ล้อมวงกันเข้ามาเลยครับเด็กๆ วันนี้ครูกานท์มีบทกวีที่เล่าเรื่องราวน่ารักๆ ของเด็กสาวตัวน้อยๆ คนหนึ่งมาชวนกันอ่าน เรื่องมีอยู่ว่า...

 

ชวนเด็กๆ อ่านบทกวี

[1] เก้าอี้มหัศจรรย์

ครูกานท์

 

          ล้อมวงกันเข้ามาเลยครับเด็กๆ  วันนี้ครูกานท์มีบทกวีที่เล่าเรื่องราวน่ารักๆ ของเด็กสาวตัวน้อยๆ คนหนึ่งมาชวนกันอ่าน  เรื่องมีอยู่ว่า น้องสาวตัวน้อยของเราคนนี้เธอเพิ่งจะมีอายุแค่สี่ห้าขวบเท่านั้นเอง  ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล  ทุกเช้าวันหยุดเธอมักจะช่วยแม่รดน้ำต้นไม้และดอกไม้  วันนี้ก็เช่นกัน  ขณะแม่หุงข้าวอยู่ในครัว  สาวน้อยแสนขยันก็เล่นรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้าน  เธอฉีดน้ำจากสายยางให้ต้นไม้ทีละต้นอย่างมีความสุข  และแล้วเธอก็มาพบดอกไม้ดอกหนึ่งสวยถูกใจมากอยู่บนกิ่งเหนือศีรษะ  เธออยากได้ดอกไม้ดอกนี้มาก  คำกลอนมีว่าดังนี้...

          มือน้อยน้อยค่อยโน้มเด็ดดอกไม้

                    แต่โน้มรั้งอย่างไรก็ไม่ถึง

                    ทั้งเขย่ง กระโดด จะคว้าดึง

                    จนพักหนึ่งก็เหนื่อยลงนั่งคิด

          เด็กๆ คิดว่าน้องหญิงตัวน้อยคนนี้จะทำอย่างต่อไป  เมื่อทั้งโน้มรั้ง เขย่งและกระโดดแล้ว ก็ยังไม่สามารถเด็ดดอกไม้ได้  คิดเดาใจน้องแล้ว  ก็ลองมาอ่านบทกวีกันต่อดูซิว่า  ตรงกับที่เด็กๆ คิดหรือเปล่า

                    เธอทยอยขนอิฐมาหลายก้อน

                    มาซ้อนกันแล้วขึ้นยืนบนอิฐ

                    เอื้อมจนสุดเอื้อมแล้ว…เหลืออีกนิด

                    อิฐหมดหยุดพิจารณา

          สาวน้อยของเรามีความพยายามดีมากนะเด็กๆ อุตส่าห์ขนอิฐมาเรียงซ้อนกันเพื่อจะต่อตัวให้สูงขึ้นไป  แต่อิฐก็มีไม่พอ  ยังไม่สามารถเด็ดดอกไม้นั้นได้  ช่วยน้องคิดต่อซิครับ จะทำอย่างไรดี 

          เอ้าอ่านบทกวีกันต่อว่าสาวน้อยเธอจะทำอย่างไรต่อไป

                   ท่อมท่อมเดินหาไม้ที่มีง่าม

                    ได้อันเหมาะงามมาเงื้อง่า     

                    แต่เกรงดอกช้ำยามดึงมา      

                    ง่ามจะพาฉีกขาดพลัดลอยลม

          นั่นไง หาไม้มาสอยเหมือนที่เด็กๆ หลายคนคิดทีเดียว  แต่เธอรักดอกไม้ดอกนี้มาก  เธอไม่กล้าเสี่ยงที่จะสอยด้วยไม้ที่หามาได้  เพราะกลัวว่าง่ามไม้นั้นจะทำให้ดอกไม้ที่แสนสวยต้องฉีกขาด  น้องสาวคนเก่งของเราก็เลยนั่งคิดต่อ ทำอย่างไรดีหนอ...

                   หากว่ามี…เก้าอี้สักตัวหนึ่ง

                    ครุ่นคำนึงตามประสาว่าคงสม

          น้องคิดถึงเก้าอี้ เหมือนที่เด็กๆ หลายคนก็คิดอยู่ในใจใช่ไหมล่ะ  แต่น้องก็ได้แค่เพียงคิดเท่านั้น  เธอหาเก้าอี้แถวนั้นไม่เจอเลยสักตัวเดียว  ทำอย่างไรดีล่ะ  สาวน้อยยังไม่หยุดคิดถึงเก้าอี้  ครั้นแล้วเธอก็ปิ๊งความคิดสุดยอดขึ้นมา...

                    จึงอุบายชวนแม่เก็บมะยม

                    พอแม่ก้มเธอก็โหนขึ้นขี่คอ

                   บอกว่าแม่เป็นเก้าอี้ของหนูแล้ว

                    เดินไปแถวแถวโน้นกันเถิดหนอ

                    มีดอกไม้น้อยที่คอยรอ         

                    ลูกจะขอเด็ดดมให้สมใจ

          เป็นอย่างไรบ้างสาวน้อยคนเก่ง เล่นกลอุบายกับแม่อย่างน่ารักทีเดียวใช่ไหมเด็กๆ  แทนที่แม่จะโกรธว่าถูกหลอกให้เป็นเก้าอี้  แม่กลับรู้สึกชื่นชมความฉลาดและน่ารักของลูกสาวตัวน้อยยิ่งนัก...

