ธรรมชาติให้อะไรเรามากมาย...แล้วเราให้อะไรกลับคืนสู่ธรรมชาติบ้าง?

  
แม่แบกลูกไว้บนหลังตลอดเวลาที่เดินทาง
                                          อุ่นใจเสมอ..เมื่ออยู่บนหลังแม่
             ต่อจากทริปฉบับบันทึกก่อนหน้านี้....ที่เราเดินชมกาดชาวเขา..สัมผัสรอยยิ้ม และไออุ่นแห่งขุนเขามาบ้างแล้ว...
       จากนั้นคณะของเราก็ได้เดินทาง ไปชมไร่ชาที่ขึ้นชื่อ เพราะเคยได้รางวัลชาโลกมาด้วยล่ะค่ะ...ที่นี่ก็มีชิมชาฟรี สอนวิธีการชงชาที่ถูกวิธี เช่น ไม่ใช้น้ำที่มีคลอรีนปนเปื้อน ไม่ดื่มชาที่แช่ไว้นานๆเกิน เดี๋ยวจะท้องผูก....และเพิ่งทราบค่ะ เขาบอกว่าการต้มไข่ด้วยใบชา ช่วยลดคลอเรสเตอรอลในไข่ได้ด้วย อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะจริงหรือเปล่า...ต้องพิสูจน์....อิอิ

       เราแวะมาชิมชาอย่าเดียว ก็ดูกระไรอยู่....เห็นเขาทำซาลาเปาชาเขียว ใส้เค็ม ดูน่าทาน เลยชิมซะคนละลูก.....อืมม์...อร่อย เยี่ยม นุ่ม ละเมียดลิ้นจริงๆ สมชื่อเขาล่ะค่ะ
       เสร็จสรรพ ช็อปชากันคนละห่อสองห่อ ก็ได้เวลาลงดอย

   
   (คุณปุ๋ยและคุณคมน์ ผู้ใจดีที่ช่วยหอบของจาก กทม. มาฝากเด็กๆ โดยช่วยรวบรวมจากพี่ๆเพื่อนๆที่ทำงาน มาด้วย บางท่านก็ซื้อของใหม่มาให้ก็มีค่ะ ขอบคุณแทนเด็กๆ นะคะ....คนใจดีแบบนี้ หายากเน๊าะ)

     ก่อนลง ผ่านหมู่บ้านสามแยกอีก้อ เลยแวะเอาเสื้อกันหนาว ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ที่คนใจดีในกรุง ฝากมาให้เด็กๆ และชาวบ้านที่ยากไร้ ทุกคนที่นี่ดีใจ แต่เสียดายที่ของไม่พอ เลยได้กันไม่ทั่วถึงค่ะ แต่เห็นรอยยิ้มเด็กๆ แล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทั้ง ตั้งใจว่า จะหามาให้เด็กๆ อีกค่ะ
     

    อย่างน้อยเราก็ยังมี คนใจดีอยู่ในสังคมเราอีกมากมายค่ะ...ดีใจแทนเด็กๆ และชาวบ้านที่นี่จริงๆ ขอบคุณ ผู้ใจบุญทุกท่านแทนคนที่นี่ด้วยค่ะ...
   
         ลงดอยแต่ละที ต้องค่อยๆ ลง ระมัดระวังค่ะ เพราะอุบัติเหตุ มีทุกวัน เพราะคนขับที่ไม่ชำนาญเส้นทาง ก็อาจจะพลาดได้ค่ะ

      ลงดอยแล้ว เรามีจุดหมายต่อไป คือ ไหว้สะดือเมือง (เสาหลักเมือง) แล้ว ไปเดินถนนคนเดิน (อีกแล้ว)  ......แหะๆ แต่ตอนนี้ เดินทั้งวันมานี่ ก็เมื่อยแย้ว..แง้ๆ...เดี๋ยวจะนำเสนอต่อนะคะ...
     ขอแวะทานอะไรซักหน่อยก่อนนะคะ...ก่อนที่จะเคลื่อนทัพต่อไป...