ควรบำเพ็ญซึ่งทานคือการให้ ท่านว่าไว้สวยงามสามสถาน หนึ่งให้ของสองธรรมะชนะมาร อภัยทานที่สามงามเหลือเกิน

           

 ชวนผู้ใหญ่คิด ชวนผู้ใหญ่อ่าน แล้วช่วยกันสานต่อ.."บทความแสงแดด"..ยาวมาก นะคะ..อ่าน เถอะ.. นะ นะ.. เพื่อเก็บสาระ ดี ดี ที่มีมาคุยกัน..หรือ บอกต่อ..ถ้าเคยอ่านแล้ว..ก็อ่าน อีก นะ..เพื่อซึมซับ สาระดีดี..

มีของแถม..ด้วยนะ..อ่าน นานๆ ได้..คลื่นสมาธิเพิ่ม.คลื่น ที่ทำให้มีสภาวะสงบสุข...ไง( Beta,Alpha&theta)..อิอิ..

ควรบำเพ็ญ ซึ่งทาน คือการให้
ท่านว่าไว้ สวยงาม สามสถาน

หนึ่งให้ของ สองธรรมะ ชนะมาร
อภัยทาน ที่สาม งามเหลือเกิน.

 

  แสงแดดผู้ใจดี

แสงแดดยามเช้า ปลอมตัวเป็นเด็ก ตัวเล็ก ที่มีแสงเรืองรองในร่างกาย
เขาลงมาวิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ บ้าน  วิ่งอยู่บนสะพาน
นั่งอยู่บนเสาไฟฟ้า กระโดดไปมาบนผิวน้ำ ดูมีความสุขมาก

 

เช้าวันนี้ เขากำลังเดินอยู่บน สนามหญ้า
และได้ยินเสียงเพลงไพเราะ มาจาก..นกตัวหนึ่ง

” สวัสดีจ้ะ” แสงแดดทักทาย
” สวัสดี สวัสดี ” นกร้องตอบ
” เธอร้องเพลงเก่งจังเลย ” สอนฉันบ้างได้ไหมจ๊ะ ”
” เธอมีอะไร มาแลกไหม ล่ะ ”

นกว่า ถ้ามีสิ่งแลกเปลี่ยน ฉันจะสอนให้
แสงแดด ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยน จึงเดิน จากนกมา..ด้วยความเสียใจ

เดินไปไม่นาน ..เขาก็พบห้องที่มี สีเทียนหลายแท่ง..กำลังวาด
และระบายสี
รูปผีเสื้อแสนสวย กันอยู่อย่าง.. ขะมักเขม้น
แสงแดดประหลาดใจมาก..ที่สีเทียนวาดรูปได้

สวัสดีจ้ะ ฉันอยากวาดรูประบายสีได้อย่างพวกเธอจังเลย

 ..พวกเธอสอนฉันด้วยได้ไหมจ๊ะ
” สวัสดีแสงแดด ”

พวกสีเทียนร้องตอบ

” พวกเราสอนให้เธอวาดรูปก็ได้จ้ะ

แต่เธอมีอะไรให้พวกเรา เป็นการตอบแทนหรือเปล่า
แสงแดดไม่มีอะไรจะมอบให้เป็นสิ่งตอบแทนได้
..เขาจึงเดินจากมา ด้วยความ เศร้าสร้อย..

    เมื่อเดินต่อไป.. แสงแดดก็พบกับแว่นตา ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งใจ
                       แสงแดด ตื่นเต้นมาก..ที่แว่นตาอ่านหนังสือได้
                       เขาอยากรู้ว่า..ในหนังสือเล่าถึงเรื่องอะไร..บ้าง

” สวัสดี ” เขาทักแว่นตาเบา ๆ
” สวัสดี ” แว่นตาตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
” กำลังอ่านหนังสือสนุกทีเดียว ”

ฉันอยากอ่านหนังสือได้เหมือนเธอจังเลย เธอพอจะสอนฉันได้ไหมจ๊ะ
” ได้สิ ” แว่นตาตอบ
” แต่เธอมีอะไรตอบแทนให้ฉันหรือเปล่าล่ะ

 ฉันต้องได้รับสิ่งตอบแทนด้วยนะ ”
” ฉันไม่มีสิ่งใดให้กับเธอเลย” แสงแดดพูดด้วยความเศร้าใจ

 แสงแดดไม่มีสิ่งใดตอบแทน เช่นเคย

 จึงต้องเดินจากมา อย่างสิ้นหวัง
เขาเดินไปในที่ต่าง ๆ อย่างเงียบเชียบ.. ไม่รู้สึกสนุกเหมือนเคย..

