ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาความดี พวกเราน้องพี่ "จิระศาสตร์"

ปฐมบทจิระศาสตร์ร่วมจิต

 

จิระศาสตร์วิทยา เรามาร่วมจิตคิดพัฒนา

เพื่อความก้าวหน้า พัฒนาไปให้ไกล จิระศาสตร์สดใสสมดังใจจริงเอย

เพราะพวกเราทำดี จึงได้มีคนศรัทธา เราได้ชื่อว่าโรงเรียนพระราชทาน

ชื่อเสียงโด่งดังไปนาน ผู้บริหารรับรางวัลคุรุสภา เรายังก้าวหน้าได้มาตรฐานโลกเอย

ชาวจิระศาสตร์เอย อย่าละเลยหรือท้อใจ จงทำดีไปเพื่อเด็กไทยของเรา

สุขใดไป่เหมือนที่ได้มีเพื่อนดังเช่นพวกเรา จิระศาสตร์คงไม่อับเฉาเพราะมีพวกเราช่วยพัฒนาเอย

 

                          บทเพลงที่ร้อยเรียงอย่างไพเราะ ได้กลั่นจากออกมาจากใจของท่าน ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์

ผู้รับใบอนุญาตและประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา ที่ยกมาข้างต้นยังคงก้องอยู่ในหูของผู้ที่อยู่ในรั้ว ชมพูขาว ชาวจิระศาสตร์

              นับตั้งแต่โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ จากวันนั้นถึงวันนี้ (ปี ๒๕๕๒) เป็นระยะเวลายาวนานถึง ๕๐ ปี เริ่มต้นจากเลขศูนย์และได้พยายามพัฒนา ฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค มาด้วยอุดมการณ์อันแน่วแน่ในการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างภูมิปัญญาความรู้ควบคู่คุณธรรมจริยธรรม ให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนกระทั่งเจริญเติบโตก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง

กว่าจะมาเป็นโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา

 

                        กว่าจะมาเป็นจิระศาสตร์วิทยาในวันนี้ ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนยังระลึกอยู่เสมอว่าท่าน พ.ต.อ.เนื่อง รายะนาค อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ทีมีความเตตาให้ความอนุเคราะห์และสนับสนุนในการก่อตั้งโรงเรียนนี้ โดยให้สถานที่บางส่วนข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมทั้งส่งคนงานและให้รถแทร็กเตอร์มาปรับที่ดิน จากสภาพเดิมที่เคยเป็นป่าละเมาะ สภาพพื้นที่ลุ่มๆดอนๆ กลายมาเป็นพื้นที่ราบเรียบกว้างขวางเกือบ ๑๐ ไร่ จากนั้นก็ได้เริ่มยกเสาเอกก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรก ป็นอาคาร ๒ ชั้น หลังคามุงสังกะสี ๔ ห้องเรียน ๑ หลัง และโรงอาหารเล็ก ๑ หลัง โดยได้ซื้อไม้เก่าผ่อนส่งของโรงเลื่อยจักรติมเงี๊ยบเส็ง  แม้จะมีอาคารสถานที่ไม่ใหญ่โตนักแต่ก็น่าอยู่และเอื้อต่อการเรียนการสอน ซึ่งในระยะเริ่มต้นเปิดสอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๕ มีนักเรียนทั้งหมด ๑๓๐ คน ครู ๘ คน นี่คือจุดเริ่มต้นของโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา เมื่อ ๕๐ ปีก่อน

    
หากนับย้อนหลังตั้งแต่ปี.. ๒๔๙๙    อาจารย์จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ได้รับราชการตำแหน่ง
ครูผู้สอนและเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียนประจำจังหวัดสมุทรปราการ  จนถึงปี๒๕๐๒จึงได้ย้ายมาสอนที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด (ชาย) สังกัดกรมสามัญศึกษาตั้งแต่ปี๒๕๐๒-๒๕๑๒  ในระหว่างนั้นดร.จิระพันธุ์ ดร.จิระพันธุ์ ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านบริหารการศึกษาที่มหาวิทยาลัยอลาบามา (Alabama University) ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา ปีขณะเดียวกันเมื่อเรียนจบปริญญาโทก็ได้ลงทะเบียนศึกษาต่อระดับปริญญาเอก๓๐  หน่วยกิตแต่ยังเรียนไม่สำเร็จเพราะสมัยนั้นอธิบดีกรมสามัญศึกษาคือท่านอาจารย์ดร.ก่อ  สวัสดิพาณิชย์  เรียกตัวกลับเสียก่อน  อาจารย์จิระพันธุ์ จึงได้กลับมาทำหน้าที่สอนหนังสือต่อและได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยจนกระทั่งปี๒๕๑๒ จึงลาออกมาบริหารงานโรงเรียนเอกชนที่โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา  ซึ่งอาจารย์จิระพันธุ์เป็นผู้รับใบอนุญาต   ก่อตั้งเมื่อ.. ๒๕๐๒   โดยระยะแรกได้ให้ญาติเข้ามาดำเนินการเป็นครูใหญ่เมื่ออาจารย์จิระพันธุ์ลาออกจากราชการจึงได้มาบริหารงานโรงเรียนเต็มตัว     ปี.. ๒๕๑๓  ได้เปิดสอนระดับอนุบาล  ถึงมัธยมศึกษาปีที่  และได้ก่อสร้างอาคารเรียนอาคารประกอบเพิ่มขึ้น  ปัจจุบัน (ปี๒๕๕๒) มีอาคารเรียน  และอาคารประกอบหลัง      มีนักเรียนทั้งหมด  ๔๖๓๕  คน  ครูอาจารย์๒๗๕คน  พนักงานขับรถ๓๖คน  คนงาน  ภารโรง  ๓๔คน  รถรับส่งนักเรียน  ๓๔  คัน