                    แม่นึกยิ้มสนุกกับความคิด     

                    สูงน้อยนิด,โธ่แม่เด็ดให้ก็ได้

                    แต่เธอร้องบอกว่าดอกไม้

                    อยู่ไม่ไกลมือลูกแล้วตอนนี้

          แล้วสาวน้อยผู้น่ารักเธอก็เด็ดดอกไม้ดอกนั้นได้สมใจ  เด็กๆ เรามาอ่านบทกวีนี้ต่อไปซิ  หลังจากสาวน้อยของเราเด็ดดอกไม้ได้แล้ว  เธอทำอะไรต่อไปอีก...

                    ยากแท้แต่ก็คว้ามาได้สม

                    พนมดอกนิ้วน้อยกราบเก้าอี้   

                    แม่โอบกอดดอกแก้วดวงฤดี  

                    ขณะที่ดอกไม้หอมใกล้กัน     

                   เธอทัดดอกไม้แล้วอวดแม่    

                    ลูกสวยแท้เพราะใครรู้ไหมนั่น 

                    นี่น่ะเพราะมีแม่มหัศจรรย์

                    เป็นเก้าอี้เอื้อมสวรรค์มาทัดไว้

          ชื่นใจไหมเด็กๆ หลังจากน้องสาวตัวน้อยของเราเด็ดดอกไม้ได้สมใจแล้ว  เธอก็พนมมือกราบเก้าอี้ คือกราบแม่  และแม่ก็สวมกอดลูกสาวตัวน้อยด้วยความรักความเอ็นดู  ท้ายที่สุด สาวน้อยผู้น่ารักยังแถมท่าเก๋ “ทัดดอกไม้อวดแม่” แล้วยังพูดจาให้แม่ชื่นใจอีกว่า “ลูกสาวของแม่สวยได้อย่างนี้ ก็เพราะมีแม่เป็นเก้าอี้มหัศจรรย์ ให้สามารถเอื้อมเด็ดความงามจากดอกฟ้าดอกสวรรค์มาประดับนั่นเอง”

          เด็กๆ อ่านเรื่องราวของสาวน้อยในบทกวีนี้จบแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้าง  จะลองอ่านบทกวีล้วนๆ อีกเที่ยวหนึ่งก็ได้นะ  เอ้าอ่านกันเลย...

                                                 เก้าอี้มหัศจรรย์

                                          [โลกของเจ้าดวงดอกไม้]

          มือน้อยน้อยค่อยโน้มเด็ดดอกไม้       แต่โน้มรั้งอย่างไรก็ไม่ถึง

          ทั้งเขย่ง กระโดด จะคว้าดึง                        จนพักหนึ่งก็เหนื่อยลงนั่งคิด

                    เธอทยอยขนอิฐมาหลายก้อน           มาซ้อนกันแล้วขึ้นยืนบนอิฐ

          เอื้อมจนสุดเอื้อมแล้ว…เหลืออีกนิด             อิฐหมดหยุดพิจารณา

                   ท่อมท่อมเดินหาไม้ที่มีง่าม              ได้อันเหมาะงามมาเงื้อง่า     

          แต่เกรงดอกช้ำยามดึงมา                          ง่ามจะพาฉีกขาดพลัดลอยลม

                   หากว่ามี…เก้าอี้สักตัวหนึ่ง               ครุ่นคำนึงตามประสาว่าคงสม

          จึงอุบายชวนแม่เก็บมะยม                         พอแม่ก้มเธอก็โหนขึ้นขี่คอ

                   บอกว่าแม่เป็นเก้าอี้ของหนูแล้ว         เดินไปแถวแถวโน้นกันเถิดหนอ

          มีดอกไม้น้อยที่คอยรอ                             ลูกจะขอเด็ดดมให้สมใจ

                   แม่นึกยิ้มสนุกกับความคิด                สูงน้อยนิด,โธ่แม่เด็ดให้ก็ได้

          แต่เธอร้องบอกว่าดอกไม้                          อยู่ไม่ไกลมือลูกแล้วตอนนี้

                    ยากแท้แต่ก็คว้ามาได้สม                 พนมดอกนิ้วน้อยกราบเก้าอี้   

          แม่โอบกอดดอกแก้วดวงฤดี                       ขณะที่ดอกไม้หอมใกล้กัน     

                   เธอทัดดอกไม้แล้วอวดแม่               ลูกสวยแท้เพราะใครรู้ไหมนั่น 

          นี่น่ะเพราะมีแม่มหัศจรรย์                           เป็นเก้าอี้เอื้อมสวรรค์มาทัดไว้

................................................

จากบทกวีเรื่อง เก้าอี้มหัศจรรย์ [โลกของเจ้าดวงดอกไม้] หนังสือกวีนิพนธ์ กว่าจะข้ามขุนเขา : ด้วยปลายมีดของเธอและฉัน, ธมกร [ศิวกานท์ ปทุมสูติ], ๒๕๔๙