สวัสดี..แสงแดด ดีจังเลย  ที่เธอเดินผ่านมา..ทางนี้ ”
ดอกไม้เล็ก ๆ ร้องทักอย่างดีใจมาจาก..ใต้พุ่มไม้
” สวัสดี..ดอกไม้ ” เขายิ้มให้กับดอกไม้
” ฉันกำลังหัดบานอยู่..จ้ะ ฉันจึงอยากเจอเธอ
และอยากขอร้องให้เธอมายืนอยู่ใกล้ ๆ.. ฉัน

ฉันอยากได้..แสงแดด..ที่อบอุ่น..พอดี..จ้ะ

ในที่ซึ่ง ดอกไม้ ยืนอยู่นั้น

มืดครึ้ม เกินกว่า สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จะเจริญเติบโตได้ เต็มที่
แต่ถึงอย่างไร ดอกไม้เล็ก ๆ ก็มีความตั้งใจ ที่จะบานให้ได้อย่างสมบูรณ์
แสงแดดดีใจมากที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้อื่น

ตกลง ฉันจะให้แสงที่อบอุ่น

แก่เธอนานเท่าที่เธอต้องการ


” ขอบใจมาก..แสงแดด..แต่ฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน..ให้เธอเลย..นะจ๊ะ ”


ดอกไม้ กล่าว เศร้า ๆ

  แสงแดดรู้ดีว่า  ดอกไม้ จะรู้สึกเศร้าเสียใจ เพียงใด
หากเขาปฏิเสธ ที่จะให้แสงกับเธอ เขาจึงยิ้มและบอกว่า

ไม่เป็นไรหรอก ฉัน เต็มใจ ช่วย เธอ จ้ะ

แล้วแสงแดด ก็เดินไป เปล่งประกายให้แสงสว่างที่ อบอุ่น

แก่ ดอกไม้ ที่ใต้พุ่มไม้นั้น

ในที่สุด ดอกไม้ก็สามารถ เผยอ กลีบ เป็นดอกไม้บาน ที่สวยงาม

ได้สมความตั้งใจ


แสงแดด รู้สึกภูมิใจ ที่ได้ เห็นดอกไม้บาน
เขา มี ความสุข มาก

 

 เขาจึงคิดว่า  จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจในทุกครั้งที่มีโอกาส
โดยไม่หวังว่าจะได้รับผลตอบแทนใด ๆ เลย

ตั้งแต่นั้นมา แสงแดดก็เดินทางไปในที่ต่าง ๆ
เพื่อให้ความอบอุ่น แก่ต้นไม้ ถนน บ้าน เสื้อผ้า ถุงเท้า
แม่น้ำ แมว จักรยาน คน รองเท้า ฯลฯ


....ด้วย ความสุขใจ จน ทุก วันนี้....

 

ลอง..มอบสิ่งที่เรามีอยู่..ให้กับผู้อื่น โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ดูสิ


แล้วเราจะรู้สึกดีๆ.. กับสิ่งที่เราได้ทำลงไป

 ยังมีความต้องการ..อีกมากมาย..จากคนรอบข้าง

ซึ่ง..เราสามารถช่วยได้ ..ลองหาดู..แล้วเราก็จะพบ.. นะจ๊ะ

 

..ขอบคุณ ที่ อดทน อ่าน จนจบ...( รึ เปล่า..)  

เห็น ไหม ได้ คลื่นสมาธิ เพิ่ม สูง..เชียว กำไร เห็น ๆ อิอิ

กลับไป อ่าน อีก รอบ ไหม  อิอิ

..อ่าน จบ แล้วคุย กันต่อ นะ นะ ..

