของดินเสียไป  ทำให้ดินมีความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้น ผลสุดท้ายการปลูกพืชชนิดใดลงไปก็จะไม่งาม  ต้นแคระแกร็น และตายในที่สุดประกอบกับปัจจุบันปุ๋ยเคมีมีราคาแพง ดังนั้น การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสมแก่การปลูกพืช  ด้วยทำปุ๋ยน้ำหมักจากเศษซากพืชหรือจากหอยเชอรี่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

ก่อนที่จะทำปุ๋ยน้ำหมักควรทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติไว้ก่อน โดยการเลือกหัวสับปะรดค่อนข้างฉ่ำ  และไม่เคยใช้ยากำจัดโรคพืชมาก่อนอย่างน้อย  3  เดือน  นำมาปลอกเอาเฉพาะเปลือก โดยการเฉือนให้ติดตาสับปะรดด้วยแล้วสับให้ละเอียด  เพราะที่ตาสับปะรดมีจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่เป็นประโยชน์  จากนั้นก็นำจุลินทรีย์ที่ตาสับปะรดมาผลิตขยายให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น  เพื่อนำมาผสมทำปุ๋ยน้ำหมักจากเศษซากพืชหรือหอยเชอรี่

วิธีการทำน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ก็ใช้ตาสับปะรดสับละเอียด 3 ส่วนกากน้ำตาล (โมลาส) 1 ส่วนน้ำมะพร้าว 1 ส่วน มาผสมให้เข้ากันแล้วเทใส่ภาชนะ เช่น  ถังพลาสติก  ไห  หรือโอ่ง  ปิดฝาให้สนิท  หมักทิ้งไว้ 7 10 วัน  กรองด้วยผ้าขาวบางจะได้น้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือหัวเชื้อปุ๋ยน้ำหมัก  เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป จะเห็นได้ว่าการทำน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์  เกษตรกรสามารถทำได้ง่ายๆ  โดยการจัดหาวัสดุในท้องถิ่นหรือที่มีขายตามตลาดนัดหรือร้านค้าใกล้บ้าน  ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิต แทนการหาซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์ในราคาแพง  เป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ระดับหนึ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายอาทร  บุญมาทอง  เจ้าพนักงานการเกษตรประจำ ต.วังข่อย  อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ โทร.056-259284