 

                     ในระยะเริ่มแรกเมื่อลาออกจากราชการมาทำหน้าที่บริหารงานโรงเรียนเอกชนนั้น  อาจารย์จิระพันธุ์ ได้กล่าวว่า ในสมัยนั้นตนเองใช้การบริหารงานระบบราชการโดยมีการสั่งงานในลักษณะรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ผู้บริหารตามที่เคยมีประสบการณ์มาเพียงคนเดียวเพราะคิดว่าเคยประสบความสำเร็จในโรงเรียนภาครัฐมาแล้วสามารถนำมาใช้กับโรงเรียนเอกชนได้  ปรากฏว่าการทำงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง  จำนวนนักเรียนค่อยๆลดลงๆทำให้กลุ้มใจมาก  นอนไม่หลับต้องกินยานอนหลับหลายขนาน   จากนั้นท่านอาจารย์พยายามตั้งหลักวิเคราะห์หาเหตุผลความล้มเหลวของการทำงานเป็นเวลานาน   อยู่มาวันหนึ่งประมาณปี  ๒๕๑๘ ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องQCC. (Quality Control Circle) จึงได้นำแนวความคิดมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา โดยได้ประชุมชี้แจงคณะครูและบุคลากรผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในโรงเรียนเพื่อสร้างความเข้าใจให้ความสำคัญและร่วมกันผลักดันคุณภาพทำให้ครูและบุคลากรทุกฝ่ายมีความรู้สึกเป็นเจ้าของโรงเรียนร่วมกัน  ดังจะเห็นได้จากบุคลากรในโรงเรียนทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารครูอาจารย์และพนักงาน      มีส่วนร่วมคิดร่วมทำร่วมแก้ปัญหาร่วมพัฒนาและร่วมรักษาเกียรติคุณความดี  อาจารย์จิระพันธุ์ได้พบความจริงว่าการบริหารงานโรงเรียนเอกชนไม่เหมือนการบริหารงานโรงเรียนรัฐบาล เพราะธรรมชาติของโรงเรียนทั้งสองแตกต่างกัน  ดังนั้นจึงได้ริเริ่มปรับระบบการบริหารงานโรงเรียนแบบใหม่โดยจัดให้มี  การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม     มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาครูโดยให้ครูในโรงเรียนเลือกผู้แทนของตนเองจำนวน   คน   ซึ่งมาจากตัวแทนระดับอนุบาลประถมศึกษาและมัธยมศึกษาระดับละคนเข้ามาบริหารงานร่วมกับคณะผู้บริหารทำหน้าที่เป็นผู้แทนครูและบุคลากรในการพิจารณาแก้ไขปัญหาตลอดจนการจัดสวัสดิการต่างๆให้กับครูและบุคลากร   นอกจากนั้นยังได้ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานในโรงเรียนโดยคำนึงถึงศักยภาพความรู้ความสามารถของครูและบุคลากรบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าถ้าให้ทุกคนได้ทำงานตามความถนัดความสามารถความสนใจแล้วเขาจะทำงานอย่างเต็มใจและมีผลงานเป็นที่พอใจ ฉะนั้นจึงได้แบ่งฝ่ายรับผิดชอบงานโรงเรียนออกเป็นฝ่ายให้ครูทุกคนเลือกเป็นกรรมการฝ่ายตามที่ตนเองถนัดและสนใจเช่นฝ่ายวิชาการ กิจการนักเรียน  บริการและสวัสดิการบุคลากรอาคาร-สถานที่ธุรการ-การเงินและฝ่ายความสัมพันธ์กับชุมชน  ทำให้บุคลากรทุกคนพึงพอใจและให้ความร่วมมือในการทำงานอย่างดียิ่ง

 

แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษา

 

          อาจารย์จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ กล่าวว่าในการทำงานร่วมกันของคนหมู่มากซึ่งต่างเพศต่างวัยต่างประสบการณ์ความรู้อาจจะมีปัญหาข้อขัดแย้งกันบ้างเป็นธรรมดา  บางครั้งผู้บริหารไม่จำเป