ตาพุทธา...เป็นคำเริ่มต้นประโยคนินทาทุกครั้ง ที่ฉันจะพูดถึงพ่อ...ปีนี้แกอายุ 84 แล้วค่ะ แข็งแรงสุดๆ ดูได้จากคำบ่น...วันไหนบ่นได้...คือไม่ป่วย...แต่ก้อเห็นแกบ่นได้ทุกวัน ...นั่นคือสุขภาพแข็งแรงใช่ปะ ชอบเล่นหวยเป็นชีวิตจิตใจด้วยหล่ะค่ะ
การบ่นของตาพุทธาหน่ะ จะมีรูปแบบสามัญ ด้วยการเริ่มต้นประโยคว่า...
- เกิดเป็นคนเด้อลูก ต้อง.......... หรือ
- เกิดเป็นนายพุทธาต้องลำบากอยางนั้นอย่างนี้ ถ้าลูกๆ ไม่อยากลำบากต้อง.........
ฉันเองนินทาพ่อบ่อยมาก ถึงมากที่สุด ขนาดฉันไม่ได้สนิทกับพ่อ...ด้วยว่าเราแยกกันอยู่มาตั้งแต่ฉันอายุ 6 ปี ด้วยว่าแม่ฉันตาย และตาพุทธาเสน่ห์แรงจนมีคนอาสามาเป็นแม่เลี้ยงของฉัน....ซึ่งเราทั้งหมดไม่ได้อยู่ด้วยกัน...แต่ใครต่อใครที่ไม่รู้ เค้าจะนึกว่าฉันเป็นลูกแม่เลี้ยงจริงๆ ด้วยว่าหุ่นเราเหมือนกัน และฉันก้อเอาใจท่านเหมือนแม่จริงๆ ด้วย
ฉันวิเคราะห์ตัวเองแล้ว พบว่า การที่ฉันนินทาพ่อนี้ คือการแสดงออกถึงความรัก...นินทาได้แสดงว่ารู้ข้อมูล สนิท ถึงนำมาเล่าต่อ บอกกล่าวคนอื่นๆได้ เพื่อนที่ทำงานฉันมักจะหัวเราะงอหายอยู่เสมอ....หากฉันเริ่มต้นด้วย...ตาพุทธาน่ะแก..............
เรื่องที่โหวตติดอันดับ ดูแล้วเห็นจะเป็น เรื่องที่ตาพุทธาแกเข้าโรงพยาบาลด้วยการหกล้ม และทรุดหนักมาก...รถพยาบาลฉุกเฉินไปรับที่บ้าน ชาวบ้านมุงกันใหญ่ จนแทบแถบจะไปจองวัด ลูกๆ โทรหากันแล้วบอกว่าทำใจไว้บ้าง แต่ไหง๋ 2 วันต่อมาออกมาจาก รพ. เดินปร๋อเลย ด้วยว่าปะเหมาะกับวันหวยออก แล้วแกซื้อไม่ถูก โมโหตัวเองจัด สุขภาพฟื้นตัว ดีวันดีคืน....หายป่วยเป็นปลิดทิ้ง ฮาไหมหล่ะ
นินทาเรื่องหวยอีกหน่อย ตอนเป็นเด็กฉันเคยน้อยใจตาพุทธา แบบว่า โทรหา แกไม่เคยถามเลยว่ากินข้าวหรือยัง เป็นงัยบ้างลูก...แกลับถามว่า แถวๆ ขอนแก่น เค้าเล่นหวยตัวไหน...แป่วๆ น้อยใจซ้าไม่มี แต่พอโตขึ้น เข้าใจมากขึ้น ปล่อยแกเฮอะ ความสุขของแก นั่นคือการแสวงหาสังคม ด้วยว่ายิ่งแก่ยิ่งไม่ได้ไปไหน เฝ้าหน้าจอทีวี ดังน้นการสนทนาปัญหาหวย...จึงเป็นสิ่งที่นำพามาซึ่งความสุขโดยแท้...ฉันจึงแปรวิกฤติเป็นโอกาส โดยการโทรไป แล้วถามก่อนเลยว่า พ่อ...งวดนี้เต็งตัวไหนอ่ะ...ฉันเลยกลายเป็นลูกรักไปซะงั้นในฐานะที่เข้าใจหัวอกแก
เคยแอบถามตาพุทธาเหมือนกันว่า จะไม่ถามลูกบ้างเลยเหรอว่ากินอะไร เป็นยังงัยบ้าง แกบอกว่าจะถามอยู่หากเป็นเรื่องสำคัญๆ แต่ก็เชื่อว่าลูกแกดูแลตัวเองได้...และหากถามมากจะกลายเป็นแกจู้จี้ และวุ่นวายในเรื่องส่วนตัว ซึ่งแกเห็นว่าวัยรุ่นไม่ชอบ...อ้อ จริงๆ ฉันเข้าใจพ่อผิดไปสิเนี่ย
วันพ่อปีนี้ฉันส่งเสื้อหนาวไปให้พี่ๆน้อง ลุกๆ หลานๆ ซึ่งเป็นตัวแทนไปกราบท่าน ส่วนตัวฉัน...ใช้โทรศัพท์แสดงความรักผ่านคลื่น DTAC
ตาพุทธาแกได้ที...ถือโอกาสสั่งสอน ในวาระวันพ่อ....ซึ่งฉันรู้สึกขอบคุณสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของแก ที่ยังสามารถสั่งสอนลูกหลานได้เสมอ
ตาพุทธาแกว่า "เอ้อ โทรมาก็ดีแล้ว....เกิดเป็นคน ต้องรู้จักบุญคุณคน โดยเฉพาะผู้ที่มีพระคุณ ต้องกตัญญูกตเวที จะได้เจริญเจริญ" น้าน...
ฉันออกตัวว่า ปีนี้ไม่ได้กลับด้วยมีงาน ตาพุทธาแกว่า "ดีแล้วลูก รับราชการต้องรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ อย่าเหลาะแหละ จะได้เจริญเจริญ" น้าน
ฉันบอกแกว่า เอาไว้กลับตอนปีใหม่เนาะ....ตาพุทธาแกว่า "ดีแล้วลูก โทรศัพท์คุยกันก้อได้ น้ำมันมันแพง ต้องประหยัด" น้าน กี่คำสอนแล้วเนี่ย ฉันนับดู...เหมือนจะสามหัวข้อแล้วนะ
ฉันบอกว่า กินข้าวอร่อยมั๊ย อากาสเปลี่ยนระวังจะไม่สบาย ตาพุทธาแกว่า "ตัวเองก้อเหมือนกัน อะไรไม่พอกินก็อย่ากิน อ้วนมากไปแล้ว" อันนี้สงสัยกลัวลูกไม่สวย....แกชอบเม้าท์ให้ใครๆ ฟังอยู่เรื่อยว่า "มันสวยเหมือนพ่อ"...หุหุ มิน่าหน้าตาฉันถึงเป็นอย่างนี้
บางวันแม่ใหม่จะชอบเม้าท์กับฉันทางโทรศัพท์ ว่า "คิดดูสิ....ว่าพ่อทำถึงเป็นอย่างนี้....แล้วก็เล่ายาว" ตาพุทธาแกก้อนั่งมองตาปริบๆ พอฉันขอคุยด้วย...ด้วยการเปิดประเด็นว่า ทำไมพ่อทำยังงี้....ตาพุทธาแกสวนกลับด้วยน้ำเสียงฉุนขาดว่า "อย่าไปเชื่อแม่เค้า..พวกผู้หญิงหน่ะ คิดเล็กคิดน้อย..." แหน่ะ ไปแขวะเค้าอีก....แถมดุแม่อีกว่า อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องไปรบกวนลูก เค้าทำงานมาเหนื่อยๆ....ฉันรับรู้ได้ถึงความรักที่พ่อมีให้
พอฉันขับรถได้ ฉันจะให้คิวตาพุทธาปีละ 1 ทริป ไปไหนก้อได้...รับผิดชอบหมด ตาพุทธาก้อจะนัดหมายโดยการอ่อยเหยื่อไว้ว่า เดี่ยวพ่อเติมน้ำมันให้....ฉันก้อบอกไม่เป็นไร...จะไปไหนจะพาไป...สรุปแกให้ฉันพาไปกาฬสินธุ์...ออกไปจากตัวเมืองอีกไกลมาด้วยเหตุผลว่า จะไป "เข่นมีด" หรือลับมีด....รักนี่นะ ก้อต้องตามใจกันหน่อย ซึ่งพี่ชายของฉันบอกว่า...คนแก่ตามใจมากๆ ไมใช่เรื่องดี...เดี๋ยวเหลิง ซึ่งอาจจะจริง (เหตุผลที่แท้จริงแกต้องการไปเยี่ยมเยียนเพื่อนของแก ที่มีภูมิลำเนาที่นั่น ไม่ได้ติดต่อกันมา 30-40 ปี ลองสุ่มดู...ปรากฏว่าเพื่อนแกตายไปนานแล้ว...ความสุขของแกคือนั่งเม้าท์ให้คนแถวนั้นฟังมีสัมพันธ์แต่หนกลังอย่างไรบ้าง...ส่วนฉันก็ขอนอนเอาแรงที่บ้านชาวบ้าน ตื่นมาอีกทีก้อชาวบ้านนั่นแหล่ะค่ะชวนฉันและพ่อกินข้าวเที่ยงด้วยกันซะเลย
และวันพ่อของฉันไม่ได้มีแค่วันเดียว แต่วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีอาจจะเป็นวันที่พิเศษหน่อย ตรงที่ทำให้ลูกกล้าบอกคำว่า "รัก" กับพ่อ (และก้อร้องไห้...อิอิ) หรือกอดพ่อ และก้อขออโหสิ
ว่าไปแล้วตาพุทธานี่ ก้อถูกลูกบังคับหลายอย่าง ชอบบังคับให้อโหสิ โดยการไปกราบและพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ว่า "อะไรที่ล่วงเกินด้วยมโนกรรม กายกรรม และวจีกรรม หนูขออโหสินะ"...ทุกครั้งแกก้ออโหสิให้...ฉันเองก้อ อโหสิให้แกเช่นกัน พร้อมกราบงามๆ ด้วยใจผ่องแผ้ว
ดังนั้นเรื่องราว เรื่องร้าย ซึ่งอาจขึ้นได้ภายในครอบครัว ก้อจะมลายหายไป บางครั้งทำใจลำบากในการยอมรับ....แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่และก็ดับไป "เหตุและผล" และ "มุมมองของช่วงวัยที่แตกต่าง" จะทำให้เรารับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัวได้ง่ายขึ้น ไม่บั่นทอนความรักที่มีต่อกัน ดังนั้นฉันกับตาพุทธาอาจจะขัดแย้งกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่เกินปี การอโหสิของเราสองคน คือ การจะไม่คิดถึงมันอีก ไม่เอามันมาพูดอีก...งั้นการอโหสิจะไม่เป็นผล ดังนั้นหากไม่ขออโหสิวันพ่อ ก้อจะเลื่อนไปเป็นปีใหม่ หรือไม่ก้อเป็นวันสงกรานต์
...ความรักจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ถนอม...การอภัยช่วยได้ทุกอย่าง
ขอให้ตาพุทธาแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ หลานๆ นานๆ เด้อ...
