Lionroar

สีหนาทบันลือ
[The Lion’s Roar]
เชอเกียม ตรุงปะ  บรรยาย / พจนา จันทรสันติ  แปล

 

  • หนังสือ "สีหนาทบันลือ" เป็นหนังสือที่ผมต้องการอ่านมานานแล้ว พื่งสมใจได้อ่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เองครับ ที่สนใจมากเพราะว่า เป็นหนังสือที่แต่งและแปลโดยผู้แต่งและผู้แปลชุดเดียวกันกับ หนังสือ "ชัมบาลา"

  • ซึ่งตอนนี้ผมยกให้หนังสือ "ชัมบาลา" เป็นหนังสือสุดยอดที่สุดเล่มหนึ่งในชีวิตเลยครับ

  • ด้วยข้อจำกัดของเวลา ถึงตอนนี้ผมอ่านมาถึงแค่หน้า 59 เอง ในมุมมองของผม ผมว่าเป็นหนังสือที่อ่านเข้าใจยากมากอีกเล่มหนึ่ง ถ้าไม่เคยอ่าน "ชัมบาลา" มาก่อน คิดว่าผมคงเลิกอ่านไปแล้ว 

  • จึงขอนำมาถอดบทเรียนตามที่พอเข้าใจบ้างเล็กน้อย เพื่อให้เห็นร่องรอยแห่งการเดินทางไว้ดังต่อไปนี้ครับ

    • คำว่า "ยาน" ในภาษาสันสกฤต หมายถึง "พาหนะ" อันส่อแสดงถึงตัวหลักธรรมและการปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ศึกษาธรรมได้รุดหน้าไปบนหนทางแห่งพุทธธรรม

    • คงจะอันตรายอย่างยิ่งหากเรานำเสนอตันตระตั้งแต่แรกโดยที่คุณไม่มีพื้นฐานของหีนยานและมหายานมาก่อนเลย มันจะกลายเป็นความหลงผิดและอันตรายอย่างที่สุด คุณจะกลับกลายเป็นอัตตามหาศาล

    • ภยันตรายเพียงประการเดียวที่มีอยู่ในหนทางวัชรยาน ก็คือ การหวนกลับไปสู่อัตตา และการเสริมอัตตาให้หนาหนักยิ่งขึ้นด้วยอุบายทุกประการในการปฏิบัติธรรม (โดยมิรู้ตัวถ้าเราไม่ระมัดระวัง)

    • พลังอกุศลก็บรรจุอยู่ด้วยพลังกุศลแล้ว พลังด้านอกุศลมิได้ถูกถือว่าเป็นสิ่งที่คุกคามอีกต่อไป หากถือว่าเป็นเชื้อสำหรับหล่อเลี้ยงไฟของคุณ

    • ไร้คุณ เท่านั้นที่จะเข้าถึงการตรัสรู้ คุณ ไม่อาจเข้าถึงการตรัสรู้ได้ แต่ ไร้คุณ เท่านั้นที่อาจเข้าถึง

    • ด้วยอาศัยคำสอนของพระพุทธองค์ เราจึงล่วงรู้ถึงแผนที่แห่งจิตใจพื้นฐานของเรา รวมถึงที่มาที่ไปของของสิ่งนั้นในตัวเรา ซึ่งดำรงอยู่ในองค์ทั้งสิบสองแห่งปกิจจสมุปบาท มันเป็นเหมือนกับวังวนที่หมุนอยู่ตลอดเวลา จึงเรียกมันว่า "วัฏสงสาร"

 

  • อมนุษย์ ที่ถือ วงล้อ แห่งสังสารวัฏฏ์ คือ ไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ใส่มงกุฏ มีกระโหลก ห้า อัน คือ เบญจขันธ์ ซึ่งกล่าวได้ว่า เบญจขันธ์ นั้นไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตา
  • วงกลมด้านนอกที่มีภาพ ๑๒ ภาพ คือ ปฏิจจสมุปบาท ได้แก่ (นับเริ่มจากด้านล่างซ้ายมือ)
    ๑.  คนตาบอด คือ อวิชชา
    ๒.  คนปั้นหม้อ คือ สังขาร
    ๓.  ลิงถือต้นไม้มีผลไม้ คือ วิญญาณ
    ๔.  นายกับบ่าวพายเรือ คือ นาม-รูป
    ๕.  บ้าน คือ อายตนะทั้งหก
    ๖.   คนกอดกัน คือ ผัสสะ
    ๗.   คนโดนธนูเสียตาวิ่งโวยวาย คือ เวทนา
    ๘.   คนกินเหล้า คือ ตัณหา
    ๙.   ลิงถือผลไม้ยื่นให้คน คือ อุปาทาน
    ๑๐. หญิงตั้งครรภ์ คือ ภพ
    ๑๑. หญิงคลอดลูกคือ ชาติ
    ๑๒. คนหามศพ คือ ชรา-มรณะ
  • ซี่ล้อแบ่งออกเป็นหกส่วน บนสาม ล่างสาม
    • ส่วนบนซ้ายมือ คือ ภพมนุษย์
    • สวนบนสุด คือ ภพสวรรค์ทั้งหกชั้น และ พรหมโลก
    • ส่วนบนขวามือ คือ ภพอสูร
    • ส่วนล่างขวามือ คือ ภพของเปรต
    • ส่วนล่างสุดคือ นรก
    • ส่วนล่างซ้ายมือ คือ ภูมิของสัตว์เดียรัจฉาน
  • วงกลมถัดเข้ามาจากซี่ล้อที่มีสองสี คือ ทางแห่งกุศลกรรม และ ทางแห่งอกุศลกรรม
    • ซีกสีขาว มีรูปคนเจ็ดคนหมายถึง สัปปุริสธรรมทั้ง ๗ คือ หลักของการเป็นคนดีในทางพระพุทธศาสนา ได้แก่
      ๑.ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ
      ๒.อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล
      ๓.อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน
      ๔.มัตตญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ
      ๕.กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา
      ๖.ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักบริษัท ประชุมชน และสังคม
      ๗.ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคล ว่า บุคคลนี้เป็นคนดีควรคบ
          ผู้นี้เป็นคนไม่ดี ไม่ควรคบ
    • ส่วนซีกสีดำ คือ พวกทำชั่ว ก็จะไปเกิดใน ทุคติภูมิทั้งสี่ คือ เป็นสัตว์เดียรัจฉาน เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์นรก
  • ส่วนวงล้อด้านในสุด คือ กิเลสสามตัว ได้แก่ โลภะ โมหะ โทสะ (สำหรับฆราวาส) หรือ ราคะ โมหะ โทสะ (สำหรับบรรพชิต)
    • ไก่ คือ โลภะ (ราคะ)
    • หมู คือ โมหะ
    • งู คือ โทสะ