ยุบ ๓ พรรคการเมือง ประเทศชาติได้อะไร ?

 

ในที่สุดปัญหาทางการเมืองก็เดินทางมาสู่จุดสำคัญอีกครั้งเมื่อ  ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวิจิฉัย โดยมีมติ 9 ต่อ 0 สั่งยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร 5 ปี ล่าสุดยุบพรรคมัชฌิมาฯ และพรรคชาติไทย พร้อมตัดสิทธิ กก.บห.พรรค 5 ปีเช่นกัน

   

  วันนี้ (2 พ.ย.) เมื่อเวลา 12.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัฌชิมาธิปไตย ภายหลังนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนางอนงค์วรรณ เทพสุสิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่รอพรรคพลังประชาชนไม่ได้ส่งตัวเข้าแถลงปิดคดีแต่อย่างใด

   

  ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพรรคพลังประชาชน ด้วยมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคพลังประชาชน และตัดสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค 5 ปี เท่ากับว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปริยาย

   

  จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยมีมติให้ยุบพรรคมัฌชิมาฯ และตัดสิทธิทางการเมืองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค 5 ปี

   

  ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 1 สั่งยุบพรรคชาติไทยตามไปอีกพรรค โดยศาลฯได้วินิจฉัยว่ามีความผิดตามมาตรา 237 วรรค 2 และมาตรา 68 ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และกฎหมายได้เอาไว้เป็นเด็ดขาด แม้จะมีการโต้แย้งว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคคนอื่นฟังไม่ขึ้น

นักวิชาการหลายคนมองว่าการยุบพรรคการเมือง ทั้ง ๓พรรค ในครั้งนี้จะแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ทางการเมืองลงได้ (บ้าง) และถือเป็นการถอยคนละก้าว แบบไม่เสียหน้า รัฐบาลเองก็ออกจากตำแหน่งเพราะกฎหมายไม่ได้ถอยเพราะพันธมิตร พัรธมิตร ก็สมควรถอย เพราะถือว่ารัฐบาล พ้นไปแล้วเช่นกัน

นับจากนี้ขอให้คนไทยทุกคนร่วมมือกันพัฒนาชาติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกีรยติในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่เจ้า ๕ ธันวาคมนี้

 อยากเห็นคนไทยยิ้มเข้าหากันอีกครั้ง คำว่าสยามเมืองยิ้มคงกลับมาอีกครั้ง แม้แต่พระจันทร์ยังยิ้มให้กับคนไทย เมื่อ คืนวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

  

อย่าทะเละกันนะคับ