เก็บมาเล่าเอามาบอกต่อ(ตอน5)


วัฒนธรรมของการเรียนรู้ เรียนรู้จากคนรอบข้าง เรียนรู้จากผู้ป่วย เรียนรู้จากเจ้าหน้าที่ด้วยกันในหน่วยงาน เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นทั้งในทั้งนอกโรงพยาบาล

                        วันนี้ รีบกลับมาเขียนบันทึกต่อ เพราะว่าถ้าปล่อยไว้นานวัน เห็นทีจะขี้เกียจแน่   (ไม่ใช่กลัวจะลืมหรอกนะคะ ยังไม่แก่สักหน่อยจะลืมง่ายๆได้อย่างไร)

                        ขอตัดบทย่อยๆ ของวัฒนธรรมคุณภาพในตอนที่แล้ว  มาเล่าเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัย กันเลยดีกว่านะคะ วัฒนธรรมความปลอดภัยก็จะแบ่งเป็นความปลอดภัยของผู้ป่วย และความปลอดภัยของสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของผู้ป่วยที่สำคัญเช่น การระบุตัวผู้ป่วย ที่เล่าให้ฟังแต่ตอนที่แล้วค่ะ  ส่วนการสื่อสารประสานงาน เราเน้นการเป็นผู้ประสานเชื่อมโยงเครือข่าย สื่อสารข้อมูลและส่งต่อผู้ป่วย ระหว่าง PCU ผ่าน ศูนย์สุขภาพเมือง และศูนย์สุขภาพเมือง กับโรงพยาบาลพุทธชินราช เป็นการสื่อสารแบบ 2 ways communication 

                         เราได้พัฒนารูปแบบการส่ง บส 1 (แบบฟอร์มการเยี่ยมบ้าน)จากเขียนเป็นเอกสารกระดาษ มาเป็นfile electronic แทนส่งต่อข้อมูลตั้งแต่หอผู้ป่วยใน ผ่านมายัง ศูนย์ประสาน ส่งต่อไปยังPCUเครือข่าย เมื่อ PCU เครือข่ายเยี่ยมบ้าน ก็จะตอบกลับข้อมูลการเยี่ยมกลับมาให้หอผู้ป่วยใน ผ่านทางศูนย์ประสานงาน เป็นเสมือนภาพของข้อมูลที่ไหลเวียนไปมาค่ะ เราดำเนินการต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว อัตราการตอบกลับของ PCU ก็มากขึ้นตามลำดับ (น่าชื่นใจนะคะ) และในปีนี้ เราก็มีโครงการที่จะพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษากับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร  โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โครงการนี้เริ่มมีการพูดคุยปรึกษาวางแผนร่วมกันแล้ว

                       

                    วัฒนธรรมความปลอดภัยที่สำคัญมากๆอีกเรื่องหนึ่งคือ ความปลอดภัยในการใช้ยา เราจะมีการเฝ้าระวังความคลาดเคลื่อนทางยา กันทุกจุด ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเรื่องการแพ้ยา ที่ต้องซักถามประวัติแพ้ยาของผู้ป่วยทุกราย ทุกขั้นตอน  ใช้เครื่องมือสื่อสารข้อมูลกัน ตั้งแต่ sticker สีแดง การลงข้อมูลในโปรแกรมตรวจรักษา ซึ่งมีการเชื่อมข้อมูลกับโปรแกรม ADR ของโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยที่ได้บันทึกข้อมูลว่าแพ้ยาแล้ว จะมีข้อความ alert ว่าแพ้ยา ให้ได้เห็น ตั้งแต่เปิดศูนย์สุขภาพเมือง มา เรายังไม่เคยมีประวัติผู้ป่วยแพ้ยาซ้ำ และมีอันตรายถึงตัวผู้ป่วย เลยนะคะ เรียกว่า ดักจับทุกขั้นตอนจริงๆ

                         วัฒนธรรมที่เกิดขึ้น พร้อมๆกับการพัฒนางานของเวชศาสตร์อีกด้านหนึ่ง คือวัฒนธรรมของการเรียนรู้ เรียนรู้จากคนรอบข้าง  เรียนรู้จากผู้ป่วย เรียนรู้จากเจ้าหน้าที่ด้วยกันในหน่วยงาน เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นทั้งในทั้งนอกโรงพยาบาล เมื่อเรียนรู้ แล้วก็มีการแลกเปลี่ยน มีการบันทึก เพื่อให้การเรียนรู้ของเราพัฒนายิ่งขึ้น ตรงส่วนนี้อาจารย์นิพัธ ภูมิใจนำเสนอ ชุมชนคนเขียนblog ของเวชศาสตร์ครอบครัว http://gotoknow.org/planet/fammedbuddhachin ค่ะ  (ลองเข้าไปเยี่ยมชมพวกเรานะคะ)

                           วัฒนธรรมสุดท้าย ทีสำคัญที่สุด และถือเป็นภารกิจสำคัญของเรา คือวัฒนธรรมการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งอาจารย์นิพัธจะบรรยายแยกให้เห็นชัดเจนว่า วัฒนธรรมส่งเสริมสุขภาพอะไรบ้าง  ที่เราทำในโรงพยาบาลและเราส่งเสริมสุขภาพคนในชุมชนของเราอย่างไร   ติดตามเราในตอนต่อไปนะคะ    

  

คำสำคัญ (Tags): #วัฒนธรรมคุณภาพ
หมายเลขบันทึก: 228225เขียนเมื่อ 8 ธันวาคม 2008 19:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:58 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

ขอบคุณคะที่นำสิ่งดี ๆมาเผยแพร่คะ

ดีจังเลยนะน้อยที่ได้นำสิ่งดีๆมาเผยแพร่ นับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นประวัติศาสตร์การสร้างงานปฐมภูมิเลยทีเดียวนะ

เดี๋ยวก็ว่าด้วยเรื่องส่งเสริมสุขภาพต่อนะน้อย ขอบใจที่บันทึกเอาไว้นะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี