แนวคิดการพัฒนาเด็กของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับหัวกระทิ

        วันที่ 3 4 ธันวาคม 2551  ผมได้เข้าร่วมประชุมสัมมนา เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร  มีสาระที่เป็นประโยชน์มากครับ  วันนี้ จะขอหยิบยกแนวคิดของผู้บริหารโรงเรียนดัง ในการบริหารโรงเรียน 2 ท่าน ครับ

 

        ท่านแรก ดร.ธงชัย ชิวปรีชา  ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ท่านมีแนวคิดที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ

        -  มีคนถามว่า เด็กมหิดล กับ เด็กเตรียมอุดม ใครเก่งกว่ากัน  ท่านบอกว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่ดี  ไม่สร้างสรรค์ เพราะทำไมต้องมาแข่งกันเอง  ต้องถามไปถึงจีน เกาหลี สิงคโปร์ เวียดนาม   ต้องแข่งกับพวกนี้ ไม่ใช่มาแข่งกันเอง

        - โรงเรียนมหิดล ฯ ไม่ต้องการให้เรียนเพื่อไปเป็นเศรษฐี  แต่ต้องการให้เรียนให้เป็นคนมีประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังนั้น จะเน้นการเรียน ควบคู่ไปกับ การมีจิตวิญญาณเพื่อส่วนรวม

        - เรื่องเก่ง เรื่องเล็ก  ถึงแม้เรียนได้ 4 ตลอดทุกวิชา   ถ้าไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม  ก็ไม่จบ

        - วิชาการ ไม่มีประโยชน์  ถ้าจิตใจไม่ได้ผ่านการเจียรนัยให้เป็นเพชรแท้ที่ทั้งเก่ง และ ดี มีคุณธรรม

        - จะไม่แข่งกันเรียน  แต่จะช่วยกันเรียน

        - ไม่ต้องการให้เป็นสังคมที่บริโภคอย่างขาดสติ

 

        ท่านที่สอง นายวิศรุต สนธิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาท่านบอกว่า

        - ไม่ต้องการเด็กเก่งอย่างเดียว แต่ต้องการเด็กที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคม

        - สร้างเด็กเก่งไม่ยาก  สร้างเด็กที่ทำประโยชน์ให้สังคม ยากกว่า

        - เด็กเก่งอยู่แล้ว ทำอย่างไรให้เขาดี ต้องเอาความดีนำความเก่ง

 

        ฟังวิทยากรทั้งสองท่านแล้วน่าชื่นชมมากครับ   ตรงที่จะไม่เน้นเด็กเก่งอย่างเดียว  แต่จะต้องเน้นให้เด็กมีคุณธรรม ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม มีจิตสาธารณะ

 

      ได้ฟังโรงเรียนเด็กเก่งที่เน้นความดีมีน้ำใจควบคู่กันไปแล้วลองหันกลับมามองเด็กเก่งหลายๆคนที่เคยพบ เคยได้ยินมา  พบว่าเด็กเก่งหลายๆคน ไม่สนใจกิจกรรม  มุ่งเรียนเพียงอย่างเดียวเพื่อให้สอบแข่งขันได้

        เรื่องนี้จะโทษเด็กอย่างเดียวก็คงไม่ถูกนัก  เพราะทั้งผู้ปกครอง และ ระบบโรงเรียนก็มีส่วนที่ทำให้เด็กต้องการพัฒนาด้านเก่งอย่างเดียว โดยไม่เห็นความสำคัญของการเสียสละเพื่อส่วนรวม ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทร  ซึ่งตอนนี้เด็กเก่งหลายๆคนก็กำลังเป็นกันอยู่

        ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ทราบว่าจะเก่งไปทำไมครับ