ดังนั้นคนเราจงรักกันไว้เถิด เพราะเราเกิดร่วมโลกเดียวกันนั้นเอง

ความรักในทัศนะของศาสนาคริสต์

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามทางด้านจิตใจ  ใครมีความรักมองอะไรก็สวยงามไปหมดเลยละ  แม้พระเยซูได้กล่าวว่า...จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยใจสุดจิตของเจ้า  และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า  นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่และข้อต้น  และข้อที่สองก็เหมือนกันคือ  จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง  ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะทั้งสิ้นก็ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติสองข้อนี้  ...มัทธิว  22 : 37-40

คนเราถ้าไร้ซึ่งความรักในหัวใจเสียแล้วก็ไร้ซึ่งพระเป็นเจ้าในหัวใจเช่นกันดังคำกล่าวว่า...ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้า  เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก...ยอห์น  4 : 7-8 ในความรักที่มีอยู่ในจิตใจคนเรานั้นถือว่าเป็นสิ่งสูงค่ามากดังคำกล่าวว่า...แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้  และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวงและมีความรู้ทั้งสิ้น  และมีความเชื่อมากยิ่งที่สุดพอจะยกภูเขาไปได้  แต่ไม่มีความรัก  ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย...โครินธ์  13 : 1-3 

ในความรักของพระผู้เป็นเจ้านั้นแม้คนที่ถูกรังเกียจมากที่สุดแต่พระองค์ยังทรงรัก  และยังให้อภัยแม้แต่ผู้ทรยศต่อพระองค์นำไปตรึงไว้บนไม้กางเขน  ทั้ง ๆ ที่หาความผิดไม่ได้เลย  แต่พระองค์ไม่เคยโกรธและโต้ตอบผู้ที่ทรยศคิดร้ายด้วยการกระทำตอบแทนเลย  ด้วยความรักของพระองค์จึงทรงมอบพระบุตรลงมายังชาวโลกเพื่อไถ่บาปให้ชาวโลกมีความรอด 

 ดังคำกล่าวว่า...เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก  จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์  เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์...ยอห์น  3 : 16  สำหรับผู้ไถ่บาปให้คนเรานั้นมีหลักฐานว่า...

แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย  คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น  พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา...โรม 5 : 8    ดังนั้นคนเราจงรักกันไว้เถิด  เพราะเราเกิดร่วมโลกเดียวกันนั้นเอง.