"ขอให้ตาพุทธาแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆ หลานๆ นานๆ เด้อ..."
อวยพรด้วยคนจ้า..พี่ตุ่น..
เมื่อเย็น....ปูปู้ทำข้าวผัดหมูให้ทาน ..อย่างขมีขมัน..ซึ้งใจเป็นที่สุด..ไม่เพียงอิ่มท้องนะจ๊ะ..อิ่มที่ใจล่ะมากสุด^^...
หลานใครหนอ..ช่างปั้นจริง..^^
เป็นบันทึกที่น่ารัก
ลูก (แอบ)พูดถึงพ่อ ด้วยความรัก
ยินดีค่ะที่ได้มาทักทาย
คิดว่าเราคงเจอกันบ่อยๆ ที่หอฯกลางนะค่ะ
ฝากดอกไม้วันพ่อ
มากราบพ่อค่ะ
ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรงนะครับ
ขอให้มีความสุขทุกท่านครับ
ตามมาอ่านครับ
สุวขสันต์วันพ่อครับผม
ขอบคุณครูแอ๊วที่แวะมาเยี่ยมบันทึก
นี่ขนาดหักโหมนะ อย่าโหมมากนะนัก...
เป็นกลำใจให้...และหลานพี่ตุ่นก้อคือหลานแอ๊วด้วยหล่ะ
สวัสดีค่ะ คุณกระติก ซึ่งจริงๆ หน้าไม่เฉยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน, คุณคนพลัดถิ่น และครูโย่ง
สุขสันต์วันพ่อเช่นกันค่ะ
ขอให้คุณพ่อของทุกๆ ท่านมีสุขภาพแข็งแรง...(และอย่าขี้บ่นเหมือนตาพุทธาเด้อ)
แวะมาอวยพรตาพทธาด้วยคนนะคะ
ขอให้แข็งแรง..บ่น..บ่น..อีกมากๆนะคะคุณตาขา
วันนี้เป็นวันร้ายของครอบครัว...ด้วยว่ามรดกที่สั่งสมมาอาจจะไม่เหลือให้ลูกให้หลาน
ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เราห่วง...คือจิตใจของตาพุทธา...
ขอให้วันร้ายในครอบครัวเรากลับกลายเป็นวันดี
น้องตุ่นเป็นลูกที่น่ารักที่สุด เป็นลูกที่น่าภูมิใจของพ่อแม่ทุกคนที่มีลูกคิดได้อย่างนี้
คุณพ่อ คุณแม่ก็เป็นคนน่ารักมากนะคะ อ่านแล้วอมยิ้ม ชื่นชมที่น้องตุ่นเข้าใจเรื่องที่เป็นความน้อยใจ ความที่บางทีดูเหมือนไม่ค่อยมีเหตุผล เรื่องราวที่บางครั้งทำใจลำบาก ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ พี่ไม่มีคุณพ่อแล้ว มีคุณแม่เหลืออยู่ก็ต้องทำใจกับสิ่งที่ท่านเป็นอย่างยิ่ง สำคัญคือการปล่อยวาง และเราทำหน้าที่ของการเป็นลูกให้ดีที่สุด
ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่น้องตุ่นบอกว่าเป็นวันร้ายของครอบครัว ขอให้ความดีของน้องตุ่นและครอบครัวทำให้ผ่านสิ่งร้ายนั้นไปได้ และกลับกลายเป็นมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นตามมานะคะ เอาใจช่วยค่ะ
วันนี้เป็นวันร้ายของครอบครัว...ด้วยว่ามรดกที่สั่งสมมาอาจจะไม่เหลือให้ลูกให้หลาน
ถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เราห่วง...คือจิตใจของตาพุทธา...
ขอให้วันร้ายในครอบครัวเรากลับกลายเป็นวันดี
ขอเป็นกำลังใจนะคะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้ความดีที่เรามีคุ้มครองครอบครัวตาพุทธานะคะ