ได้มีโอกาสอ่านบทความบทความหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดย ดร. รัชนีวรรณ วนิชย์ถนอม
ซึ่งเป็นบทความที่ดี จึงขอนำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านบ้างค่ะ โดยนำมาจากคอลัมน์ "กระแสคน กระแสโลก"ในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ความเหมือนในความแตกต่าง: วิธีการขับรถ กับสมรรถนะในการบริหารงานทรัพยากรบุคคล
เมื่อพินิจพิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างถี่ถ้วน เรามักจะมองเห็นความเหมือนในความแตกต่างอย่างน่าฉงน และน่าประทับใจ ในขณะเดียวกันก็น่าที่จะแบ่งปันมุมมองเหล่านี้ให้กับผู้คน การมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดทำให้ต้องขับรถไป ๆ มา ๆ เป็นประจำ ระหว่างขับรถก็เป็นช่วงเวลาที่จะคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย สิ่งที่สังเกตเห็นเกี่ยวกับการขับรถก็คือ การขับรถบนทางหลวงระหว่างจังหวัดจะมีวิธีการขับรถที่แตกต่างจากการขับรถในกรุงเทพหลายอย่าง ซึ่งจะรู้กันในหมู่ของผู้ขับขี่ยวดยานบนทางหลวง กฎพื้นฐานอย่างรถที่ขับช้าควรจะอยู่ในช่องทางเดินรถด้านซ้าย และรถที่ขับเร็วก็จะขับในช่องทางเดินรถด้านขวา นี้เป็นกฎพื้นฐาน แต่ว่ายังมีรายละเอียดอื่น เช่น การเปลี่ยนช่องทางเดินรถนั้นต้องมีระยะระหว่างรถค่อนข้างมาก เพราะรถมักจะขับกันด้วยความเร็วมากกว่ารถบนถนนในเมือง หรือถ้ารถที่แล่นสวนมาเปิดไฟ แสดงว่าอาจจะมีตำรวจทางหลวงตั้งด่านอยู่ข้างหน้า เป็นต้น
การที่เราจะขับรถถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและไร้ปัญหาจึงอยู่ที่การที่รับรู้และปฏิบัติตามกฎจราจร รวมไปถึงข้อปฏิบัติอื่น ๆ ซึ่งในประเด็นหลังนี้บางทีไม่ได้มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นวิธีปฏิบัติที่ทราบกันโดยทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการ สิ่งนี้เองมีความเหมือนกับการบริหารงานบุคคลในหน่วยงาน โดยทั่วไปหน่วยงานประกอบด้วยคนหลายกลุ่มได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง (ผู้จัดการ) หัวหน้างาน และผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น คนแต่ละกลุ่มมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน แต่คนเหล่านี้เขารู้หรือไม่ว่า เขาต้องทำงานอะไร ทำอย่างไร และทำเพื่ออะไรให้กับหน่วยงานที่เขาสังกัดอยู่ ระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลภาครัฐตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มีการแบ่งประเภทข้าราชการไว้ 4 ประเภท ได้แก่ ประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ ประเภทบริหาร ซึ่งข้าราชการแต่ละประเภทมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันต่อหน่วยงาน ข้าราชการแต่ละประเภทจะทราบได้อย่างไรว่าพวกเขาถูกคาดหวังให้ทำงานอะไร ทำอย่างไร และทำเพื่ออะไร พวกเขาจะทราบได้จากเอกสารที่เรียกว่า “มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง” ซึ่งเป็นเอกสาร ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อตำแหน่ง ชื่อสายงาน ชั้นงาน หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก และผลสัมฤทธิ์ของการทำหน้าที่นั้น ๆ คุณสมบัติเฉพาะของผู้ดำรงตำแหน่ง เช่น วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ที่จำเป็น นอกจากนั้นแล้วสำนักงาน ก.พ. ยังมีหนังสือเวียนเกี่ยวกับคุณสมบัติอื่นของผู้ดำรงตำแหน่ง ได้แก่ ความรู้ที่จำเป็นในงาน ความรู้กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทักษะ 4 ด้าน (คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ คำนวณ การจัดการข้อมูล) และสมรรถนะ
สมรรถนะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ข้าราชการมักถามว่าสมรรถนะคืออะไร และจะมาเกี่ยวกับตัวพวกเขาอย่างไร สมรรถนะก็หมายถึงคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคคลสร้างผลงานได้โดดเด่นในองค์การ หรืออาจเรียกอีกอย่างว่าเป็น “มาตรฐานทางพฤติกรรมในการทำงาน” ที่ทำให้คนในหน่วยงานรู้ทั่วกันว่า ใคร (ข้าราชการประเภทใด ชั้นงานใด) ควรต้องทำงาน (ตามหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกัน) อย่างไร ตัวอย่างเช่น ข้าราชการประเภทอำนวยการ และบริหาร ซึ่งข้าราชการประเภทอำนวยการทำหน้าที่คล้ายกับผู้จัดการในบริษัท ขณะที่ข้าราชการประเภทบริหารจะเป็นผู้บริหารระดับสูง ทั้งสองกลุ่มถูกกำหนดสมรรถนะทางด้านการบริหาร 6 สมรรถนะด้วยกัน ได้แก่ สภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ การวางกลยุทธ์ภาครัฐ ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน การควบคุมตนเอง การสอนงานและการมอบอำนาจแก่ผู้อื่น
สมรรถนะของข้าราชการประเภทอำนวยการและบริหารจึงเป็นสิ่งที่บอกว่า ข้าราชการสองประเภทนี้ต้องแสดงพฤติกรรมของการมีสภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ การวางกลยุทธ์ภาครัฐ ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน การควบคุมตนเอง การสอนงานและมอบอำนาจให้ผู้อื่น ซึ่งมีข้าราชการประเภทอำนวยการและบริหารจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่าการทำงานของพวกเขาควรทำอย่างไร เราอาจพบว่านักบริหารระดับสูงบางที่ ลงมาเล่นบทของอำนวยการ คือลงมาควบคุมงาน มอบหมายงานในระดับสำนัก กอง ผลเสียก็คือ ท่านเหล่านั้นแสดงบทบาทของการเป็นนักบริหารน้อยลง ในขณะที่ข้าราชการระดับอำนวยการก็ไม่ได้รับมอบอำนาจให้ดูแลงานในความรับผิดชอบของตนอย่างเต็มที่
สมรรถนะจึงเป็นเหมือนความหวังหนึ่งที่จะสื่อสารกับผู้คนในองค์การว่าบทบาทการทำงานของพวกเขานั้นควรต้องทำงานอย่างไร ความหวังนี้จะเป็นจริงหรือไม่อยู่ที่การนำสมรรถนะไปใช้ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มที่การคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกจากภายนอก หรือการคัดเลือกจากภายใน (การเลื่อนตำแหน่ง) การบริหารผลงาน (มอบงาน พัฒนาข้าราชการ ติดตามงาน ประเมินผลงาน และการจ่ายค่าตอบแทนหรือรางวัล)
ถ้าการขับรถ เปรียบเหมือนการทำงาน วิธีการขับรถส่วนหนึ่งก็คงเปรียบได้เหมือนสมรรถนะที่จะบอกว่า ข้าราชการควรจะทำงานอย่างไร
![]()
เป็นบทความที่ดีมาก เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