 อย่าเพิ่งไป..น้องทราย คุณแม่..ขอ ร้อง เอ๊ย..ครูส้ม ขอร้อง..

ความเป็นจริง ในปัจจุบัน..การให้ที่ไม่หวังการตอบแทน นั้น มีน้อยลง นะ 

ส่วน..คนที่ให้ จริง..อย่างจริงใจ...นั้นก็ยังคงมี อยู่..หลายคนอาจอยู่รอบๆ ตัวท่าน..   

 นั่น แหละ..แต่ หาก เทียบ น้ำหนักดูแล้ว..

...เห็น ไหม คะ..ว่า ยังเอียง ข้างใด อยู่..

  อาจ เป็นเพราะปัจจัย หลาย ๆ อย่าง..

·        สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ต้องใช้เงินเป็นไฟฉายส่องนำทาง

·        ความเจริญทางเทคโนโลยี ที่ผลิต วัตถุ สิ่งของล่อลวงใจ ที่เรียกกันซะ หรูหรา ว่า เป็น ปัจจัยที่ 5 ที่ 6 ---ปัจจัยที่ไม่มีที่สิ้นสุด

·        ตัวอย่าง ของการนับถือ วัตถุ เป็นพระเจ้า ของคนต้นแบบ ที่มีให้เด็กๆ เห็นและซึมซับ เข้าสู่ตัวตนโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นตัวตนที่ถาวร เห็นแก่ได้ เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน..

·        ก่อให้เกิดปัญหา  มากมาย หลากหลาย รูปแบบ ที่พวกผู้ใหญ่ อย่างเรา ๆ ได้เห็น จน ชินตา  แต่ไม่ชินใจ..

 

ทำอย่างไร กัน ดี กับการปลูกฝัง "เรื่องการให้ แบบไม่หวังผลตอบแทน.."

..กับเด็กๆ..อนาคตของชาติ..เพื่อแก้ปัญหาการเห็นแก่ได้ เห็นแต่ประโยชน์ส่วน

ตน..ส่วนญาติพี่น้อง เหมือนผู้ใหญ่บางคน..ที่ไม่ใช่พวกเรา เขา ทำ กันอยู่..อิอิ

 ·        การสอนด้วย วาจาสมัยนี้ มันไม่เพียงพอ แน่นอน..เพราะเด็กสมัยนี้สอน ยากมาก..เหลือเกิน..จาก ประสบการณ์ ตรง ที่พบ..อยู่ทุกวัน  สอนให้เข้าใจ ความหมายของ ความดี ความหมายของ การให้แบบไม่หวังผลตอบแทนนั้น ยากที่จะเข้าใจ  แต่ถ้าสอนเทคโนโลยีที่สามารถ นำความรู้มาอวดแข่งขันกัน นั้น ช่างสนใจกัน..เหลือเกิน..

 

·        เริ่มจาก การเป็นคนต้นแบบ ที่ให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน..เหมือนแสงแดด กับ ดอกไม้ .......เพื่อหวังผลให้เกิด การซึมซับ เข้าสู่ตัวตนโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นตัวตนที่ ถาวร…....โดยการเพิ่มจำนวน คนต้นแบบให้มากที่สุด...เห็นด้วย..ไหม...

  

·        จะขอตั้งปณิธานในการเป็นต้นแบบของการให้.. ต่อเนื่องตลอดไป จนสิ้นสุด..วาระ..

 

·        และ อีกหลายๆ วิธี หลายๆ ข้อคิด...จากท่าน...ขอ นะ นะ ช่วย เขียน ข้อคิด และ วิธีการสอน ดี ๆ  ฝากไว้...........ขอบคุณ... ผู้ใหญ่ใจดี  ล่วงหน้า ค่ะ..

 

                      ...ช่วยกันคิด  ช่วยกันอ่าน แล้ว สานต่อ...

..เพื่อเด็กๆ และเยาวชน..ของเรา..

 

ขอบคุณ

·        Saranair.com

·        http://www.dhammathai.org/treatment/poem/poem15.php