ประกวดนางงาม หรือประกวดนางฉลาด

ความเห็นของสังคมจากข่าวนิสิตแพทย์จุฬาฯ ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย ดูจะแบ่งออกเป็นหลายฝ่ายหลายพวก มีทั้งพวกที่ชื่นชม และพวกที่เห็นตรงกันข้าม

ประเด็นที่อยากจะบันทึกไว้นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ความสวยมากหรือ สวยน้อยกว่ารองอันดับหนึ่ง แต่อยากจะให้ข้อสังเกต เกี่ยวกับประเด็น ปฏิกริยาของสังคม (จากความเห็นในกระทู้ต่างๆ) ที่มีต่อนางสาวไทยที่เป็นนิสิตแพทย์

ประเด็นแรก ผมเห็นว่า สังคมของเรามองวิชาชีพแพทย์ว่า มีหน้าที่เฉพาะ และอยากเก็บหมอ เอาไว้รักษาคนไทย มากกว่าทำอย่างอื่น เมื่อได้เห็นหมอออกมาทำอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ก็มักจะได้รับคำค่อนขอดว่า ทำไมทำงานที่ตัวเองควรจะทำ ไม่ใช่แค่ในวงการนางงาม หรือวงการบันเทิง แต่หมายรวมไปถึงวงการการเมืองด้วย

ลองคิดดูเล่นๆ ว่าความรู้สึกของคนในสังคมจะเหมือนกันไหม ถ้านางสาวไทยเป็นนิสิตนักศึกษาที่เรียนอยู่ในวิชาชีพอื่นๆ เช่น มีนักศึกษานิติศาสตร์ เป็นนางงาม, มีนิสิตสถาปัตย์ เป็นนางสาวไทย, มีนักศึกษาวิศวะฯ เป็นมิสทีน, มีนักศึกษาพยาบาล เป็นมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ฯลฯ ผมว่าคำตอบคือ ไม่เหมือนกัน

สังคมดูจะสนใจ "ความเป็นหมอ" มากกว่า ความเป็นวิชาชีพอื่นๆ แม้ว่าวิชาชีพอื่นๆ อย่าง วิศวกร, สถาปนิก หรือแม้แต่พยาบาล เขาก็สำคัญในการช่วยเหลือ และรักษาชีวิตคนมากพอๆ กับหมอเหมือนกัน แต่ทำไม ความเป็นหมอถึงสะกิดใจผู้คนได้มากกว่า

อยากอ้างถึงบทความของ อ.หมอประเวศ วะสี เมื่อหลายปีก่อน ท่านมองว่า ในสังคมไทยนั้น พระ ครู และหมอ มีสถานะพิเศษ ที่แยกออกไปจากกลุ่มคนอื่นๆ

ลองเอามาเทียบกับสถานการณ์การประกวดนางงามดูก็เห็นจริงตามที่ท่านเขียน ผมเชื่อว่า ถ้ามีนิสิตครุศาสตร์ ได้เป็นนางสาวไทย สังคมคงมองด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากวิชาชีพอื่นๆ เช่นกัน

ในสายตาของผู้วิพากษ์ในเวปบอร์ด นางสาวไทยคนใหม่นี้ "ความเป็นนักศึกษาแพทย์" เป็นทุนประเภทหนึ่งที่ยกระดับเธอให้ต่างจากคนอื่นๆ แค่นั้นยังไม่พอ เธอเป็น นิสิตแพทย์+จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เป็นทุนทางสังคมสองเด้งที่หนุนให้เธอได้ตำแหน่ง ไม่ใช่เพราะความงามของเธอ

ผมชอบที่เขาเขียนว่า "นี่มันประกวดนางงามนะยะ ไม่ใช่ประกวดนางฉลาด"

หากจะเทียบเคียงการประกวดนางสาวไทยกับการแข่งขันอย่างอื่นๆ ผมเห็นว่ามันน่าจะใกล้เคียงกับการแข่งยิมนาสติกลีลา มากที่สุด กล่าวคือ ผู้เข้าแข่งต้องมีการฝึกฝนการแสดงออกทางร่างกาย สีหน้า ท่วงท่า ให้เข้ากับเกณฑ์การให้คะแนนของกรรมการซึ่งเป็นคน ไม่ใช่เครื่องมือวัด ไม่ใช่เครื่องจักร การประกวดนางสาวไทย ก็เหมือนเกมส์การแข่งขัน มีกติกาของมัน คนเข้าประกวดก็ต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม สตรีที่สวย ฉลาด และแสนดีที่สุดในประเทศ ไม่มีทางได้เป็นนางสาวไทย หากไม่ได้ปฏิบัติตามไวยากรณ์ของการประกวด ไวยากรณ์ของการประกวดนี้ ดึงดูดสตรีที่มีรสนิยมแบบหนึ่งเข้ามาสู่การประกวด เวทีแล้วเวทีเล่า จนกว่าจะทรุดโทรมลงตามกาล ในขณะที่อีกหลายกลุ่มที่ไม่มีรสนิยมแบบนี้ ก็ไม่มีความรู้สึกรู้สาอะไรกับการประกวดนางงาม

หากมองในแง่นี้ รสนิยมของสตรีคนหนึ่ง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการที่เธอจะเป็นนิสิตแพทย์ หรือไม่เป็น เธอจะจุฬาฯ หรือไม่จุฬาฯ ถ้าเรามีนักศึกษาแพทย์เป็นนักกีฬาเหรียญทองยิมนาสติก เราจะเดือดร้อนอะไรไหมครับ

 

ผมอยู่ที่ออสเตรเลียได้สองสามปีแล้ว สังเกตได้ว่าการประกวดนางงามออสเตรเลีย ไม่เคยเป็นข่าวใหญ่เลย ผมเชื่อว่า คนที่นี่มองการประกวดว่าเป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่มที่มีรสนิยมในแบบนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เป็นตัวแทนของชาติ กลุ่มสุภาพสตรีที่ชอบประกวดนางงาม ในสายตาของสังคมนั้นมองเขาเป็นกลุ่มเฉพาะ เหมือนๆ กับกลุ่มที่ชอบเต้นลีลาศบอลรูม, กลุ่มที่ชอบประกวดเพาะกาย, กลุ่มชอบขี่มอเตอร์ไซค์ชอบเปอร์, เหมือนกับกลุ่มชอบสะสมของเล่นโบราณ ฯลฯ

คนออสเตรเลียมองว่า นางสาวออสเตรเลีย ไม่ใช่ตัวแทนของสตรีออสเตรเลียทั้งชาติ ไปประกวดนางงามจักรวาล (ขณะที่คำประกาศในการประกวดนางสาวไทยทุกปีคือ "ขอเชิญมาประกวด เพื่อเป็นตัวแทนสาวไทยไปเวทีนางงามจักรวาล") แต่เป็นตัวแทนของ "สตรี ที่มีรสนิยมแบบหนึ่ง" ซึ่งไม่ใช่สตรีออสเตรเลียทั้งหมด ผมว่าหากสังคมเราปรับวิธีคิดบ้าง คงจะตัดปัญหาเรื่องศักดิ์ศรีของชาติไปเยอะทีเดียว เพราะนางสาวไทย จริงๆ แล้วก็ ไม่ใช่ตัวแทนของสาวไทย ไม่ใช่ผู้หญิงที่สวย ฉลาด และแสนดี ที่สุดในประเทศสยาม